” ธรรมนัส ” นำทีมเกษตรฯ ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ลุ่มน้ำเจ้าพระยา ตรวจเขื่อนหลัก 3 แห่ง พร้อม รับฟังปัญหาน้ำท่วม พร้อมสั่งเร่งจัดการวัชพืชภายใน 1 เดือน
วันที่ 27 ก.ย. 2568 ร.อ. ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรีและรมว.เกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วย นายอามินทร์ มะยูโซ๊ะ รมช.เกษตรและสหกรณ์ นายนเรศ ธำรงค์ทิพยคุณ รมช.เกษตรและสหกรณ์ และผู้บริหารกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ลุ่มน้ำเจ้าพระยาและรับฟังปัญหาอุทกภัยในพื้นที่ และการบริหารจัดการน้ำของเขื่อนเจ้าพระยา จ.ชัยนาท เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ จ.ลพบุรี และเขื่อนพระราม 6 จ.พระนครศรีอยุธยา
ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า เรื่องสำคัญที่ควรแก้ไขคือ ระเบียบและหลักเกณฑ์ในการบริหารการระบายน้ำที่ต้องขออนุญาตจากสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) หรือคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (กนช.) หากยังต้องรอให้นายกรัฐมนตรีหรือรองนายกรัฐมนตรีที่กำกับดูแลอนุญาตถึง 3 วัน และการประชาสัมพันธ์อีก 3 วัน ซึ่งนานเกินไปและไม่ทันต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้น จึงต้องหารือกับนายกรัฐมนตรีเพื่อหาแนวทางแก้ไขเพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์

สำหรับการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า และการแก้ไขปัญหาในระยะยาว จำเป็นต้องมีการทบทวนกันใหม่ เพื่อไม่ให้เกิดน้ำท่วมซ้ำซาก จึงขอให้ทำงานร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัด สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในพื้นที่ และหน่วยงานต่าง ๆ และที่สำคัญได้สั่งการให้เร่งดำเนินการกำจัดวัชพืชและสิ่งกีดขวางทางน้ำต่าง ๆ โดยให้เวลาแก้ไขปัญหาให้เร็วที่สุดภายใน 1 เดือน
หากยังพบเห็นอยู่จะต้องมีคนรับผิดชอบ นอกจากนี้ ในช่วงฤดูน้ำแล้ง ได้สั่งการกรมชลประทานให้ประสานกับเจ้ากรมทหารช่าง จัดหางบประมาณในการขุดลอกเพื่อรองรับสถานการณ์ต่อไป
นายนเรศ กล่าวว่า ขั้นตอนการขออนุญาตและการประชาสัมพันธ์ที่ต้องใช้เวลารวมกันถึง 6 วัน ถือว่าเป็นระยะเวลาที่ยาวนานเกินไป และกลายเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการบริหารจัดการน้ำ แม้จะสามารถคาดการณ์บางปัจจัยล่วงหน้าได้ แต่ยังมีตัวแปรสำคัญที่ไม่สามารถคาดการณ์ได้ เช่น การเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ และน้ำทะเลหนุน ซึ่งส่งผลกระทบต่อสถานการณ์น้ำโดยตรง
หากขั้นตอนทางราชการล่าช้า จะยิ่งทำให้การแก้ไขปัญหาในพื้นที่ไม่ทันการณ์ จึงควรจะต้องไปแก้ไขหรือปลดล็อก เพื่อลดขั้นตอน และระยะเวลาให้สั้นลง เพื่อให้สามารถบริหารจัดการน้ำได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น