พรุ่งนี้ ! คลัง จ่อชงแพ็คเกจ กระตุ้นท่องเที่ยว-เร่งเบิกจ่าย เข้า ครม.เศรษฐกิจ

นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ในวันที่ 15 ตุลาคมนี้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย จะเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายเศรษฐกิจ หรือ ครม.เศรษฐกิจ เป็นครั้งแรก โดยที่ประชุมเตรียมพิจารณาแผนการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในช่วงระยะเวลา 4 เดือนจากกระทรวงการคลัง ซึ่งครอบคลุมทั้งมาตรการด้านภาษีและการใช้จ่ายงบประมาณ เพื่อเร่งกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างเป็นรูปธรรมในระยะสั้น

ทั้งนี้การประชุมคณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจในครั้งนี้ จะมีการการนำเสนอโรดแมปและแผนปฏิบัติการ (Action Plan) ขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ โดยกระทรวงการคลัง ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังให้ความสำคัญและต้องการเน้นย้ำเป็นพิเศษ ทั้งนี้ กระทรวงการคลังมีความคาดหวังว่า ทุกกระทรวงจะร่วมจัดทำโรดแมปและแผนปฏิบัติการของแต่ละหน่วยงาน เพื่อให้สามารถเดินหน้าขับเคลื่อนมาตรการต่าง ๆ ให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมภายในระยะเวลา 4 เดือนข้างหน้า

นายสิริพงศ์เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจครั้งนี้ คาดว่ากระทรวงการคลังจะเสนอรายละเอียดมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยว โดยเฉพาะมาตรการทางภาษีเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวช่วงปลายปี ซึ่งจะครอบคลุมทั้งเมืองหลักและเมืองรอง นอกจากนี้ ยังจะมีการหารือถึงแนวทางการจ่ายเงินเยียวยาแก่ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยอีกด้วย
แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า กระทรวงการคลังเตรียมนำเสนอแผนการปรับปรุงการเบิกจ่ายงบลงทุนปี 2569 ช่วงไตรมาส 1 ของปีงบประมาณ 2569 พร้อมรายงานเป้าหมายการเบิกจ่ายรายไตรมาส ในการประชุมคณะกรรมการนโยบายเศรษฐกิจ ครั้งที่ 1/2568 (ครม.เศรษฐกิจ) นัดแรกในวันพรุ่งนี้ 15 ต.ค. 68 เพื่อเร่งรัดการใช้จ่ายภาครัฐเพื่อให้มั่นใจว่าไตรมาส 4 ปี 68 และไตรมาส 1 ปี 69จะมีเม็ดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจมากขึ้น นอกจากที่จะมีการเสนอมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวนางแพตริเซีย มงคลวนิช อธิบดีกรมบัญชีกลาง เปิดเผยว่า ตามนโยบาย Quick Big Win ของ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลัง ได้มอบหมายให้มีการปรับแผนและเป้าหมายการเบิกจ่ายงบประมาณของไตรมาส 1 ปีงบประมาณ 2569 โดยจะมีการกำหนดเป้าหมายการดำเนินงานและจะมีมาตรการที่ชัดเจนออกมา

ขณะนี้มีงบประมาณเหลื่อมปี 2569 ที่รอการเบิกจ่ายกว่า 3.2 แสนล้านบาท โดยกรมบัญชีกลางจะเร่งผลักดันให้เกิดการเบิกจ่ายในช่วงไตรมาส 1 และ 2 ของปีงบประมาณ 2569 เพื่ออัดเม็ดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจอย่างรวดเร็ว

สำหรับผลการเบิกจ่ายงบประมาณปี 2568 พบว่า มีอัตราเบิกจ่ายรวม 92.3% โดยเป็นงบประจำ 100.02% ขณะที่งบลงทุนเบิกจ่ายได้เพียง 65% ต่ำกว่าเป้าหมายที่กำหนดไว้ 80% ส่วนหนึ่งเป็นเพราะวงเงินงบกระตุ้นเศรษฐกิจปี 2568 จำนวน 1.57 แสนล้านบาท ไม่สามารถจัดสรรได้ทันภายในปีงบประมาณ จึงต้องกันไว้เป็นงบเหลื่อมปี 2569 เพื่อกลับมาใช้กระตุ้นเศรษฐกิจในปีถัดไป

อธิบดีกรมบัญชีกลาง กล่าวว่า แนวโน้มการเบิกจ่ายงบลงทุนมีการชะลอตัวต่อเนื่อง โดยอยู่ที่ 65% ในปี 2567 จาก 77% ในปี 2566 เพราะปีงบ 67 งบประมาณมีผลบังคับใช้ล่าช้า อย่างไรก็ตามหากดูผลการเบิกจ่ายงบลงทุนปี 66 สามารถเบิกจ่ายได้สูงถึง 77% และก่อนโควิด-19 สูงกว่าระดับ 70% มาโดยตลอด

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน