“ยงยุทธ” ปลุกกระแสอสังหาฯ เปิดราคาห้อง “Triplex Residence” เพนท์เฮ้าส์ 3ั้น โครงการสโคป ทองหล่อ “615 ล้านบาท” ออกแบบตกแต่งโดย โธมัส จูล-แฮนเซน ดีไซเนอร์ชื่อดังระดับโลก เจ้าของผลงานออกแบบเพนท์เฮ้าส์กลางนิวยอร์กราคาเหยียบ 100 ล้านดอลลาร์! มาแล้ว เผยมีลูกค้าคนไทย 2 คนจ่อซื้อแล้ว

วันที่ 3 ต.ค. 2568 นายยงยุทธ ชัยพรหมประสิทธิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สโคป จำกัด เปิดเผยว่าบริษัทได้พัฒนาโครงการสโคป คอนโดมิเนียมในระดับอัลตร้าลักชัวรี รวมแล้ว 3 โครงการ เริ่มจากสโคป หลังสวน ซึ่งล่าสุด สร้างยอดขายไปได้แล้ว 80% ส่วนสโคป พร้อมศรี ยอดขายคืบหน้ากว่า 80%

ขณะที่โครงการสโคป ทองหล่อ ออกแบบให้มีเพียง 18 ยูนิต ในรูปแบบ “All-Penthouse” โดยทุกยูนิตเป็นห้องเพนต์เฮ้าส์ขนาดใหญ่พื้นที่ใช้สอยเริ่มต้น 415 ตร.ม. ซึ่งมีชั้นละ 1 ยูนิต ราคาขายเริ่มต้นที่ 226 ล้านบาท และด้วยยอดขายยังคงใกล้เคียงเดิมที่ 11 ยูนิต จากทั้งหมด 18 ยูนิต มูลค่าโครงการรวม 3,300 ล้านบาท ซึ่งลูกค้าเป็นคนไทยทั้งหมด

แต่ทั้งนี้ต้องยอมรับว่ากลุ่มลูกค้าที่ซื้อคอนโดมิเนียมในระดับราคานี้ ส่วนหนึ่งหรือราว 50% ซื้อด้วยเงินสด และอีก 50% ใข้สินเชื่อจากธนาคาร ซึ่งไม่ได้หมายความว่าการเงินไม่พร้อม แต่เป็นการบริหารจัดการทางการเงินส่วนบุคคล และก็ต้องยอมรับว่ามีลูกค้าบางส่วนที่ประสบภาวะโอนไม่ไหว ทำให้บริษัทต้องนำกลับมาขายใหม่

พร้อมกันนี้ล่าสุดบริษัทได้เปิดตัวแบบห้อง The Penthouse of Penthouses ห้องที่ดีที่สุดของโครงการสโคป ทองหล่อ ซึ่งออกแบบให้เป็น Triplex Residence ครอบคลุมพื้นที่ 3 ชั้น ขนาด 765 ตร.ม. การออกแบบตกแต่งภายในห้องทั้งหมด โดยโธมัส จูล-แฮนเซน (Thomas Juul-Hansen) ดีไซเนอร์ชื่อดังจากนิวยอร์ก เจ้าของฉายา “The Master of Modern Design” ผู้อยู่เบื้องหลังเพนต์เฮาส์ชื่อดังอย่าง ONE57 ที่นิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา ระดับราคา 100 ล้านดอลลาร์ และโครงการ Belgravia Gate ที่ลอนดอน ประเทศอังกฤษ รวมถึงยังเป็นผู้ออกแบบเพนต์เฮาส์แห่งแรกในกรุงเทพฯ ที่สร้างสถิติตร.ม.ละ 1 ล้านบาท มาแล้วในโครงการสโคป หลังสวน

สำหรับแบบห้อง The Penthouse of Penthouses เป็นคอนโด 3 ชั้น มี 5 ห้องนอน 6 ห้องน้ำ ถูกสร้างขึ้นเพื่อให้ทุกมิติสะท้อนความเป็นที่สุด ไฮไลต์สำคัญอย่าง Great Room ห้องนั่งเล่นขนาดใหญ่บริเวณหัวมุมอาคาร ที่เปิดรับวิวพาโนรามารอบทิศทาง เสริมด้วยเพดานสูง Double Volume ช่วยสร้างบรรยากาศโอ่อ่า โปร่งโล่ง พร้อมระเบียงกว้างและจากุซซี่กลางแจ้งที่มาพร้อมระบบควบคุมอุณหภูมิ

ส่วนของการเลือกสรรเฟอร์นิเจอร์ทุกชิ้นนำเข้าจากต่างประเทศ ซึ่งบางชิ้นหายากและเป็น Iconic Pieces ระดับโลก ที่มีไม่กี่ชิ้นในโลก โดยทุกองค์ประกอบผ่านการออกแบบในทุกรายละเอียดโดย โธมัส จูล-แฮนเซน ที่มีความโมเดิร์น เรียบโก้ ไร้กาลเวลา มีเพียงหนึ่งเดียว ไม่สามารถลอกเลียนแบบได้

ตั้งแต่ห้องครัวคัสตอม ไปจนถึงโทนสีและเฟอร์นิเจอร์ทุกชิ้นที่สะท้อนลายเซ็นของดีไซเนอร์ระดับโลก ที่ได้คิดมาอย่างพิถีพิถันเพื่อรองรับการใช้ชีวิตที่แตกต่าง และมอบประสบการณ์ที่ไม่สามารถหาได้จากเพนต์เฮาส์ใด ๆ ในกรุงเทพฯ ทั้งนี้เฉพาะค่าออกแบบและตกแต่งเฟอร์นิเจอร์ของห้องนี้อยู่ที่ 45 ล้านบาท จากราคาขายสำหรับเพนท์เฮ้าส์ยูนิตนี้ 615 ล้านบาท ซึ่งปัจจุบันมีลูกค้าคนไทย 2 รายสนใจและอยู่ในระหว่างการตัดสินใจ

โดยโครงการสโคป ทองหล่อ ยังยกระดับมาตรฐานการอยู่อาศัยให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น ด้วยการบริการระดับโรงแรมห้าดาว ตั้งแต่ Penthouse Assistant ที่พร้อมดูแลทุกความต้องการในแต่ละวัน, บริการแม่บ้านที่คอยดูแลความสะอาดในยูนิตพักอาศัย, ไปจนถึงบริการนำรถไปจอดจนถึงการเตรียมรถให้พร้อมก่อนออกเดินทาง

ทั้งยังเสริมด้วยบริการที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ อาทิ เชฟ นักโภชนาการ สามารถจัดเตรียมเมนูอาหารได้ตามความต้องการ เป็นต้น ทั้งนี้อัตราค่าส่วนกลางอยู่ที่ 240 บาท/ตร.ม./เดือน ซึ่งด้วยคุณภาพของโครงการในระดับนี้และอยู่บนทำเลที่หายาก (Rare Item) ดังนั้นลูกค้าที่ซื้อจะเป็นกลุ่มที่มีฐานะทางการเงินสูง มีทรัพย์สินระดับหมื่นล้านบาท ซึ่งมีการตัดสินใจอย่างรอบคอบ และมักจะมี ที่ปรึกษาทางการเงิน ซึ่งเป็น Wealth Management (การบริหารความมั่งคั่ง) ให้คำปรึกษาอย่างดี

“กลุ่มลูกค้าคนไทยที่ซื้อ เกือบทั้งหมดอยู่อาศัยเอง แต่ทั้งนี้หากจะปล่อยเช่า คาดว่าอัตราค่าเช่าจะอยู่ที่ 2,000 บาท/ตร.ม./เดือน ซึ่งหากเป็นยูนิต Triplex Residence อัตราค่าเช่าจะอยู่ที่ราวเดือนละ 1 ล้านบาทโดยประมาณ”

นายยงยุทธ กล่าวด้วยว่าสโคปจะให้ความสำคัญกับการลงทุนด้านการออกแบบ เพราะเชื่อมั่นว่าเมื่อออกแบบมาดี จะทำให้มูลค่าอสังหาริมทรัพย์ของไทยกลับขึ้นมายืนอยู่ในจุดที่ควรจะเป็น หรือราคาอสังหาฯ เทียบเท่ากับประเทศเพื่อนบ้านอย่างสิงคโปร์ ฮ่องกง รวมถึง โตเกียว และ นิวยอร์ก

เพราะจะเห็นได้ว่าช่วงหลายปีต่อเนื่อง กรุงเทพฯ ก็ยังได้รับการจัดอันดับให้เป็นเมืองน่าอยู่ที่สุดติดอันดับต้นๆ ของโลก ต่างชาติต้องการมาใช้ชีวิตในประเทศไทย แต่มูลค่าของอสังหาฯ ไทยก็ถึงไปไม่ถึงจุดที่สูงเทียบเคียงเพื่อนบ้าน ซึ่งส่วนหนึ่งอาจเพราะปัจจัยทั้งสภาพเศรษฐกิจ การเมือง ความขัดแย้งกับประเทศเพื่อนบ้าน ที่เข้ามากระทบด้วย

“สโคปในฐานะที่เป็นผู้พัฒนาอสังหาริมรัพย์ มองว่าหากจะนำโครงการไปเทียบกับระดับโลกได้ ก็ต้องมีการลงทุนออกแบบบที่ดีจากดีไซเนอร์ชั้นนำเพื่อทำให้สถาปัตยกรรมของอาคารมีความสวยงามคงอยู่ไปหลายสิบปีหรือร้อยปี โดยเอาชนะด้วยคุณภาพระดับโลก ซึ่งไม่จำเป็นว่าโครงการของเราต้องอยู่บนถนนที่โด่งดัง อย่างเมดิสันอเวนิว ใน นิวยอร์ก หรือ ถนนออร์ชาร์ด ของ สิงคโปร์ แต่โครงการเราอยู่บนทองหล่อ ซึ่งเป็นทำเลที่ดีที่สุดของถนนสุขุมวิทและดีที่สุดในกรุงเทพฯ ดังนั้น คุณภาพและมูลค่าของโครงการอสังหาฯ นั้นๆ จำเป็นต้องได้รับการพัฒนาให้ทัดเทียมหรือเหนือกว่ามาตรฐานสากล เพื่อให้ผู้ซื้อ ไม่ว่าจะเป็นชาวต่างชาติ หรือคนไทยที่เห็นโลกมามาก จะเห็นถึงคุณค่า (value) และพร้อมที่จะจ่ายในราคาที่สะท้อนมูลค่านั้น” นายยงยุทธ กล่าว

พร้อมกันนี้ยังเปิดเผยภาพรวมราคาที่ดินบนถนนสุขุมวิทในย่านทองหล่อ พร้อมพงษ์ ซึ่งปัจจุบันแม้ในภาวะเศรษฐกิจไม่ดี แต่ราคาเสนอขายกันที่ 2.5 ล้านบาท/ตร.ว. อีกทั้งแนวโน้มราคาอสังหาริมทรัพย์ในย่านถนนหลังสวนยังมีโอกาสปรับขึ้น โดยเฉพาะคอนโดมิเนียมในโครงการสโคปหลังสวน จากปัจจุบันตร.ม.ละ 600,000 บาท จะเพิ่มเป็น 800,000 บาท ในไม่ช้านี้ เนื่องจากจะมีโครงการใหม่อีก 2-3 โครงการ มาเปิดในราคาที่สูงระดับเดียวกัน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน