ธนาคารออมสินจัดกิจกรรมสื่อมวลชนสัญจร ประจำปี 2568 เดินทางไปประเทศทูร์เคีย หรือตุรกี ระหว่างวันที่ 6-14 ก.ย.ที่ผ่านมา เพื่อกระชับความสัมพันธ์อันดีระหว่างกัน โดยคณะผู้บริหารธนาคารออมสิน นำโดยนายวีระชัย อมรถกลสุเวช รองผู้อำนวยการธนาคารออมสิน อาวุโส รักษาการผู้อำนวยการธนาคารออมสิน ในโอกาสนี้คณะผู้บริหารธนาคารออมสิน โดยนายวีระชัยได้แถลงถึงแผนการดำเนินงานต่างๆ ของธนาคารในฐานะ “ธนาคารเพื่อสังคม” (Social Bank) ในช่วงที่ผ่านมา พร้อมทั้งเปิดเผยเป้าหมายและแนวทางการดำเนินงานที่จะเดินหน้าต่อไปโดยเฉพาะในช่วงครึ่งปีหลัง

รายงานพิเศษ - โมเดลออมสินSocial Bank พันธกิจลดเหลื่อมล้ำสู่สังคมเท่าเทียม

คณะสื่อมวลชนร่วมสัญจรตุรกี

 

นายวีระชัยระบุว่า ภาพรวมเศรษฐกิจไทยในช่วงครึ่งปีหลังยังเผชิญแรงกดดัน ทั้งปัจจัยภายในและภายนอกประเทศ โดยเฉพาะการส่งออกที่ชะลอจากนโยบายภาษีทางการค้าและการท่องเที่ยวที่หดตัว ทั้งยังต้องเผชิญปัญหาโครงสร้าง อาทิ ภาวะหนี้ครัวเรือนและหนี้สาธารณะที่เพิ่มขึ้น การเข้าไม่ถึงแหล่งเงินในระบบ ส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ประชาชนกลุ่มฐานราก และผู้ประกอบการรายย่อย

ธนาคารออมสินจึงเดินหน้ายุทธศาสตร์การเป็นธนาคารเพื่อสังคม ภายใต้ 4 ภารกิจหลัก เพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางการเงิน และสร้างโอกาสการเข้าถึงแหล่งเงินทุนในอัตราดอกเบี้ยที่เป็นธรรม ให้กับประชาชนกลุ่มฐานราก และผู้ประกอบการเอสเอ็มอี

รายงานพิเศษ - โมเดลออมสินSocial Bank พันธกิจลดเหลื่อมล้ำสู่สังคมเท่าเทียม

นายวีระชัย-อมรถกลสุเวช

 

โดยเฉพาะบทบาทการสนับสนุนภาครัฐในการกระตุ้นเศรษฐกิจ ที่ธนาคารพร้อมเป็นเครื่องยนต์ทางการเงินในการให้ความช่วยเหลือ และประคับประคองผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ซึ่งถือเป็นฟันเฟืองสำคัญของเศรษฐกิจ ให้ฟื้นตัวและก้าวข้ามช่วงเวลาที่ท้าทาย

รักษาการผอ.ธนาคารออมสินกล่าวว่า ธนาคารออมสินตระหนักถึงข้อจำกัดที่ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีต้องเผชิญ ไม่ว่าจะเป็นการขาดสภาพคล่อง เงินทุนหมุนเวียน หรือภาระดอกเบี้ยที่สูง ธนาคารจึงพร้อมทำหน้าที่เป็น “แหล่งทุนต่อยอด” เพื่อช่วยเสริมสภาพคล่อง เติมทุน และฟื้นฟูกิจการอย่างยั่งยืน

โดยเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการเข้าถึงสินเชื่อในระบบด้วยเงื่อนไขที่เป็นธรรมและต่อเนื่อง ที่ผ่านมาธนาคารได้ดำเนินโครงการสินเชื่อสำคัญหลายโครงการ เช่น สินเชื่อกระตุ้นธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ GSB D-Home สร้างบ้านเพื่อคนไทย วงเงิน 10,000 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ยคงที่ 2 ปีแรก 3.50 เปอร์เซ็นต์ต่อปี อนุมัติแล้ว 6,000 ล้านบาท

โครงการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ หรือซอฟต์โลน GSB Boost Up Plus วงเงิน 100,000 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ยคงที่ 2 ปีแรก 2.99 เปอร์เซ็นต์ต่อปี อนุมัติแล้ว 98,700 ล้านบาท

รวมถึงมีโครงการใหม่ ทั้งซอฟต์โลนเพื่อให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่ผู้ประกอบกิจการใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ วงเงินกู้สูงสุด 20 ล้านบาทต่อราย

“สินเชื่อโครงการพิเศษเฉพาะกลุ่ม เช่น 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพราะถ้าผู้ประกอบกิจการที่นั่น ถ้าไปกู้ก็จะไม่มีใครให้กู้ ออมสินจึงเป็นแกนหลักให้แบงก์พาณิชย์เข้าไปปล่อยกู้ได้ ซึ่งวงเงินซอฟต์โลนที่ชายแดนภาคใต้มีมาแล้ว 13 ปี ถือว่ายาวนาน” นายวีระชัยกล่าว

นอกจากนี้ ยังมีโครงการสินเชื่อเสริมสภาพคล่องประมง ระยะ 3 วงเงินโครงการ 2,000 ล้านบาท วงเงินกู้สูงสุด 10 ล้านบาทต่อราย เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้ผู้ประกอบการประมง และสนับสนุนนโยบายรัฐในการบริหารจัดการทรัพยากรสัตว์น้ำอย่างยั่งยืน

รายงานพิเศษ - โมเดลออมสินSocial Bank พันธกิจลดเหลื่อมล้ำสู่สังคมเท่าเทียม

ล่าสุดเตรียมออกซอฟต์โลนเพิ่มเติม วงเงินโครงการ 100,000 ล้านบาท โดยธนาคารออมสินคิดอัตราดอกเบี้ยเพียง 0.01 เปอร์เซ็นต์ต่อปี ให้สถาบันการเงินที่เข้าร่วมโครงการนำไปปล่อยต่อให้กับผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ในอัตราดอกเบี้ยไม่เกิน 3.50 เปอร์เซ็นต์ต่อปี ใน 2 ปีแรก เพื่อช่วยเสริมสภาพคล่อง และพัฒนาศักยภาพธุรกิจไทยให้เข้าถึงแหล่งทุนในระบบได้ต่อเนื่อง โดยคาดว่าจะสามารถดำเนินการได้ในเร็วๆ นี้

รักษาการผอ.ธนาคารออมสินกล่าวอีกว่า ขณะเดียวกัน ธนาคารยังช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก ซึ่งเป็นผู้มีรายได้น้อย รวมถึงผู้ที่ไม่เคยเข้าถึงสินเชื่อในระบบสถาบันการเงินมาก่อน โดย ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2568 ธนาคารได้ให้ความช่วยเหลือด้วยการปล่อยสินเชื่อผ่าน 3 ภารกิจสำคัญ

แบ่งเป็นการสร้างโอกาสในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนในระบบสถาบันการเงิน ผ่านนวัตกรรมสินเชื่อเพื่อสังคมกว่า 680,000 ราย การแก้ไขปัญหาหนี้สินที่ช่วยลูกหนี้ไม่ให้เสียประวัติทางการเงินกว่า 800,000 ราย และการพัฒนาศักยภาพชุมชนผ่านการสร้างอาชีพ และส่งเสริมการออม โดยมีผู้ได้รับประโยชน์กว่า 250,000 ราย

อีกทั้งธนาคารจะยังเดินหน้าขยายผลสร้าง Social Impact อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้บรรลุเป้าหมายการช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง ปีละไม่ต่ำกว่า 2 ล้านคน ผ่าน 4 ภารกิจหลัก ควบคู่กับการบูรณาการเทคโนโลยีและนวัตกรรมเอไอ เข้ามาช่วยยกระดับการดำเนินงานและการให้บริการทางการเงิน ไฮไลต์สำคัญ

รายงานพิเศษ - โมเดลออมสินSocial Bank พันธกิจลดเหลื่อมล้ำสู่สังคมเท่าเทียม

ได้แก่ AI Optimized Loan Processing and Underwriting ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการอนุมัติสินเชื่ออย่างรวดเร็วและแม่นยำ ตลอดจนลดระยะเวลาอนุมัติสินเชื่อ และต้นทุนการดำเนินงาน

รวมทั้ง AI Chatbot for Branch ผู้ช่วยพนักงานสาขาในการค้นหาข้อมูลอย่างสะดวก รวดเร็ว และช่วยเพิ่มความแม่นยำในการให้บริการมากขึ้น โดยจะเริ่มใช้งานในไตรมาส 4 ของปีนี้ ทั้งหมดนี้เพื่อยกระดับบริการทางการเงินให้ครบวงจร และเร่งขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน

“ปัจจุบันเอไอเข้ามามีบทบาทเยอะขึ้น เอสเอ็มอีต้องปรับตัวใช้เทคโนโลยีแทนแรงงานคนมากขึ้น บ้านเราเวลาการเมืองหาเสียงจะขึ้นค่าแรง ดังนั้น เอสเอ็มอีต้องเตรียมตัวรองรับค่าแรงเพิ่มขึ้น จะเห็นได้บางกิจการเอาเครื่องจักรเข้ามา เป็นเรื่องที่อาจมีบทบาทสำคัญช่วยเอสเอ็มอีไทย เพราะเอไอเข้ามามีบทบาทแทนคนมากขึ้น ดังนั้น เอสเอ็มอีไทยต้องปรับตัวตรงนี้” นายวีระชัยกล่าว

ปัจจุบันธนาคารออมสินได้ดำเนินธุรกิจภายใต้แนวทางที่เน้นการสร้างสมดุลระหว่างผลกำไรและความรับผิดชอบต่อสังคม เพื่อสานต่อพันธกิจ “ธนาคารเพื่อสังคม” (Social Bank) ผลงานที่ผ่านมาเป็นเครื่องยืนยันชัดเจนว่า สามารถสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคมได้จริง ทั้งในแง่การลดความเหลื่อมล้ำ สร้างความเป็นธรรม และส่งเสริมการพัฒนา ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทยทุกกลุ่มในสังคมได้อย่างยั่งยืน

ธีระยุทธ ยุวนิมิ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน