สสว. ตั้งเป้า อุ้มเอสเอ็มอีผ่าน ‘SME ปัง ตังได้คืน’ 3,000 ราย ที่ผ่านมาช่วยผู้ประกอบการเข้าถึงบริการแล้วกว่า 22,000 ราย สร้างมูลค่า ศก.กว่า 6,000 ล้านบาท

น.ส.ปณิตา ชินวัตร รองผู้อำนวยการและรักษาการแทนผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เปิดเผยว่า สสว. เปิดกว้างอนุญาตให้หน่วยงานเอกชนเข้ามาเป็นผู้ให้บริการทางธุรกิจ (BDSP) มากขึ้น ตั้งเป้าหมายเพิ่มบริการโครงการส่งเสริมผู้ประกอบการผ่านระบบ BDS (Business Development Service) หรือ SME ปัง ตังได้คืน ตั้งเป้าหมายมีผู้ให้บริการทางธุรกิจเพิ่มขึ้นมากกว่า 1,000 บริการ และมีผู้ประกอบการเอสเอ็มอีเข้าร่วมโครงการกว่า 3,000 รายในปีงบประมาณ 2569

”ปีนี้ สสว. จะเน้นผู้ประกอบการด้านธุรกิจ และสุขภาพและความงามธุรกิจความคิดสร้างสรรค์และไร้สไตล์ กลุ่มกรีนบิสซิเนส ซึ่งอยู่ในกระแสที่ทั่วโลกให้ความสนใจ และเป็นกลุ่มผู้ประกอบการที่มาใช้บริการค่อนข้างมาก“

ส่วนผู้ให้บริการ BDSP จะคัดสรรหน่วยงานเอกชนที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านหรือเฉพาะทาง รวมถึงสมาคมต่างๆ ที่มีความเชี่ยวชาญในด้านใดด้านหนึ่ง สามารถเข้ามาเป็นผู้ให้บริการทางธุรกิจ แล้วนําพาผู้ประกอบการเอสเอ็มอี เข้าร่วมโครงการ เพื่อรับบริการผ่านระบบ BDS ได้เลย

สำหรับภาพรวมปีที่ผ่านมา สสว.ได้งบประมาณสำหรับบริหารสานต่อโครงการ 315 ล้านบาท มีผู้ให้บริการทางธุรกิจกว่า 250 หน่วยงาน มีผู้ประกอบการเข้ามาใช้บริการระบบ BDS มากกว่า 22,000 ราย ถือว่ามีผลการตอบรับที่ดีมาก

สามารถสร้างมูลค่าเศรษฐกิจได้กว่า 6,000 ล้านบาท โดยบริการที่ได้รับความนิยมสูงสุด 2 ลำดับแรก คือ บริการด้านการตลาด หรือช่องทางการจัดจําหน่าย ผ่านการจัดแสดงสินค้าและบริการ ทั้งในและต่างประเทศ เป็นบริการที่เป็นท็อปฮิต

ลำดับที่สอง คือ บริการ One Click ของจุฬาฯ ซึ่งเป็น “DAP Lite” เป็นแอปพลิเคชันที่พัฒนาขึ้น ช่วยสนับสนุนธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ในการติดตามและรายงานการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกภายในองค์กรอย่างสะดวกและรวดเร็ว เป็นประเด็นหลักที่ธุรกิจทั่วโลกให้ความสนใจ

มีผู้ประกอบการมาใช้บริการจำนวนมาก เนื่องจากเพราะเป็นโครงการ จ่าย 10,000 บาท คืน 9,000 บาท คือ ผู้ประกอบการจ่าย 1,000 บาท อีก 9,000 บาท สสว. ให้เงินสนับสนุน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน