ทีดีอาร์ไอ คาด 8 ต.ค.นี้ กนง. คงดอกเบี้ยที่ 1.50% ตามเดิม หวังเก็บกระสุน รอเผชิญภัยคุกคามในอนาคต พร้อมงัดมาตรปรามเงินบาทแข็งค่า สวนทางพื้นฐานเศรษฐกิจ

นายนณริฏ พิศลยบุตร นักวิชาการอาวุโส สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) เปิดเผยว่า ทิศทางเศรษฐกิจไทยยังมีความอ่อนแอ โตต่ำกว่าศักยภาพ ดังนั้น ในการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) วันที่ 8 ต.ค.นี้ หากไม่ติดสถานการณ์อะไร ควรลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง ตามหลักของเศรษฐศาสตร์ทั่วไป เพราะภาพรวมโจทย์ยังเป็นแบบเดิม

แต่ทั้งนี้ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) คงคำนึงถึงภาพระยะยาวว่า ไทยยังมีภัยคุกคามอีกเยอะที่รออยู่ จึงต้องเก็บกระสุนดอกเบี้ยไว้ก่อน ซึ่งถือเป็นโจทย์เดิมของผู้ว่าแบงก์ชาติคนก่อนหน้านี้ ที่มีการลดดอกเบี้ยไปแล้วในระดับหนึ่ง

“ในมุมนี้มองว่าเมื่อมีการลดอกเบี้ยลง และมีความพยายามออกนโยบายใหม่ เพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ ซึ่งไม่ใช่นโยบายด้านดอกเบี้ย อาทิ การแก้ไขหนี้สิน ผ่านโครงการซื้อหนี้ ซึ่งผู้ว่าแบงก์ชาติคนใหม่วางแผนเข้ามาผลักดันให้เกิดขึ้น จึงมองว่า กนง. น่าจะประเมินการเก็บกระสุนเอาไว้ โดยคงดอกเบี้ยอยู่ที่ 1.50% ยังไม่ลดดอกเบี้ยลงในครั้งนี้”

นายนณริฏ กล่าวว่า ความสามารถในการปรับลดดอกเบี้ยยังคงมีอยู่ เพราะปัจจุบันดอกเบี้ยนโยบายอยู่ระดับ 1.50% เทียบกับช่วงโควิด-19 ที่มีการปรับลดลงเหลือ 0.50% จึงมีช่องให้ลดลงได้อีกหลายระดับ แต่ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ว่าเศรษฐกิจในปัจจุบันแย่เหมือนช่วงโควิดเลยหรือไม่

“ทั้งการส่งออกไม่สดใส การท่องเที่ยวชะลอตัวอย่างหนัก การจับจ่ายใช้สอยฝืดเคือง หากสถานการณ์ยังไม่ย่ำแย่ไปจนถึงช่วงนั้น ก็สะท้อนให้เห็นถึงช่องว่างที่สามารถลดดอกเบี้ยได้อีก ส่วนนโยบายทั้งการเงินและการคลังจะเดินสอดคล้องกันได้มากขึ้นหรือไม่นั้น ส่วนตัวมองว่าด้วยความที่เป็นผู้ว่าคนนอก คงมีการประสานมุมมองของแบงก์ชาติและคลังได้มากขึ้น”

สำหรับค่าเงินบาทที่แข็งค่าต่อเนื่อง มีปัจจัยเฉพาะอย่างการซื้อขายทองคำที่อาจมีมาก และราคาทองที่สูงขึ้น รวมถึง Net Errors & Omissions (NEO) หรือธุรกรรมที่ไม่สามารถอธิบายได้เพิ่มมากขึ้น สวนทางกับสถานการณ์เศรษฐกิจปัจจุบันที่ยังไม่ได้ดีมากนัก การเติบโตต่ำกว่าศักยภาพ ผลตอบแทนตลาดทุนก็ไม่ได้ตามอัตราที่เหมาะสม ซึ่งทำให้ค่าเงินบาทควรอ่อนค่าลงนั้น

ขณะนี้ ธปท. พยายามหาคำตอบอยู่ ซึ่งข่าวดีคือ ธปท.ทราบถึงปัญหาแล้ว ถือเป็นการปรามตลาดว่าหากค่าเงินยังแข็งค่าต่อไป อาจมีมาตรการออกมาแทรกแซง เพื่อแก้ไขปัญหาตรงนี้ ความเสี่ยงที่ค่าเงินบาทแข็งมากจึงน้อยลง เพราะคนอาจมีความกังวลถึงมาตรการที่จะออกมา ความพยายามใช้ช่องทางเดิมดำเนินการอะไรจึงอาจลดลง

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน