ธรรมนัส เล็งถก ศุภจี ดันราคาสินค้าเกษตร คลอดปุ๋ยแห่งชาติ -เข้มเอกชนจ่ายค่าเช่า สปก.ปั๊มรายได้หมื่นล้าน

30ก.ย. 2568 ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรีและรมว.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (คปก.) ครั้งที่ 2/2568 ว่า กระประชุม คปก. ครั้งนี้เป็นการประชุมนัดแรกในรอบ 8 เดือน หลังจากที่ผ่านมาประชุมไม่ได้ถูกการเลื่อนมานาน เนื่องจากองค์ประกอบคณะกรรมการไม่ครบ ขาดผู้แทนเกษตรกรและผู้ทรงคุณวุฒิ แต่ล่าสุดคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้แต่งตั้งครบถ้วนแล้ว

ทั้งนี้ ประชุมได้พิจารณาเรื่องสำคัญหลายประเด็น เรื่องแรกคือ การอนุญาตใช้พื้นที่ ส.ป.ก. สำหรับจัดการปัญหาขยะมูลฝอย ซึ่งเป็นปัญหาสังคมในหลายพื้นที่ รวมถึงการกำหนดหลักเกณฑ์ใหม่ให้รัฐวิสาหกิจและเอกชนที่ใช้พื้นที่ ส.ป.ก. ต้องชำระค่าตอบแทนเข้ากองทุน แทนการใช้ประโยชน์ฟรีเหมือนที่ผ่านมา โดยคาดว่าจะทำให้กองทุน ส.ป.ก. มีรายได้เพิ่มปีละมหาศาลจากบริษัทใหญ่ ๆ ที่ติดหนี้อยู่รวมหลายหมื่นล้านบาท

นอกจากนี้ ที่ประชุมยังเห็นชอบให้มีกรอบใหม่สำหรับการขอใช้พื้นที่ ส.ป.ก. เพื่อก่อสร้างวัดหรือสถานประกอบการทางศาสนา โดยต้องได้รับความเห็นชอบจากมหาเถรสมาคมก่อน เพื่อลดปัญหาการใช้ประโยชน์ที่ไม่ตรงวัตถุประสงค์ ส่วนปัญหาการถือครองที่ดิน ส.ป.ก. ที่ทับซ้อนในพื้นที่ต่างๆ ส่วนนี้หากพบว่าเกี่ยวข้องกับนายทุนจะทำการยึดคืนทั้งหมดนอกจากนี้ยังจะเดินหน้าออกโฉนดเพื่อการเกษตรและปรับปรุงพื้นที่ ส.ป.ก. ให้เหมาะสมกับการเกษตรเพื่อประโยชน์ของเกษตรกรอย่างแท้จริง

“ทุกมาตรการของกระทรวงเกษตรฯ จะทำเพื่อตอบโจทย์พี่น้องเกษตรกรเป็นหลัก และจะเดินหน้าปราบปรามการถือครองที่ดิน ส.ป.ก. โดยนายทุนอย่างจริงจัง อะไรถ้าเกี่ยวกับนายทุน ยึดคืนหมด ไม่ต้องห่วง ในยุคผม”

ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า การแก้ปัญหาราคาพืชผลการเกษตรตกต่ำถือเป็นเรื่องเร่งด่วน จึงได้นัดกับนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รมว.พาณิชย์ เพื่อช่วยเรื่องการขายสินค้าเกษตรให้ราคาปรับตัวเพิ่มขึ้นเพื่อหาวิธีช่วยเหลือเกษตรกร เพราะเรื่องของราคาสินค้าที่ตกต่ำกระทรวงพาณิชย์ต้องดำเนินการช่วยเหลือ ขณะที่เรื่องผลผลิตเรื่องต้นน้ำกระทรวงเกษตรจะดูแล นอกจากนี้ยังเตรียมผลักดันโครงการปุ๋ยแห่งชาติ เพื่อช่วยลดต้นทุนการผลิต พร้อมส่งเสริมการนำนวัตกรรมใหม่ ๆ มาใช้ในภาคเกษตร ตลอดจนย้ำแนวนโยบาย “ตลาดนำ นวัตกรรมเสริม” เพื่อสร้างรายได้ที่มั่นคงแก่เกษตรกร

ส่วนเรื่องปัญหาค่าเงินบาทแข็งค่าที่อาจกระทบราคาสินค้าเกษตรเช่นกัน ส่วนนี้ตนยืนยันรัฐบาลและกระทรวงการคลังกำลังหามาตรการแก้ไข ขณะเดียวกันกระทรวงเกษตรฯ เตรียมเดินหน้านโยบายทางเลือกใหม่ที่ดีกว่าประกันรายได้หรือโครงการจำนำพืชผล โดยมุ่งใช้มาตรการ “ชะลอการขาย” เพื่อลดปริมาณสินค้าออกสู่ตลาด พร้อมประสานงานอย่างใกล้ชิดกับกระทรวงพาณิชย์ คาดว่าจะหารืออย่างเป็นทางการภายในสัปดาห์หน้า

ด้านนโยบายเร่งด่วนของกระทรวงเกษตรฯ สิ่งสำคัญคือการแก้ปัญหาราคาพืชผลการเกษตร โดยตั้งทีมที่ปรึกษาใหม่ซึ่งมีผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน เช่น ผู้ที่มีความรู้ด้านปศุสัตว์เข้ามาเสริม ขณะเดียวกันตนยังได้รับมอบหมายเป็นประธานคณะกรรมการนโยบายปาล์มน้ำมันแห่งชาติ เพื่อเร่งขับเคลื่อนการแก้ปัญหาราคาปาล์มอย่างรวดเร็ว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน