ไปรษณีย์ x กรมประมง ผุดบริการส่งด่วนสัตว์น้ำสวยงาม สู่ต่างประเทศ
24 ก.ย. 2568 – นายดนันท์ สุภัทรพันธุ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด เปิดเผยว่าได้ร่วมกับ กรมประมงเปิดบริการ ส่งด่วนสัตว์น้ำสวยงามไปยังต่างประเทศผ่านเครือข่ายไปรษณีย์เป็นครั้งแรก โดยเฟสแรกจะเริ่มให้บริการ ในเดือนต.ค. 2568 ส่งออกปลากัด ใน 5 ตลาดหลัก ได้แก่ สหรัฐอเมริกา จีน ญี่ปุ่น ไต้หวัน และอินโดนีเซีย ก่อนขยายไปตลาดอื่น ๆ ที่มีศักยภาพในอนาคต ทั้งนี้ บริการดังกล่าวจะรองรับเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงที่ขึ้นทะเบียนกับกรมประมงกว่า 10,000 ราย ภายใต้บริการส่งด่วนสัตว์น้ำสวยงามไปต่างประเทศ
โดยปัจจุบันตลาดสัตว์น้ำสวยงามโลกมีมูลค่ากว่า 10,000 ล้านบาทต่อปี ไทยมีศักยภาพครองสัดส่วนการส่งออกปลากัดและสัตว์น้ำสวยงามเพิ่มขึ้นจากปัจจุบันที่ราว 11% และมีมูลค่ากว่า 1,000 ล้านบาท โดยเฉพาะปลากัดที่มีสัดส่วนถึง 40%
นายดนันท์ กล่าวว่า ไปรษณีย์ไทยได้วางแนวทางเพื่อก้าวข้ามบทบาทการเป็นผู้ให้บริการรับ–ส่งพัสดุสู่ผู้ให้การสนับสนุนเศรษฐกิจไทยในทุกมิติ ซึ่งล่าสุดได้พัฒนาความร่วมมือกับกรมประมง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เพื่อขับเคลื่อนการส่งสัตว์น้ำสวยงาม ไปยังตลาดต่างประเทศ
โดยความร่วมมือครั้งนี้เป็นการสะท้อนบริการของไปรษณีย์ไทยภายใต้กลยุทธ์ Parcel Defined Logistics ซึ่งเป็นการออกแบบระบบการขนส่งให้สอดคล้องกับทุกประเภทสินค้า ทั้งสินค้าที่ต้องการ การดูแลเป็นพิเศษ สินค้าที่ซับซ้อนและมีมูลค่าสูง บริการส่งยาและเวชภัณฑ์ บริการส่งสินค้าไซส์จัมโบ้ บริการ ส่งด่วนผลไม้ รวมทั้งที่ผ่านมาไปรษณีย์ไทยได้ส่งสัตว์น้ำสวยงามในประเทศช่วงเดือนก.พ.-ส.ค. 2568 กว่า 110,000 ชิ้นงาน ถือว่าประสบความสำเร็จและได้การตอบรับเป็นอย่างดี
“เห็นการเปิดประตูให้เกษตรกรและภาคการประมงไทยเข้าถึงตลาดโลกผ่านเครือข่ายไปรษณีย์ที่ครอบคลุมกว่า 50,000 แห่ง และกว่า 190 ประเทศทั่วโลก เป็นการ สร้าง Branding ประเทศไทยในฐานะแหล่งผลิตสัตว์น้ำสวยงามด้วย บริการส่งด่วนสัตว์น้ำสวยงามไปต่างประเทศ เริ่มเปิดให้บริการในเดือนต.ค. 2568 ณ ไปรษณีย์จังหวัดนครปฐมเป็นแห่งแรก ซึ่งเป็นจังหวัดที่นิยมเพาะเลี้ยงปลากัดในจำนวนมากที่สุดของไทย โดยในเฟสแรกจะมุ่งเน้นการส่งออกปลากัดไปยัง 5 ประเทศซึ่งเป็นตลาดเป้าหมาย ได้แก่ สหรัฐอเมริกา จีน ญี่ปุ่น ไต้หวัน และอินโดนีเซีย และในอนาคตจะศึกษา ความเป็นไปได้เพื่อขยายบริการส่งสัตว์น้ำชนิดอื่น ๆ ไปยังกลุ่มประเทศฐานผู้เลี้ยงสัตว์น้ำสวยงามขนาดใหญ่ และกำลังซื้อสูง”
สำหรับในปัจจุบันไปรษณีย์ไทยเปิดให้บริการจัดส่งด่วนสัตว์น้ำสวยงามให้แก่เกษตรกรและผู้ประกอบการในสังกัดของกรมประมง โดยมีสัตว์น้ำที่สามารถฝากส่งได้ในประเทศ จำนวน 12 ชนิด อาทิ ปลากัด ปลาหางนกยูง ปลาสอด กุ้งสวยงาม พันธุ์ไม้น้ำ สาหร่ายพวงองุ่น โดยเชื่อมั่นว่าประโยชน์เชิงเศรษฐกิจและสังคม จากความร่วมมือครั้งนี้มีทั้งการช่วยเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงให้เข้าถึงตลาดใหม่ ลดภาระเรื่องเอกสารการส่งออก และมีช่องทางจำหน่าย ที่สะดวก ปลอดภัย ได้มาตรฐานสากล
นายบัญชา สุขแก้ว อธิบดีกรมประมง เปิดเผยว่า ตลาดโลกสัตว์น้ำสวยงามมีมูลค่ากว่า 10,000 ล้านบาทต่อปี ขณะที่ไทยมีศักยภาพครองสัดส่วนการส่งออกปลากัดและสัตว์น้ำสวยงามเพิ่มขึ้น จากปัจจุบันที่ราว 11% โดยปัจจุบันประเทศไทยมีเกษตรกรเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำสวยงามที่ขึ้นทะเบียนกว่า 10,000 ราย ในปี 2567 มีมูลค่าการส่งออกกว่า 1,000 ล้านบาท โดยเฉพาะปลากัดที่มีมูลค่าประมาณ 400 ล้านบาท หรือราว 40% ของการส่งออกสัตว์น้ำทั้งหมด
กลุ่มรองลงมา คือปลาทอง ปลาหางนกยูงและปลาสอด กุ้งสวยงาม กลุ่มปลาหมอสีและปลาออสการ์ และปลาชนิดอื่น ๆ ทั้งนี้ เพื่อส่งเสริมนโยบายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่มุ่งเน้นการสร้างอาชีพ และสนับสนุนการพัฒนาคุณภาพผลผลิตสัตว์น้ำ รวมถึงเพิ่มช่องทางการตลาดให้แก่เกษตรกรไทยที่จะสามารถสร้างรายได้สู่ครัวเรือนเกษตรกร กรมประมงจึงประสานความร่วมมือกับไปรษณีย์ไทย ซึ่งเป็นหน่วยงานขนส่ง-โลจิสติกส์แห่งชาติ ในการร่วมพัฒนาศักยภาพเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงและผู้ประกอบการสัตว์น้ำสวยงามให้มีความพร้อมในการปฏิบัติตามมาตรฐานการส่งออกและสามารถเข้าถึงตลาดต่างประเทศได้มากขึ้น
ทั้งนี้ ไม่เพียงเป็นการตอกย้ำการสร้างการรับรู้ถึง “ปลากัดไทย” ในฐานะสัตว์น้ำเอกลักษณ์ประจำชาติ แต่ยังเป็นการสนับสนุนเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำทุกมิติ ให้เกษตรกรไทยสามารถส่งออกสัตว์น้ำโดยตรง ซึ่งจะเป็นการเพิ่มพูนรายได้ให้แก่ผู้ประกอบการสู่โอกาสการแข่งขันทางการค้า และสามารถบริหารจัดการต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
“ความร่วมมือระหว่างไปรษณีย์ไทยและกรมประมงในครั้งนี้ คือการปักหมุดทางเศรษฐกิจใหม่ของประเทศ ที่ไม่เพียงช่วยเกษตรกรให้เข้าถึงตลาดโลก แต่ยังตอกย้ำภาพลักษณ์ไทยในฐานะผู้นำด้านสัตว์น้ำสวยงามและ Soft Power บนเวทีโลก” นายบัญชา กล่าวสรุป
สำหรับเกษตรกรและผู้ประกอบการฟาร์มเพาะเลี้ยงที่สนใจใช้บริการส่งด่วนสัตว์น้ำสวยงามไปยังต่างประเทศผ่านไปรษณีย์ไทยจะต้องมีคุณสมบัติอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังต่อไปนี้ 1. ขึ้นทะเบียนเป็นผู้ประกอบการด้านการประมง (ทบ.2) 2. ขึ้นทะเบียนสถานประกอบการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำเพื่อการส่งออก (สอ.3) 3. ขึ้นทะเบียนสถานประกอบการรวบรวมสัตว์น้ำเพื่อการส่งออก (สอ.4) ทั้งนี้ ในการส่งออกปลากัดแต่ละครั้ง ต้องยื่นขอเอกสารประกอบการส่งออกจากกรมประมง 5 ประเภท ได้แก่ 1. ขอใบอนุญาตส่งออกสัตว์น้ำ (ร.9) 2.ขอหนังสือรับรองสุขภาพสัตว์น้ำ (Health Certificate) 3.ใบแจ้งดำเนินการส่งออกสัตว์น้ำหรือผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำ (DOF4)
4. ใบอนุญาตให้ส่งออกสัตว์น้ำ (DOF11) 5. หนังสือรับรองตนเองในการแจ้งแหล่งที่มาของสัตว์น้ำหรือผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำ (Self Certificate) และเพื่อส่งเสริมศักยภาพการส่งออกให้แก่ผู้ประกอบการ ไปรษณีย์ไทยยังได้ประสานความร่วมมือกับกรมประมงในการจัดเวิร์คช็อปอบรมสำหรับเกษตรกรที่ยังขาดความรู้ความเข้าใจ ในกระบวนการส่งออก เพื่อให้ข้อมูลเกี่ยวกับกฎระเบียบในการขึ้นทะเบียนและการเตรียมความพร้อมสำหรับ การส่งออกรวมถึงช่วยให้เกษตรกรสามารถส่งออกปลากัดได้อย่างถูกต้องตามมาตรฐาน โดยสำหรับเกษตรกร ที่ต้องการส่งออกไปยังสาธารณรัฐประชาชนจีนจะต้องขึ้นทะเบียนกับหน่วยงาน General Administration of Customs of the People’s Republic of China (GACC)