ผู้ว่าททท.โอดเงินบาทบาทแข็งค่า ทำไทยสูญรายได้ท่องเที่ยว 17%

น.ส.ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ( ททท.) เปิดเผยว่า ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.- 19 ก.ย. 2568 เงินบาทแข็งค่าขึ้นประมาณ 8% เมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ จากเมื่อต้นปีอัตราแลกเปลี่ยนที่ 34 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ วันที่ 19 ก.ย. 2568 อัตราแลกเปลี่ยอยู่ที่ประมาณ 31.6 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ การแข็งค่าบาทกระทบแน่นอนต่อการตัดสินใจท่องเที่ยว โดยเฉพาะกับนักท่องเที่ยวต่างชาติ เพราะส่งผลให้ต้นทุนในการท่องเที่ยว

ขณะที่ค่าเงินหยวนอยู่ที่ 7.2963 หยวนต่อดอลลาร์สหรัฐฯ อ่อนค่าลงประมาณ 2.65% จาก 1 ม.ค .2568 อัตราแลกเปลี่ยนอยู่ที่ 7.1028 หยวนต่อดอลลาร์สหรัฐ รวมถึงเงินเยนญี่ปุ่นขณะนี้อยู่ที่ 147.9490 เยนต่อดอลลาร์สหรัฐฯ อ่อนค่าลงประมาณ 6.22% จาก 1 ม.ค. 2568 ที่อัตราแลกเปลี่ยนอยู่ที่ 157.7226 เยนต่อดอลลาร์สหรัฐ ส่วนค่าเงินดองเวียดนามขณะนี้อยู่ที่ 26,374 ดองต่อดอลลาร์สหรัฐฯ อ่อนค่าลง 3.38% จาก 1 ม.ค. 2568 ที่อัตราแลกเปลี่ยนอยู่ที่ 25,510 ดองต่อดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งเงินบาทที่แข็งค่าเงิน

สวนทางกับประเทศคู่แข่ง เช่นญี่ปุ่น จีน และเวียดนามททท.ประเมินผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน เพราะนักท่องเที่ยวต่างชาติ เมื่อแลกเงินเป็นเงินบาท ได้จำนวนเงินน้อยลง ทำให้ค่าใช้จ่าย เช่น ราคาห้องพัก อาหาร และค่าเข้าสถานที่ท่องเที่ยว อาจดูแพงขึ้น

“ไทยจะสูญเสียรายได้จากการท่องเที่ยวประมาณ 15-17% จากการที่ต่างชาติมองว่า การเดินทางเข้าไทยแพงกว่าประเทศคู่แข่ง ไม่ว่าจะเป็น จีน เวียดนาม และญี่ปุ่น ทั้งค่าอยู่ ค่ากิน จากงบประมาณที่วางไว้ ทำให้มีการใช้จ่ายลดลง และบางคนก็หนีไปเที่ยวประเทศที่ค่าเงินถูกกว่าไทย แถมคนไทยที่พอจะมีเงินก็หนีไปเที่ยวต่างประเทศ ทั้งจีน ญี่ปุ่น และเวียดนาม” น.ส.ฐาปนีย์ กล่าว

 

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน