“ธรรมนัส ”ชูปัญหาปากท้องเกษตรกร ลุยดูแลราคาพืชเกษตร “ข้าว-มัน-ยาง-ปาล์ม” ยันแม้เวลาน้อยจะทำให้ราคายางขึ้นโลละ100บาท ข้าวหอมมะลิ 1.4 หมื่นต่อตัน
วันที่ 2 ต.ค. 2568 ร.อ. ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรีและรมว.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า เพื่อเร่งผลักดันมาตรการแก้ไขปัญหาราคาสินค้าเกษตรตกต่ำทุกประเภท ที่สร้างความเดือนร้อนให้เกษตรกรอย่างหนักตอนนี้เหมือนคนป่วยอยู่ในไอซียู เป็นปัญหาปากท้องของเกษตรกรไทยที่มีจำนวนกว่า 30 ล้านคน จะทำทุกวิธีทางยกระดับราคาให้สำเร็จแม้มีเวลาน้อย
ทั้งนี้ตนเคยเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯ ได้เพิ่มการใช้ในประเทศมากขึ้น ทำให้จาก 3 กิโล 100บาท ขึ้นเป็น100บาทต่อกิโลกรัม(ก.ก.) ซึ่งในวันนี้กระทรวงเกษตรฯ กรมชลประทาน การยางแห่งประเทศไทย ได้ลงนามบันทึกความเข้าใจส่งเสริมการใช้ยางพาราในภาครัฐกับกระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์
ทั้ง 4 กระทรวงจะใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมจากยางพารา 50% และเปลี่ยนล้อรถยนต์ราชการมาใช้ล้อยางรถยนต์ของการยางแห่งประเทศ ที่ร่วมผลิตกับเอกชนอย่างมีมาตรฐานสากล แม้จะเป็นรถเช่าก็ต้องใช้ล้อยางที่ซื้อจากการยางแห่งประเทศไทย ถ้าบริษัทไม่เปลี่ยนก็จะไม่เช่าบริษัทนั้น รวมทั้งทุ่นลอยน้ำ ทุ่นลอยกันสิ่งกีดขวาง ท่อส่งน้ำ กรมชลประทานจะต้องซื้อจากบริษัทที่ใช้ยางพาราเป็นส่วนผสมผลิตวัสดุ
เดือนนี้ราคายางพารา 56 บาท/ก.ก. เดือนพ.ย.น่าจะขึ้นได้ถึง 60-70 บาท/ก.ก. จึงมั่นใจว่าราคาน้ำยางข้นจะพุ่งขึ้นจากปลายเดือนนี้ไปเพื่อเป็นของขวัญปีใหม่ให้ชาวสวนยาง รวมทั้งข้าวนาปีที่กำลังออกสู่ตลาดรัฐบาลก็จะเตรียมมาตรการชะลอข้าวออกสู่ตลาดและขยายตลาดต่างประเทศเพิ่มขึ้น ตนเคยทำให้ราคาข้าวปรับตัวสูงขึ้นเหมือนสมัยผมนั่งบริหารเมื่อครั้งก่อน ที่ข้าวหอมมะลิขึ้นไปถึง 14,000 หมื่นบาทต่อตันมาแล้ว
“ฝากไปถึงเกษตรกรทุกพื้นที่ พืชเศรษฐกิจทุกประเภท ราคาปาล์ม มีแนวทางช่วยเหลือไว้แล้ว มันสำประหลัง ข้าวโพด ผมประกาศจะทำสงครามกับสินค้าเถื่อน ร่วมกับหน่วยงานเกี่ยวข้องป้องกันการลักลอบนำเข้าจากประเทศเพื่อนบ้าน ผมจะขับเคลื่อนอย่างจริงจังให้แก้ไขความเดือดเกษตรกรโดยเร็วที่สุดผมในฐานะลูกชาวนา พูดออกจากหัวใจสั่งสมองให้ทำงานเพื่อพี่น้องประชาชน ”
ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ส่วนสถานการณ์น้ำปีนี้ขอให้มั่นใจควบคุมได้ อธิบดีกรมชลประทานคนนี้เก่ง ปริมาณน้ำมาเพิ่มก็เอาอยู่ สัปดาห์ที่ผ่านมาตนกับ อธิบดีกรมชลประทาน นั่งฮอไปตรวจสถานการณ์น้ำลุ่มเจ้าพระยา บอกไว้จะย้ายให้หมดไอ้พวกที่ทำงานแล้วยังมีผักตบเต็มคลอง ตนนั่งฮอดูเห็นยังมีผักตบเต็มก็สั่งการไปแล้ว ทำไม่ได้ ต้องย้ายนี่เรื่องสำคัญ เพราะแสดงถึงการใส่ใจชลประทานในแต่ละพื้นที่
รวมทั้งยกเลิกมาตรการระบายน้ำเขื่อนเจ้าพระยา หากเกิน700 ลบ.ม.ต่อวินาที ต้องขออนุญาตรองนายกรัฐมนตรี กว่าจะสั่งการลงมาใช้เวลา3วันถึงประกาศเตือนประชาชน การออกระเบียบยุ่งยากอย่าได้ออกมา และตนให้เวลาถึงวันที่28 ต.ค.นี้ หากยังมีสิ่งกีดขวางทางน้ำไม่ว่าประเภทใดให้อธิบดีกรมชลประทานย้ายได้ทันที