’ชัยวัฒน์-ซีอีโอบางจาก’ แจง ACE ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ เข้าซื้อหุ้นถูกต้องตามข้อปฏิบัติของ ตลท. และ ก.ล.ต. เคร่งครัด ย้ำ ’บางจาก‘ มีธรรมาภิบาลตอกย้ำบริษัทเป็นของคนไทยทุกคน
จากกรณี บริษัท อัลฟ่า ชาร์เตอร์ด เอนเนอร์จี จำกัด หรือ ACE เข้าซื้อหุ้นสามัญของบริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ BCP รวมทั้งสิ้น 275,500,000 หุ้น คิดเป็นสัดส่วน 20% ของสิทธิออกเสียงทั้งหมดของบริษัท นับเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับ 1 ของบริษัท จนเกิดกระแส วิพากษ์วิจารณ์ในโซเชียลและสื่อต่างๆ ถึงประเด็นความต้องการขายพลังงานของชาติให้ต่างชาติหรือไม่ จนอาจส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของบริษัทนั้น
นายชัยวัฒน์ โควาวิสารัช ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัทบางจาก และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ BCP กล่าวว่า บางจากเป็นบริษัทจดทะเบียนอยู่ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ซึ่งการซื้อขายหุ้นย่อมเป็นไปตามกฎระเบียบที่กำหนด
”การที่นักลงทุนเข้ามาซื้อขายหุ้นของบริษัทก็ต้องเป็นไปตามกฎระเบียบข้อบังคับของ ตลท. และคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ซึ่งเป็นเรื่องที่ทั้งสองหน่วยงานมีหน้าที่ดูแลอย่างเคร่งครัดอยู่แล้ว“
ในส่วนของบางจากมีการบริหารจัดการตามหลักธรรมาภิบาลชัดเจน มีคณะกรรมการบริษัท (บอร์ด) 15 คน ซึ่งผู้ถือหุ้นรายใหญ่มีสิทธิ์ในการเสนอชื่อบุคคลเข้ามานั่งในบอร์ด ตามหลักเกณฑ์และกระบวนการของบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ที่มีการกลั่นกรองชัดเจน โปร่งใส ตลอดในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา
สำหรับกรรมการที่เป็นผู้แทน4 คน มาจากกระทรวงการคลัง 2 คน ถือหุ้นโดยตรงในสัดส่วน 4.8% ถือผ่านกองทุนวายุภักษ์ 20% ซึ่งในส่วนนี้บริหารผ่านกองทุนประกันสังคม 14% มีผู้บริหารจัดการกองทุน (IC) และบริษัทจัดการกองทุนรวมสองแห่ง อีกทั้งกองทุนวายุภักษ์มี IC มีรองปลัดฝ่ายทรัพย์สินกระทรวงการคลังเป็นประธาน IC และกรรมการชัดเจน ส่วนอีก 2 คนมาจากกลุ่มอัลฟ่า ชาร์เตอร์ด
“กลยุทธ์วันนี้บอร์ดทุกท่านได้ผ่านกระบวนการพูดคุย หารือและสอบถามทีมผู้บริหารชัดเจน เพื่อให้กลยุทธ์ตอบโจทย์ในระยะยาว ซึ่งทุกท่านมายืนยันความเป็นคนไทยของบางจาก มากกว่านั้นคือเรามีการขยายธุรกิจไปในหลายๆ เส้นทาง ไม่ว่าจะเป็นโรงไฟฟ้าในสหรัฐ ธุรกิจต้นน้ำในทวีปยุโรป หรือโรงไฟฟ้าในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เป็นเรื่องของคนไทยออกไปข้างนอกแล้ว สามารถทำธุรกิจได้ ขอให้มั่นใจว่าบางจากเป็นบริษัทของคนไทยทุกคน”
อย่างไรก็ตาม เรื่องพื้นที่ทับซ้อนทางทะเลระหว่างไทย-กัมพูชา (OCA) นั้น คงตอบง่ายๆ ได้เพียงเท่านี้ว่า เชื่อว่าชาตินี้คงไม่ได้เห็น คิดว่าเรื่องนี้ลืมไปได้เลย