นักวิชาการ ตกผลึกนโยบาย ‘อนุทิน’ 5 ด้าน แนะด้านเศรษฐกิจ ‘สร้างรายได้ ลดรายจ่าย แก้ปัญหาหนี้สิน ฟื้นความเชื่อมั่นนักท่องเที่ยว เร่งแก้ผลกระทบสงครามการค้า
นายอัทธ์ พิศาลวานิช นักวิชาการอิสระ และผู้เชี่ยวชาญเศรษฐกิจระหว่างประเทศและอาเซียน เผยมุมมองเกี่ยวกับนโยบาย 5 ด้านของรัฐบาลานายกรัฐมตรี ‘อนุทิน ชาญวีรกูล’ ว่า ด้านที่ 1 ด้านเศรษฐกิจ สร้างรายได้ ลดรายจ่าย แก้ปัญหาหนี้สิน ฟื้นความเชื่อมั่นแก่นักท่องเที่ยว เร่งแก้ผลกระทบสงครามการค้า
การสร้างรายได้ สิ่งที่รัฐบาลจะทำคือ สำหรับเกษตรกรคือ การบริหารจัดการราคาสินค้าเกษตรให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม
ข้อคิดเห็นคือ ไม่ได้บอกว่า ราคาที่เหมาะสมคือราคาเท่าไร เพราะปัจจุบันราคาสินค้าเกษตรลดลงทุกตัว และเป็นสินค้าตัวไหน ภายใน 4 เดือน รัฐบาลจะทำสินค้าใดก่อน ต้นทุนการผลิตสินค้าเกษตรสูงขึ้น แม้ว่าราคาที่เหมาะสม แต่หากลดต้นทุนการผลิตไม่ได้ เกษตรกรก็ไม่มีรายได้เพิ่มอยู่ดี รัฐบาลไม่ได้พูดเรื่องการทำตลาดของเกษตรกร ปัจจุบันมีการผ่านคนกลาง ราคาที่เหมาะสม ถูกตัดไปให้คนกลางหมด
การลดรายจ่าย สิ่งที่รัฐบาลจะทำคือ โครงการ “คนละครึ่ง” เพื่อลดรายจ่ายประชาชนในการใช้ชีวิตประจำวัน
ข้อคิดเห็นคือ เห็นด้วยว่าจะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายประชาชน และกระตุ้นเศรษฐกิจไปในตัว ทำให้ประชาชนมีรายได้เพิ่มโดยอัตโนมัติจากค่าใช้จ่ายที่ลดลง รัฐบาลต้องไปดูแลเรื่องราคาสินค้าที่ขายแพงกว่า ดัชนีเงินเฟ้อที่ต่ำ แต่ราคาสินค้าในความเป็นจริงแพง
การแก้ปัญหาหนี้สิน สิ่งที่รัฐบาลจะทำคือ หนี้ภาคประชาชน ช่วยเหลือและแก้ไขปัญหาหนี้รายบุคคลในระบบ รายละไม่เกิน 100,000 บาท เพื่อลดปัญหาหนี้ที่ทำให้คนไทยติดกับดักหนี้
ข้อคิดเห็นคือ ปี 2567 หนี้ครัวเรือนไทยรวม 15.84 ล้านล้านบาท หนี้ต่อครัวเรือนเฉลี่ย 688,696 บาท และหนี้ต่อคนเฉลี่ย 240,000 บาท จากโครงการดังกล่าว ถือว่าช่วยเหลือภาระหนี้ของคนไทยไปได้ถึง 50% ถือว่าดี แต่รัฐบาลต้องไปแก้ที่อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ที่สูงมาก สูงกว่าดอกเบี้ยเงินฝาก เพราะส่วนใหญ่คนไทยเป็นหนี้จากการกู้และผ่อนบ้าน รถ ลงทุน
การฟื้นความเชื่อมั่นแก่นักท่องเที่ยว สิ่งที่รัฐบาลจะทำคือ สร้างความปลอดภัย ปราบโกง ดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติพักในไทยยาวขี้น
ข้อคิดเห็นคือ มาถูกทาง แต่ต้องเน้นเรื่องสร้างความปลอดภัย ปราบโกง และหลอกลวงนักนักท่องเที่ยวให้เป็นอันดับแรก อันนี้เป็นประเด็นหลักที่ทำให้นักท่องเที่ยวต่างชาติไม่มาไทย
การเร่งแก้ผลกระทบสงครามการค้า สิ่งที่รัฐบาลจะทำคือ หาตลาดใหม่ สกัดปัญหาการสวมสิทธิ์ถิ่นกำเนิดสินค้า การจัดทำมาตรการในการส่งเสริมการใช้สินค้าอุตสาหกรรมและชิ้นส่วนที่ผลิตภายในประเทศเป็นหลัก สภาพแวดล้อมการลงทุนที่ทันสมัยและเอื้อต่อการแข่งขันในปัจจุบันและอนาคต
ข้อคิดเห็นคือ ไม่มีการระบุสินค้าจีนที่เข้ามาตีตลาดสินค้าเกษตรไทย และสินค้าเอสเอ็มอีไทยว่าจะทำอย่างไร การหาตลาดใหม่ ทำกันมาทุกยุคสมัย จนกลายเป็นวาระทำของรัฐบาลทุกสมัย แต่ทุกอย่างยังเหมือนเดิม ปัจจุบันยังไม่มีส่วนแบ่งตลาดต่างประเทศใหม่ที่เพิ่มขึ้น ควรรื้อระบบการทำตลาดสินค้าไทยในต่างประเทศทั้งหมด ในอนาคตสหรัฐบาลจะเก็บภาษีรายสินค้า จะแก้อย่างไร ขาดมาตรการเรื่องนี้
อุตสาหกรรมทันสมัย ขาดการเชื่อมโยงกับเอสเอ็มอีไทยรายใหญ่มีศักยภาพ และการลงทุนโดยต่างจากต่างประเทศ (เอฟดีไอ) ต่างชาติได้ประโยชน์ รวมถึงระบบการศึกษาไทยที่ยังไม่ตอบโจทย์อุตสาหกรรมทันสมัย เด็กไทยแพ้ สิงคโปร์ เวียดนามและมาเลเซียจะแก้อย่างไร
เพราะระบบการศึกษาไทยล้มเหลว ไทยขาดแรงงานทักษะ เพราะไทยไม่สนับสนุนให้มีโรงเรียนอาชีวะ แบบนี้จะเป็นอุตสาหกรรมทันสมัยได้อย่างไร อุตสาหกรรมไทยยังยึดโยงกับอุตสาหกรรมแรงงานเป็นหลัก เห็นได้จากการพึ่งพิงแรงงานต่างด้าวมากขึ้นทุกๆ ปี และสินค้าอุตสาหกรรมของเอสเอ็มอีไทย มีต้นทุนการผลิตสูงจะลดอย่างไร รวมถึงไม่มีนวัตกรรมเอสเอ็มอีไทยไม่รู้ตลาดต่างประเทศ
ด้านที่ 2 ด้านความมั่นคง เร่งแก้ปัญหาพิพาทไทย-กัมพูชา-ภาคใต้ให้เป็นรูปธรรม
ข้อคิดเห็นคือ รัฐบาลต้องดำเนินและจัดการขั้นเด็ดขาดกับกัมพูชา ทั้งทางทหาร เศรษฐกิจและพื้นที่ชายแดนระดับจังหวัด โดยกำหนดตามกรอบในเวลา 4 เดือนให้ชัดเจน
รัฐบาลต้องตั้งกองกำลังประชาชนที่มาจากคนในท้องถิ้นนั้น สู้กับคนเขมรที่รุกล้ำเข้ามาที่จังหวัดสระแก้ว โดยไม่ต้องใช้ทหาร ใช้เวทีระหว่างประเทศ ฟ้องและสื่อสารเชิงรุกเข้มข้นประณามการสังหารคนไทย และทหาร ข้อตกลงหยุดยิงที่มาเลเซียล้มเหลว ต้องหาทางออกโดยใช้เวทีอื่น หรือให้อาเซียนเรียกประชุมด่วน
ด้านที่ 3 ด้านสังคม ปราบการพนันผิดกฎหมายทุกรูปแบบอย่างจริงจัง สิ่งที่รัฐบาลจะทำ คือ ไม่สนับสนุนให้มีการประกอบธุรกิจการพนันทุกชนิด ไม่มีเอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ที่มีธุรกิจการพนัน ไม่สนับสนุนการพนันที่แฝงมาในรูปของกีฬา อาทิ โป๊กเกอร์
ข้อคิดเห็น คือ ไทยมีจุดอ่อนของการบังคับใช้กฎหมาย ทุกอย่างที่เสนอมาดีหมด แต่ปฎิบัติมีปัญหาจะแก้อย่างไร
ด้านที่ 4 ด้านภัยธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เร่งติดตั้งเครื่องมือเตือนภัย พัฒนาเครือข่ายการเตือนภัยพิบัติในพื้นที่มีความเสี่ยงสูง เยียวยาฟื้นฟูประชาชนผู้ประสบภัยโดยเร่งด่วน โดยภัยธรรมชาติ สิ่งที่รัฐบาลจะทำคือ เร่งติดตั้งเครื่องมือเตือนภัยและพัฒนาเครือข่ายการเตือนภัยพิบัติ
ข้อคิดเห็นคือเห็นด้วย สิ่งแวดล้อม สิ่งที่รัฐบาลจะทำคือ ไทยบรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิให้เป็นศูนย์ภายในปี 2593 สนับสนุนการใช้พลังงานสะอาด ภาคการเกษตรเพื่อลดปัญหาฝุ่นละออง PM2.5 จัดตั้งตลาดซื้อขายคาร์บอนเครดิตที่ได้มาตรฐานสากล
ข้อคิดเห็นคือ ไทยขาดแผนการลด GHG รายสินค้า เช่น ข้าว หรือสินค้าปศุสัตว์อื่น เป็นต้น การใช้พลังงานสะอาด เป็นภาระต้นทุนในการผลิตของเอสเอ็มอีนโยบายรัฐ ไม่มีการพูดถึงว่าจะช่วยสนับสนุนอย่างไร นโยบายพลังงานสะอาดของไทย ยังไม่เปิดเสรีเหมือนเวียดนาม ที่ใช้ผลิตไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์ขายอย่างเสรี ทำให้ค่าไฟเวียดยามจึงถูกกว่าไทย
ด้านที่ 5 ด้านการบริหารภาครัฐ การปฏิรูปกฎหมาย เร่งรัดการพัฒนารัฐบาลดิจิทัลเชื่อมโยงกันทั้งระบบ สิ่งที่รัฐบาลจะทำคือ การพัฒนารัฐบาลดิจิทัล เร่งรัดการปฏิรูปกฎหมาย กฎระเบียบ
ข้อคิดเห็นคือให้ไปทำข้อมูลในแต่ละเรื่องให้ตรงกันก่อน
โดยเฉพาะสินค้าเกษตร หรือข้อมูลการปล่อย GHG ของโรงงานอุตสาหกรรมไทย ก่อนที่จะไปทำระบบข้อมูลดิจิทัล ทำอย่างไรให้มีการบังคับใช้กฎหมายอย่างตรงไปตรงมา สิทธิของคนจนกับคนรวยมันแตกต่างกันจะแก้อย่างไร
สำหรับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ มีข้อคิดเห็นคืออให้ประชาชน เลือกสมาชิกวุฒิสภา(ส.ว.) โดยตรง ยกกเลิกยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ตัดสิทธิ ส.ว.ในการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี ปรับระบบสรรหาองค์กรอิสระให้มีความโปร่งใสและสมดุล เช่น ใช้คณะกรรมการจากหลายภาคส่วน (รัฐสภา, สภาวิชาชีพ, องค์กรสิทธิ)