เปิดยอด แรงงานกัมพูชาในไทย เหลือไม่ถึง 5 แสนคน หลังเกิดความขัดแย้ง กระทรวงแรงงาน เร่งดึง 3 แนวทางบริหารจัดการคนทดแทน

วันที่ 7 ต.ค.2568 ผู้สื่อข่าวรายงานจากกระทรวงแรงงาน ถึงจำนวนแรงงานสัญชาติกัมพูชา ที่ได้รับอนุญาตให้ทำงานคงเหลือในประเทศไทยปัจจุบัน (ข้อมูล ณ วันที่ 25 สิงหาคม 2568) ว่า แรงงานกัมพูชาที่ได้รับใบอนุญาตทำงานในประเทศไทย มีทั้งสิ้น จำนวน 490,534 คน จำแนกได้เป็น 2 กลุ่ม ดังนี้

  1. แรงงานที่เข้ามาทำงานโดยใช้ทักษะ ความรู้ ความเชี่ยวชาญ (Work Permit) จำนวน 676 คน
  2. แรงงานที่เข้ามาทำงานโดยใช้แรงกายเป็นหลัก จำนวน 489,858 คน แบ่งเป็น
  • แรงงานที่เข้ามาทำงานตาม MoU จำนวน 162,015 คน
  • แรงงานที่เข้ามาทำงานแบบไป-กลับ หรือตามฤดูกาล จำนวน 27,017 คน
  • แรงงานที่เข้ามาทำงานตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) จำนวน 300,826 คน

ส่วนจำนวนแรงงานกัมพูชาที่ได้รับอนุญาตให้ทำงานคงเหลือในประเทศไทย ช่วงก่อนเกิดการปะทะ (ข้อมูล ณ เดือนพฤษภาคม 2568) มีทั้งสิ้น จำนวน 512,207 คน จำแนกได้เป็น 2 กลุ่ม ดังนี้

  1. แรงงานที่เข้ามาทำงานโดยใช้ทักษะ ความรู้ ความเชี่ยวชาญ (Work Permit) จำนวน 765 คน
  2. แรงงานที่เข้ามาทำงานโดยใช้แรงกายเป็นหลัก จำนวน 511,442 คน แบ่งออกเป็น แรงงานที่เข้ามาทำงานตาม MoU จำนวน 183,704 คน, แรงงานที่เข้ามาทำงานแบบไป-กลับ หรือตามฤดูกาล จำนวน 22,297 คน และแรงงานที่เข้ามาทำงานตามมติครม. จำนวน 305,441 คน

กระทรวงแรงงาน ยังระบุต่อว่า จากสถานการณ์การปิดด่านชายแดนไทย – กัมพูชา ส่งผลให้แรงงานกัมพูชาที่เข้ามาทำงานโดย Border Pass เพื่อทำงานแบบไป – กลับ หรือตามฤดูกาล เดินทางกลับไปยังประเทศกัมพูชามากที่สุด ส่วนใหญ่เข้ามาทำงานกิจการเกษตรและปศุสัตว์

เมื่อตรวจสอบข้อมูลแล้วพบว่า ส่วนใหญ่ผู้ที่เดินทางกลับเป็นผู้ใช้บัตรผ่านแดน (Border Pass) เนื่องจากแรงงานกัมพูชา มีความกังวลกรณีการปิดด่าน โดยหากยังอยู่ในประเทศไทยและระยะเวลาการให้พำนักสิ้นสุด จะได้รับโทษ Over Stay ตามกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมืองของประเทศไทย จึงทำให้เกิดปัญหาการขาดแคลนแรงงานในภาคการเกษตร

อย่างไรก็ดี หากแรงงานจำนวนดังกล่าวเดินทางกลับประเทศ ก็ยังมีแรงงาน 3 สัญชาติ ได้แก่ ลาว เมียนมา เวียดนาม ที่เหลือทดแทนได้ โดยพบว่า คนกัมพูชาส่วนใหญ่เข้ามาประกอบอาชีพกรรมกร อยู่ในพื้นที่จังหวัดกรุงเทพมหานครมากที่สุด

สำหรับแนวทางการดำเนินการรับมือแรงงานกัมพูชาทะลักเข้ามาในไทย ได้แก่

  1. ดูแลสิทธิมนุษยชนและความปลอดภัยของแรงงาน
  2. ส่งเสริมให้แรงงานเข้าสู่ระบบถูกกฎหมาย เช่น การจดทะเบียนแรงงาน
  3. ลดแรงจูงใจในการเข้ามาแบบผิดกฎหมายโดยปราบปรามนายหน้าหรือขบวนการค้ามนุษย์
  4. ให้ความรู้แก่แรงงานเกี่ยวกับสิทธิของตนเอง

นอกจากนี้ ยังระบุถึงมาตรการการบริหารจัดการคนต่างด้าวเพื่อแก้ไขปัญหาการขาดแคลนแรงงาน มี 3 แนวทาง ได้แก่

  1. มาตรการรักษาของเดิมให้แรงงานยังอยู่ในระบบอย่างถูกต้อง เช่น การต่ออายุใบอนุญาตทำงานของแรงงานต่างด้าวสัญชาติเมียนมาตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2568 และการผ่อนผันให้แรงงานกัมพูชาที่ถือบัตรผ่านแดน (Border Pass) ทำงานบริเวณชายแดน ตามมติครม.เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2568
  2. มาตรการเพิ่มเติมของใหม่ การพิจารณาให้ผู้หนีภัยการสู้รบจากเมียนมาสามารถออกมาทำงานได้ และการทำ MoU/Agreement ด้านการจ้างแรงงานสัญชาติอื่น ๆ เพิ่มเติม เช่น ศรีลังกา และการขึ้นทะเบียนแรงงานต่างด้าวที่มีสถานะไม่ถูกต้องตามกฎหมายตามมติครม. เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2568
  3. มาตรการจัดหาแรงงานไทยทดแทนแรงงานต่างด้าว โครงการบริการจัดหางานและอาชีพการให้บริการจัดหางานในประเทศ ให้บริการจัดหางานแก่นักเรียน นักศึกษา และประชาชนทั่วไป ผ่านช่องทางต่าง ๆ อาทิ ศูนย์บริการจัดหางานเพื่อคนไทย สำนักงานจัดหางานจังหวัดทุกจังหวัด สำนักงานจัดหางานกรุงเทพมหานครพื้นที่ 1-10 แพลตฟอร์มไทยมีงานทำ เป็นต้น

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน