“ขัตติยา” ซีอีโอ แบงก์กสิกรไทย เดินหน้าด้านความยั่งยืน ปรับเป้าสินเชื่อหนุนลูกค้าสู่ Net Zero เป็น 4-5 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้นเท่าตัวจากเป้าเดิม แนะไทยใช้จุดแข็งท่องเที่ยวสร้าง “Low Carbon Journey” ยัน แม้ต่างประเทศลดความเข้มงวด ล่าช้าไปบ้าง แต่ความยั่งยืนเป็นเรื่องที่ต้องทำ

วันที่ 23 ก.ย. 2568 นางสาวขัตติยา อินทรวิชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกสิกรไทย กล่าวในงานสัมมนา “PRACHACHAT ESG Forum 2025 The TURNNING POINT # ตีแตก Sustainability” ในหัวข้อ “ESG Unlocking New Growth for Thailand” ว่า ในมุม ESG อาจจะมองแยกกันได้ แต่ได้ประโยชน์สูงสุดต้องมองไปด้วยกัน อย่างไรก็ดี หากมองย้อนกลับไป 1 ปีที่ผ่านมาเกิดอะไรบ้าง

เริ่มจากประเทศสหรัฐ โดยมีนโยบายที่ไม่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมในการถอนตัวจากความตกลงปารีสว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Paris Agreement) และนโยบายขึ้นภาษีสินค้านำเข้าสหรัฐ (Reciprocal Tariffs) ทำให้ราคาสินค้าในสหรัฐแพงขึ้น เกิดช่องว่างของความเท่าเทียมกว้างขึ้น นั่นคือตัว “S” หรือ Social (สังคม) ของคนรากหญ้า

ตามมาด้วย ภาคการเงิน กลุ่มธนาคารของสหรัฐขนาดใหญ่ ที่มีสินทรัพย์สัดส่วน 46% ของสินทรัพย์ทั้งหมด หรือประมาณครึ่งหนึ่งถอนตัวจากข้อตกลง แต่ก็ยังสนับสนุนให้ลูกค้าไปต่อ แต่ในเงื่อนไขที่ยืดหยุ่นขึ้น เช่นเดียวกับบริษัทขนาดใหญ่ในสหรัฐ ที่ลดเป้าหมายการลดปล่อยก๊าซเรือนกระจก ตลอดจนการลดความเข้มข้นและผ่อนปรนของกฎกติกาของสหภาพยุโรปในส่วนของ CBAM ภายใต้หลักเกณฑ์ “Omnibus” ที่ลดความสามารถในการแข่งขันกับประเทศนอกสหภาพยุโรป เป็นต้น

“แม้ว่าปีที่ผ่านมาจะยากลำบากในมุมสำหรับในเรื่องของ ESG จึงเกิดมุมว่า การสู่ Net Zero และ Sustainability ที่ช้าลงไปบ้าง แต่ไม่ได้ตกราง ไม่ได้หลงทาง เหมือนเป็นเรื่องที่เราต้องทำใหม่ แต่ยังคงต้องทำไป แบบที่ว่าใครพร้อมก็ออกตัวไปก่อน ทุกอย่างยังคงไปตามเป้าหมาย แต่ทุกคนต้อง Rethink ใหม่”

สำหรับในประเทศไทย มีข้อเสนอเล็กน้อย เนื่องจากประเทศไทยมีการท่องเที่ยวเยอะก็สามารถทำบนจุดแข็งที่มี เช่น การคิดเส้นทางที่เป็น Low Carbon Journey ใช้สายการบิน หรือลงสนามก็ใช้รถไฟฟ้า (อีวี) ไปโรงแรม และเลือกโรงแรมที่เป็น Net Zero วางแผนเดินทางโดยใช้รถอีวี และไปในชุมชนที่เป็นตัวอย่างที่ดี ถือเป็นการต่อ Ecosystem เป็นต้น

ดังนั้น หากไทยมีเป้าหมายเป็น New Economy และเป็น New Growth ธุรกิจธนาคารพาณิชย์เองก็เช่นเดียวกันจะคิดแบบเดิมไม่ได้ ดังนั้น เดิมธนาคารให้สินเชื่อและเงินลงทุนให้กับลูกค้าเปลี่ยนผ่านไปสู่ Net Zero ไม่ได้แล้ว ทำให้การคิดเรื่อง ESG อาจจะคงไม่ใช่แล้ว เพราะฉะนั้น ธนาคารเปลี่ยนเป็น “Objective Based” หรือ “Issue Based” โดยเราจะตั้ง “Objective Based” ก่อนและนำ ESG เข้ามาใส่

“อย่างน้อยเราก็คิดใหม่เหมือนกัน เดิมเราตั้งเป้าให้เงินสินเชื่อและลงทุนกับลูกค้าในการเปลี่ยนผ่านไปสู่ Net Zero 1-2 แสนล้านบาท แต่วันนี้เราตั้งเป้าหมายใหม่เป็น 4-5 แสนล้านบาท เพื่อช่วยลูกค้าในเรื่องของ Sustainability อันนี้เป็นสิ่งที่เราอยากจะทำและจะทำอะไรบ้างในยอดวงเงินที่โตมากกว่าเดิมอีก 1 เท่าตัว“

นอกจากนี้ ธนาคารพร้อมร่วมมือกับ Ecosystem อื่นๆ และหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง เพื่อจัดทำเป็นแผนงานที่ชัดเจน ภายใต้ “Thai CBN” โดยไม่ได้เป็นการทำไป คิดไป ทำไป เปลี่ยนไป ซึ่งอาจจะไม่ได้ผลเท่าที่ควร

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน