วรภัค ชี้ฐานะการคลังไทยเสี่ยงแตะเพดานหนี้ แนะเร่งปรับสมดุล

1. หนี้สาธารณะ: แรงกดดันที่เข้าใกล้เพดาน

• หนี้สาธารณะจะขึ้นแตะ ~65% ต่อ GDP ในปี 2568 และภาระดอกเบี้ยอาจเกิน 10% ของรายได้รัฐบาล

• แม้ยังไม่ทะลุเพดาน 70% แต่กำลังใกล้ “กันชนสุดท้าย” ที่ IMF ประเมินไว้ที่ 77–87%

Downside trigger: หากเศรษฐกิจชะลอตัวพร้อมกับดอกเบี้ยโลกสูงต่อเนื่อง อัตราส่วนหนี้อาจทะลุกรอบเร็วกว่าคาด และถูกตลาดการเงินลดความเชื่อมั่น

2. รายได้ภาครัฐ: โครงสร้างจัดเก็บที่อ่อนแรง

• สัดส่วนรายได้รัฐบาลต่อ GDP ต่ำกว่ามาตรฐานโลก ~3%

• จุดอ่อนสำคัญ: แรงงานนอกระบบ >50%, ไม่มี Capital Gain Tax (ซึ่งคงยังไม่มีนโยบายจัดเก็บภาษีเรื่องนี้ในระยะระยะเวลาอันใกล้), ภาษีทรัพย์สินและมรดกต่ำ, VAT ยังคงต่ำที่ 7% (ในขณะที่ประเทศรอบบ้านเราอยู่ที่ 12 ถึง 15% กันทั้งนั้น), ภาษีสิ่งแวดล้อมยังไม่เกิดขึ้น

• รายได้จากพลังงานและทรัพยากรธรรมชาติลดลง

Downside trigger: หากไม่สามารถปฏิรูปภาษีได้จริง รายได้ต่อ GDP จะไม่ขยับ → เสถียรภาพหนี้อาจจะทรุดลงเรื่อยๆ

3. รายจ่ายภาครัฐ: ภาระที่ขยายตัวต่อเนื่อง

• ค่าใช้จ่ายบุคลากรและบำนาญเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

• ค่าใช้จ่ายรักษาพยาบาลข้าราชการ โดยเฉพาะ OPD พุ่งไม่หยุด

• กองทุนชราภาพเสี่ยงไม่ยั่งยืน และแรงงานนอกระบบไร้หลักประกันเกษียณ

Downside trigger: หากการใช้ Escape Clause ถูกบิดเบือนเพื่อเพิ่ม “รายจ่ายลงทุนเทียม” จะทำให้ฐานะการคลังเสื่อมเร็ว

4. โครงสร้างเศรษฐกิจ-สังคม: กับดักเชิงโครงสร้าง

• สังคมผู้สูงอายุ → รายได้ภาษีหด รายจ่ายบำนาญและสุขภาพพุ่ง

• หนี้ครัวเรือนสูง 90% ต่อ GDP → บริโภคชะลอ, VAT อ่อนแรง

• แรงงานนอกระบบครึ่งประเทศ → ฐานภาษีแคบ

• ความเหลื่อมล้ำสูง → 1% ถือครองรายได้ 23% ทำให้การปฏิรูปภาษีเผชิญแรงต้าน

• ภูมิรัฐศาสตร์และพลังงาน: ราคาน้ำมันผันผวน บีบรัดการคลังจากการอุดหนุน

• Climate risk: ไทยติดอันดับ 9 โลกในดัชนีความเสี่ยง ทำให้ต้องกันงบเพื่อบรรเทาและฟื้นฟูมากขึ้น

Downside trigger: Shock ภายนอก เช่น ราคาน้ำมันพุ่งหรือภัยพิบัติรุนแรง จะกระแทกงบประมาณทันที

5. ทางออก: การปรับสมดุลการคลังต้อง “ครบวงจร”

• รายจ่าย: จำกัดการโตของเงินเดือน-บำนาญ-สวัสดิการ, ปฏิรูปกองทุนเกษียณ

• รายได้: ปฏิรูปภาษีบุคคลและทุน, ขยาย VAT อย่างเหมาะสม, จัดเก็บภาษีคาร์บอน, เพิ่มรายได้จากทรัพย์สินรัฐ

• กลไกกฎหมาย: ใช้ PAYGO, กำหนดนิยามรายจ่ายลงทุนให้ชัด, กลับสู่กรอบขาดดุล 3% ของ GDP เมื่อเศรษฐกิจฟื้น

บทสรุป: Baseline ของรัฐบาลใหม่

รัฐบาลใหม่ไม่ได้เริ่มต้นจาก “กระดาษขาว” แต่จาก baseline ที่เต็มไปด้วย แรงกดดันเชิงโครงสร้างทางการคลัง ทุกด้าน – หนี้ รายได้ รายจ่าย และโครงสร้างเศรษฐกิจ-สังคม – กำลังบีบให้ fiscal space ของไทยแคบลงเรื่อย ๆ หากไม่ปฏิรูปเชิงรุก ความเสี่ยงจะทวีคูณ และ downside triggers สามารถถูกจุดติดได้จากทั้งในและนอกประเทศ

โจทย์ใหญ่ของรัฐบาลใหม่จึงไม่ใช่แค่การ “เลือกใช้นโยบาย” แต่คือการ “เลือกจะเผชิญความจริง”
เพราะหากเพิกเฉย Baseline วันนี้จะกลายเป็นกับดักที่กัดกร่อนเสถียรภาพการคลังและเศรษฐกิจไทยในระยะยาว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน