ไทยฮอต ต่างชาติแห่ลงทุน 8เดือน 2.25แสนล้าน โตพุ่ง125% ญี่ปุ่นนำโด่ง
นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยการอนุญาตให้คนต่างชาติเข้ามาลงทุนประกอบธุรกิจในประเทศไทย ภายใต้พระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของ คนต่างด้าว พ.ศ. 2542 ในช่วง 8 เดือนของปี 2568 (ม.ค.-ส.ค.2568) มีจำนวน 687 ราย เงินลงทุนรวมทั้งสิ้น 225,536 ล้านบาท โดยการอนุญาต มีจำนวนเพิ่มขึ้น 152 ราย เพิ่มขึ้น 28% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2567 และมูลค่าการลงทุนเพิ่มขึ้น 125,474 ล้านบาท เพิ่มขึ้น125%เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
สำหรับต่างชาติที่เข้ามาลงทุนสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ 1. ญี่ปุ่น 125 ราย คิดเป็น 18% ของธุรกิจต่างชาติในไทย เงินลงทุน 71,844 ล้านบาท ส่วนใหญ่ลงทุนในธุรกิจการค้าระหว่างประเทศ โดยเป็นการจัดหาจัดซื้อวัตถุดิบ ชิ้นส่วนและส่วนประกอบสำหรับอุตสาหกรรมการผลิตต่างๆ ธุรกิจบริการพัฒนาซอฟต์แวร์เพื่อจำหน่าย และ/หรือ ให้บริการ
2. สหรัฐอเมริกา 105 ราย คิดเป็น 15% ของธุรกิจต่างชาติในไทย เงินลงทุน 3,433 ล้านบาท ส่วนใหญ่ลงทุนในธุรกิจนายหน้าหรือตัวแทนในการรับจองห้องพัก โรงแรม และกิจกรรมนันทนาการต่างๆ ที่เกี่ยวกับการท่องเที่ยว ธุรกิจโฆษณา
3.สิงคโปร์ 93 ราย คิดเป็น 13% ของธุรกิจต่างชาติในไทย เงินลงทุน 68,495 ล้านบาท ส่วนใหญ่ลงทุนในธุรกิจนายหน้าและตัวแทนสำหรับการจองและซื้อขายโทเคนดิจิทัล (Digital Token) สำหรับโทเคนดิจิทัลที่ออกและดำเนินการโดยกระทรวงการคลัง ธุรกิจบริการ Data Center
4. จีน 87 ราย คิดเป็น 13% ของธุรกิจต่างชาติในไทย เงินลงทุน 20,785 ล้านบาท ส่วนใหญ่ลงทุนในธุรกิจการจัดหาจัดซื้อวัตถุดิบ ชิ้นส่วน และส่วนประกอบ สำหรับอุตสาหกรรมการผลิตต่างๆ ธุรกิจบริการซ่อมแซมและบำรุงรักษารถยนต์ไฟฟ้า
และ5. ฮ่องกง 74 ราย คิดเป็น 11% ของธุรกิจต่างชาติในไทย เงินลงทุน 12,372 ล้านบาท ส่วนใหญ่ลงทุนในธุรกิจบริการขุดเจาะปิโตรเลียม ภายในบริเวณพื้นที่แปลงสำรวจที่ได้รับสัมปทานและสัญญาแบ่งปันผลผลิตในอ่าวไทย
นางอรมน กล่าวว่าสำหรับการลงทุนในพื้นที่ EEC ของนักลงทุนต่างชาติในช่วง 8 เดือนแรก มีนักลงทุนต่างชาติสนใจลงทุนในพื้นที่ EEC จำนวน 197 ราย คิดเป็น 29% ของนักลงทุนต่างชาติในไทย เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกัน ของปี 2567 จำนวน 34 ราย หรือ 21% มีมูลค่าลงทุน 74,792 ล้านบาท คิดเป็น 33% ของเงินลงทุนทั้งหมด
ทั้งนี้เป็นนักลงทุนจากประเทศจีน 48 ราย ลงทุน 14,862 ล้านบาท ญี่ปุ่น 47 ราย ลงทุน 27,153 ล้านบาท สิงคโปร์ 21 ราย ลงทุน 12,940 ล้านบาท และประเทศอื่นๆ 81 ราย ลงทุน 19,837 ล้านบาท ธุรกิจที่ลงทุน อาทิ ธุรกิจการค้าระหว่างประเทศ โดยเป็นการจัดซื้อสินค้า วัตถุดิบ และชิ้นส่วนสำหรับอุตสาหกรรมต่างๆ ธุรกิจบริการออกแบบ จัดหาวัสดุและอุปกรณ์ ก่อสร้าง ติดตั้ง ทดสอบเครื่องจักรและระบบการทำงานต่างๆ สำหรับโครงการก่อสร้างท่าเทียบเรือและสถานีรับ-จ่ายก๊าซธรรมชาติเหลว
ธุรกิจบริการทางวิศวกรรม โดยการออกแบบชิ้นส่วนยานยนต์ ธุรกิจบริการเขต Data Center และ ธุรกิจบริการรับจ้างผลิตสินค้า เช่น ชิ้นส่วนพลาสติกสำหรับอุตสาหกรรม เครื่องใช้ไฟฟ้าไมโครเวฟ ชิ้นส่วนยานพาหนะ ผลิตภัณฑ์โลหะและชิ้นส่วนโลหะขึ้นรูป เป็นต้น