ซีไลฟ์ แบงคอก (SEA LIFE Bangkok) รับมือนักท่องเที่ยวต่างชาติหดตัว ชูกลยุทธ์ Dynamic Pricing เจาะตลาดครอบครัวคนไทย เที่ยววันธรรมดา หรือ จองออนไลน์ล่วงหน้า ราคาถูกกว่า พร้อมฉลองครบรอบ 20 ปี ด้วยโปรเจกต์ Greenie & Elfie Into the Wonderverse ผสานศิลปะ-ความบันเทิง และอีกหนึ่งไฮไลท์ ขยายพื้นที่จัดแสดงเจนทูเพนกวินใหญ่ขึ้น รองรับสมาชิกใหม่ที่เพิ่มขึ้น
นางสาวสกลภัส ปลูกจิตรสม ผู้อำนวยการกลุ่มธุรกิจกรุงเทพ บริษัท เมอร์ลิน เอ็นเตอร์เทนเมนท์ส (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ดำเนินธุรกิจด้านความบันเทิงระดับโลก ซึ่งในประเทศไทยเป็นเจ้าของและผู้บริหารสถานที่ท่องเที่ยวอย่าง ซีไลฟ์ แบงคอก (SEA LIFE) พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ และ มาดามทุสโซ กรุงเทพฯ หุ่นขี้ผึ้งผลงานช่างฝีมือระดับโลก ที่รวบรวมบุคคลสำคัญๆ ของไทยและต่างประเทศ เปิดเผยว่าซีไลฟ์ แบงคอก ถือว่าเป็นจุดหมายปลายทางที่นักท่องเที่ยวจากหลายมุมโลกให้ความนิยมและยังเป็นหนึ่งในซีไลฟ์ที่สร้างรายได้ และมีฐานลูกค้าที่พูดถึงพอสมควร ไม่แพ้ซีไลฟ์ ลอนดอน,ซีไลฟ์ ซิดนีย์ และ เมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย
สำหรับภาพรวมซีไลฟ์ แบงคอก ในปี 2568 เนื่องจากตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ลดลงโดยภาพรวม โดยเฉพาะจีน ทำให้คาดการณ์ว่ารายได้ของบริษัทในปีนี้ จะทรงตัว-ลดลงเล็กน้อย เนื่องจากมีตลาดคนไทยเข้ามาทดแทน ทำให้สัดส่วนลูกค้าต่างชาติ กับลูกค้าคนไทย ใกล้เคียงกัน 50/50 จากที่ก่อนหน้าหน้านี้สัดส่วนลูกค้าต่างชาติอยู่ที่ 60% คนไทย 40%
ประกอบกับตั้งแต่โควิดเป็นต้นมา บริษัทได้มีการเล่นกลยุทธ์ด้านราคา เพื่อช่วยให้จำนวนผู้เข้าชมโดยรวมไม่ลดหายไป ในขณะที่ผู้เข้าชมยังสามารถเลือกซื้อตั๋วในราคาที่เข้าถึงได้ โดยไม่ได้ตั้งราคาแบบคงที่ หรือ Flat Rate เหมือนเดิม โดยเฉพาะใช้ในกลุ่มลูกค้าคนไทย ด้วยการใช้กลยุทธ์การตั้งราคาให้มีความไดนามิก (Dynamic Pricing) ซึ่งเป็นกลยุทธ์ที่ เมอร์ลิน เอ็นเตอร์เทนเมนท์ส ใข้ในทั่วโลก ทั้งนี้แม้ว่ายอดผู้เข้าชมอาจปรับลดลง แต่ไม่่ส่งผลกระต่อรายได้ที่ลดลง

เนื่องจากกลยุทธ์การตั้งราคาแบบ Dynamic Pricing เป็นการเล่นกับราคาโดยในแต่ละช่วงเวลา จะมีราคาที่แตกต่างกัน ซึ่งสำหรับวัน Peak day หรือวันหยุด เสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ ราคาจะสูงกว่า วัน Off-Peak หรือวัน จันทร์-ศุกร์ ดังนั้นจะทำให้คนที่เข้ามาชมในวัน Peak ก็ยังต้องจ่ายในราคาที่สูงขึ้น ในขณะที่มาชมในวัน Off-Peak ก็จะได้ราคาเข้ามที่ถูกลงประมาณ 10-20% ซึ่งเกลยุทธ์นี้ช่วยดึงดูดกลุ่มลูกค้าที่อ่อนไหวต่อราคาและครอบครัวขนาดใหญ่ให้สามารถเลือกมาในวัน Off-Peak ได้ นอกจากนี้ยังมีกลยุทธ์การขายตามช่องทางและเวลาล่วงหน้า โดยสามารถซื้อออนไลน์ล่วงหน้า ราคาจะถูกกว่าการซื้อตั๋วในวันเข้าชมจริง (same day) 10% และการใช้โปรโมชั่นและข้อเสนอที่แตกต่างกันไปในแต่ละช่องทาง เพื่อเป็นตัวช่วยในการขาย แทนที่จะปรับลดราคาพื้นฐานลง โดยกลยุทธ์ด้านราคานี้ช่วยให้จำนวนผู้เข้าชมโดยรวม ไม่ลดหายไป ในขณะที่คนยังสามารถเลือกซื้อตั๋วในราคาที่เข้าถึงได้
อีกทั้งยังเป็นการบริหารจัดการจำนวนผู้เข้าชมได้ด้วย โดยที่ ซีไลฟ์ แบงคอก สามารถรองรับผู้เข้าชมได้สูงสุด 400 คน/ชม. ซึ่งการให้บริการในปัจจุบันยังมีอัตราผู้เข้าชมไม่เต็มกำลังความสามารถในการรองรับได้ เนื่องจากผู้เข้าชมในแต่ละรอบประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่ง โดยในช่วง Peak day จะมีผู้เข้าชมเฉลี่ยประมาณ 70-80% ขึ้นไป ส่วนในวัน Off-Peak จะเฉลี่ยอยู่ที่ 50-60% ซึ่่งโดยมากลูกค้าจะมาในช่วงเวลาตั้งแต่ 10.00-15.00 น. และหลังจากนั้นลูกค้าจะเริ่มน้อยลง อย่างไรก็ดีโดยเฉลี่ยแล้วมียอดผู้เข้าชม 2,000-4,000 คน/วัน

ขณะเดียวกันล่าสุด ซีไลฟ์ แบงคอก ได้เฉลิมฉลองครบรอบ 20 ปีในประเทศไทย กับโปรเจกต์พิเศษ “Greenie & Elfie Into the Wonderverse” ด้วยการเดินเกมการตลาดเชิงรุกด้วยกลยุทธ์ Art Marketing เพื่อสร้างประสบการณ์ใหม่ให้กับกลุ่มลูกค้า ตอบโจทย์เทรนด์งานอาร์ตและศิลปะที่ได้รับความนิยมไปทั่วโลก รวมทั้งขยายฐานลูกค้าในทุกกลุ่ม พร้อมเพิ่มยอดขายในช่วงปลายปี โดยได้ร่วมงานกับ ตู่-ณัฐทพงศ์ รัตนโชคสิริกูล ในการสร้างสรรค์ Greenie และ Elfie สองการ์ตูนคาแรกเตอร์ที่เต็มไปด้วยพลังบวก ความน่ารัก อบอุ่น เพื่อมอบประสบการณ์โลกใต้น้ำเหนือจินตนาการให้ผู้เข้าชมทุกเพศทุกวัย ไม่ว่าจะเป็นเด็ก หรือ ผู้ใหญ่
นอกจากนี้ยังสร้างแรงบันดาลใจให้กับคนรักงานอาร์ตผ่านงานศิลปะและจินตนาการของศิลปินไทย ซึ่งผสานระหว่างการเรียนรู้ ความบันเทิง และศิลปะ โดยโครงการนี้ถือเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญในการกระตุ้นการท่องเที่ยวในเมือง (Urban Tourism) ซึ่งมองว่า กลุ่มครอบครัวและคนรุ่นใหม่กำลังมองหากิจกรรมที่ตอบโจทย์ทั้งความบันเทิงและการเรียนรู้ “Greenie & Elfie: Into the Wonderverse” จึงถูกออกแบบให้ตอบโจทย์ทั้งสองด้าน พร้อมเพิ่มมูลค่าการใช้จ่ายต่อหัว ผ่านสินค้าลิขสิทธิ์เฉพาะธีมและกิจกรรมอินเทอร์แอคทีฟภายในโซน
สำหรับโปรเจกต์ Greenie & Elfie Into the Wonderverse จะแบ่งออกเป็น 3 ธีม ได้แก่ เทศกาลฮาโลวีน กับ คอนเซปต์ ‘Spooky Splash’ ชวนขนลุกปนความน่ารัก พร้อมภารกิจตามหาคาแรกเตอร์ในมุมต่าง ๆ ได้ตลอดเดือนต.ค.นี้ และต่อด้วยธีมฉลองครบรอบ 20 ปี ซีไลฟ์ แบงคอก กับงานประติมากรรมและแนวปะการังซึ่งจะมีขึ้นตลอดเดือนพ.ย.นี้ และส่งท้ายปีด้วย เทศกาลคริสต์มาส เพลิดเพลินกับบรรยากาศแห่งความสุข นั่งรถลากเลื่อนใต้ท้องทะเลไปกับ Elfie ช้างจิ๋ว พร้อมกิจกรรมสนุกสนานอีกมาก ตลอดเดือนธ.ค. 2568 ถึง 15 ม.ค. 2569 นอกจากนี้ยังได้รับ สติกเกอร์สุดพิเศษ 3 เวอร์ชัน ซึ่งจะทยอยเปิดตัวตามเทศกาล เดือนละ 1 ลาย เป็นของขวัญให้กับลูกค้าทุก
อย่างไรก็ดีอีกหนึ่งไฮไลท์สำคัญที่จะเกิดขึ้นในปลายเดือนต.ค.นี้ เพื่อฉลองครอบรอบ 20 ปี โดย ซีไลฟ์ แบงคอก ได้มีการขยายพื้นที่การจัดแสดงเจนทูเพนกวินให้มีขนาดใหญ่ขึ้น เพื่อรองรับให้เพียงพอกับจำนวนสมาชิกใหม่ที่เพิ่มขึ้นจาก 10 ตัว เมื่อ 10 ปีที่แล้ว ปัจจุบันมีสมาชิกเพิ่มขึ้นเป็น 17 ตัว โดยการขยายพื้นที่จัดแสดงในครั้งนี้ จะทำให้ผู้ชมได้ใกล้ชิดกับเจนทูเพนกวินได้ใกล้ชิดยิ่งขึ้น

“สำหรับในปี 2569 จะเป็นปีแห่งมุมมองใหม่ของ ซีไลฟ์ แบงคอก ที่สดใส มีชีวิตชีวา เต็มไปด้วยศิลปะ ความสนุก และความหมายเราจะเดินหน้าสร้างสรรค์กิจกรรมและโซนประสบการณ์ใหม่ ๆ ที่ผสมผสาน “ศิลปะ นวัตกรรม และธรรมชาติ” เข้าด้วยกันเพื่อให้ทุกการเยี่ยมชมไม่ใช่เพียงการชมสัตว์น้ำ แต่เป็นการเดินทางผ่านเรื่องราวแห่งแรงบันดาลใจ ยังมุ่งมั่นที่จะเป็น “พื้นที่แห่งความสุขและการเรียนรู้” สำหรับทุกครอบครัว ผ่านการจัดนิทรรศการหมุนเวียนตามเทศกาล กิจกรรมเวิร์กช็อปสำหรับเด็กและโปรโมชันพิเศษที่จะเติมเต็มประสบการณ์และสร้างการเข้าถึงของผู้เข้าชมให้หลากหลายตลอดทั้งปี ” นางสาวสกลภัส กล่าวทิ้งท้าย