LINE BK ก้าวสู่ปีที่ 6 ปรับบทบาทสู่ “Everyday Financial Partner” ยกระดับบริการการเงินดิจิทัลในชีวิตประจำวัน เผยมีฐานผู้ใช้งานกว่า 8 ล้านราย เป็นลูกค้าสินเชื่อ 8.55 แสนราย เดินหน้าขยายการเข้าถึงสินเชื่อกลุ่มอาชีพอิสระรายได้น้อย พร้อมเปิดแคมเปญ “เพื่อนชวนเพื่อน” และ จับมือ LINE MAN Wongnai หนุนร้านค้าเข้าถึงเงินทุนสะดวกขึ้น
นายธนา โพธิกำจร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กสิกร ไลน์ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนระหว่างธนาคารกสิกรไทย และ LINE ที่ดำเนินธุรกิจด้านการเงินดิจิทัลภายใต้แบรนด์ LINE BK เปิดเผยว่าบริษัทครบรอบ 5 ปี LINE BK จากผู้บุกเบิก Social Banking ที่รวมธุรกรรมการเงิน ฝาก โอน ยืม ออม และซื้อประกัน ไว้ใน LINE แอปเดียว วันนี้ก้าวสู่บทบาท Everyday Financial Partner ที่มุ่งทำให้เรื่องเงินเป็นเรื่องใกล้ตัวและสะดวกมากขึ้น โดยปัจจุบันมีฐานลูกค้าใช้งานกว่า 8 ล้านคน ขณะที่เป็นลูกค้าสินเชื่อ 855,000 คน
โดยเกือบครึ่งของลูกค้าสินเชื่อ จะทำอาชีพอิสระ มีรายได้ต่ำกว่า 15,000 บาทต่อเดือน ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีข้อจำกัดในการเข้าถึงสินเชื่อดั้งเดิม ทั้งนี้ LINE BK ยังเตรียมเปิดตัวโปรแกรม “เพื่อนชวนเพื่อน” แนะนำสินเชื่อผ่านประสบการณ์ผู้ใช้จริง โดยผู้แนะนำจะได้รับเครดิตเงินคืนตามเงื่อนไข ซึ่งเป้าหมายของบริษัทเพื่อส่งเสริมการเข้าถึงแหล่งเงินทุนในระบบอย่างมีความรับผิดชอบ ลดการพึ่งพาหนี้นอกระบบ นอกจากนี้ LINE BK ยังร่วมมือกับ LINE MAN Wongnai เพื่อเปิดโอกาสให้ร้านค้าบนแพลตฟอร์มเข้าถึงเงินทุนได้สะดวกยิ่งขึ้นอีกด้วย
“ตั้งแต่ LINE BK เปิดให้บริการวันแรก ซึ่งอยู่ในช่วงที่ประเทศไทยเผชิญทั้งวิกฤตโควิด-19 ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ การเมือง และค่าครองชีพ LINE BK ยังยืนนโยบายให้ความช่วยเหลือลูกค้าเพื่อผ่านพ้นวิกฤต และพลิกฟื้นกลับมาได้อย่างมั่นคง ไม่ว่าจะเป็นการให้ส่วนลดค่างวดและการปรับโครงสร้างหนี้ สำหรับผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ต่างๆ เช่น น้ำท่วม แผ่นดินไหว ความไม่สงบทางชายแดนไทย-กัมพูชา รวมไปถึงเข้าร่วมมาตรการของภาครัฐ เช่น มาตรการคุณสู้ เราช่วย
“อีกทั้งยังปล่อยสินเชื่ออย่างรับผิดชอบ (Responsible Lending) รวมถึงการให้ความรู้ทางการเงิน ให้ลูกค้ากู้เท่าที่จำเป็นต้องใช้ จากแหล่งถูกกฎหมาย ไม่ก่อหนี้เกินตัว เพื่อโอกาสฟื้นตัวทางการเงิน ตลอดจนปรับเพิ่มวงเงินสำหรับลูกค้าที่มีประวัติชำระดี ช่วยต่อยอดโอกาสเข้าถึงเงินทุนและแบ่งเบาภาระในชีวิตประจำวัน”
นายธนา กล่าว และว่า ตั้งแต่เปิดให้บริการมา ปีนี้เป็นปีที่แรกที่บริษัทเริ่มมีกำไร และเชื่อมั่นว่าจะค่อยๆ เติบโตขึ้น บนพื้นฐานของความระมัดระวัง ซึ่งที่ผ่านมา สินเชื่อของ LINE BK มีอัตราการเติบโตเฉลี่ยมากกว่า 10% ทำให้สินเชื่อคงค้าง ณ ปัจจุบันอยู่ที่ 2.5 หมื่นล้านบาท จากสิ้นปี 2567 อยู่ที่ 2.3 หมื่นล้านบาท ในขณะที่หนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ หรือ NPL เฉลี่ยไม่เกิน 4%
สำหรับทิศทางการดำเนินงานในปีที่ 6 LINE BK ตั้งเป้าพัฒนาเป็น Everyday Financial Partner อย่างเต็มรูปแบบ เชื่อม ชีวิตการเงินและโซเชียล ให้ใกล้กันยิ่งขึ้น ไม่เพียงจัดการเรื่องเงินส่วนตัว แต่ยังเปิดโอกาสให้เพื่อนและครอบครัว แชร์ แนะนำ และส่งต่อสิ่งดีๆ ได้ง่ายใน LINE แอปเดียว ซึ่งบริษัทมุ่งต่อยอดจุดแข็งของ LINE ecosystem
โดยเฉพาะการร่วมมือกับพันธมิตรสำคัญอย่าง LINE MAN Wongnai ควบคู่ไปกับการใช้ความเข้าใจลูกค้ารายย่อยที่ลึกซึ้งของธนาคารกสิกรไทย ในการขับเคลื่อนด้วยพลังเทคโนโลยี AI และ การใช้ข้อมูลอย่างรับผิดชอบ เพื่อสร้างบริการการเงินดิจิทัลที่คล่องตัว ช่วยให้การจัดการการเงิน ผสานเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันอย่างแท้จริง และ วางรากฐานสู่ยุคใหม่ของการเงินดิจิทัลในประเทศไทย