ระหว่างวันที่ 21-26 ก.ย.2568 ที่ผ่านมาการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) โดย น.ส.ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ ททท. ได้นำคณะสื่อมวลชนจากประเทศไทย เดินทางไปยังประเทศญี่ปุ่น เพื่อเข้าร่วมงาน “World Expo 2025” หรือ งาน World Expo 2025 Osaka Kansai ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 13 เม.ย.-13 ต.ค.2568 ซึ่งปีนี้จัดงานได้ยิ่งใหญ่ จึงเป็นอีกเป้าหมายที่ทำให้คนทั่วโลกมุ่งสู่เมืองโอซาก้า เมืองที่ถูกเนรมิตความยิ่งใหญ่มหกรรมที่ใหญ่ที่สุดในโลก เรียกได้ว่าอลังการงานสร้าง เป็นเป้าหมายการเดินทางของทั้งชาวญี่ปุ่นและทั่วโลก

รายงานพิเศษ

บรรยากาศภายในศาลาไทย

 

โดยททท. ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการจัดนิทรรศการชั่วคราว ภายใต้คอนเซ็ปต์ The Future of Earth and Biodiversity ระหว่างวันที่ 17-28 ก.ย.2568 พร้อมถ่ายทอดเรื่องราวอนาคตของโลกผ่านมุมมองการท่องเที่ยวไทย นำเสนอศักยภาพและเสริมภาพลักษณ์ประเทศไทยในฐานะ Sustainable Tourism ควบคู่กับการสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับพันธมิตร

เมื่อวันที่ 21 ก.ย.2568 น.ส.นัทรียา ทวีวงศ์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา น.ส.ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ ททท. นายจาตุรนต์ ภักดีวานิช อธิบดีกรมท่องเที่ยว นางศุภิดา อ่อนบรรจง ผู้อำนวยการสำนักผู้ว่าการ ททท. และ น.ส.ปาริชาต บุญคล้าย ผู้อำนวยการฝ่ายบริการการตลาด ททท. เยี่ยมชมนิทรรศการประเทศไทย

น.ส.นัทรียา ทวีวงศ์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า การเข้าร่วมงาน World Expo 2025 Osaka Kansai ครั้งนี้จะทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมระหว่างนักท่องเที่ยวกับประเทศไทย โดยเปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่นและจากทั่วโลกเข้ามาทำความรู้จักและสัมผัสเสน่ห์ความเป็นไทยด้วยตัวเอง เพื่อรับแรงบันดาลใจก่อนออกเดินทางจริง ผ่านการจัดแสดงใน Thailand Pavilion

นอกจากนี้ นิทรรศการชั่วคราวฯ ยังมีการจัดกิจกรรมการประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยว วัฒนธรรม และอาหารไทยผ่านนิทรรศการ วีดิทัศน์ กิจกรรมเชิงวัฒนธรรม และเวิร์กช็อป ของททท. ซึ่งกิจกรรมเหล่านี้จะช่วยให้นักท่องเที่ยวได้รับประสบการณ์ตรงและความเข้าใจเชิงลึกเกี่ยวกับประเทศไทย ทั้งด้านวัฒนธรรม แหล่งท่องเที่ยว ธรรมชาติ และการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ รวมถึงแนวทางการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน

รายงานพิเศษ

ททท.จัดเวิร์กช็อปทำตุง

 

ซึ่งจะสร้างแรงบันดาลใจให้นักท่องเที่ยววางแผนเดินทางมาเที่ยวไทย ตลอดจนสะท้อนศักยภาพอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย ทำให้ภาพลักษณ์ประเทศไทยเข้มแข็งขึ้นในสายตานานาชาติ และสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันในตลาดท่องเที่ยวโลก

น.ส.ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ กล่าวว่า ช่วงห้าเดือนแรกของงาน ศาลาไทย ซึ่งจัดโดยกระทรวงสาธารณสุข ได้ต้อนรับนักท่องเที่ยวทั้งชาวญี่ปุ่นและชาวต่างชาติกว่า 1.5 ล้านคน จนกลายเป็นหนึ่งในพาวิลเลียนที่ได้รับความสนใจ ตอกย้ำว่าประเทศไทยยังคงครองความนิยมในฐานะจุดหมายปลายทางท่องเที่ยวสำคัญสำหรับชาวญี่ปุ่นและนักเดินทางทั่วโลก

นับเป็นโอกาสที่ดีที่อุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยได้แสดงศักยภาพในงานระดับนานาชาตินี้ ททท.จึงนำเสนอนิทรรศการชั่วคราวผ่านคอนเซ็ปต์ The Future of Earth and Biodiversity เล่าเรื่องอนาคตของโลกผ่านมุมมองการท่องเที่ยวไทยในหัวข้อ “การท่องเที่ยว Low Carbon” เพื่อสื่อสารแนวทางการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน และสร้างการรับรู้ถึงความเป็นไทยในมิติของความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม

รายงานพิเศษ

ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์

 

ททท. ตั้งใจประชาสัมพันธ์แบรนด์ประเทศไทยและการท่องเที่ยวไทยแบบครบทุกมิติ โดยส่งมอบประสบการณ์ตรงแก่นักท่องเที่ยวผ่านกิจกรรมเวิร์กช็อปทำตุงไส้หมู ศิลปะการตัดกระดาษที่เกี่ยวข้องกับความเชื่อและวัฒนธรรมของประเทศไทย และเชื่อมโยงกับนักท่องเที่ยวญี่ปุ่น ที่คุ้นเคยกับศิลปะการตัดกระดาษพร้อมทั้งนำเสนอวีดิทัศน์ที่แสดงถึงเสน่ห์ไทยในรูปแบบต่างๆ ครอบคลุมอาหารไทย ประเพณี ศิลปะการแสดง และแหล่งท่องเที่ยวในจังหวัดต่างๆ

ภายในนิทรรศการชั่วคราวได้ให้ข้อมูลแหล่งท่องเที่ยวในประเทศไทย ผ่านแผ่นพับและเอกสารคู่มือท่องเที่ยวประเทศไทยทุกจังหวัด ในรูปแบบ E-Book และE-Brochures และหัวใจสำคัญของการท่องเที่ยวไทยที่ขาดไม่ได้ คือ การส่งเสริมแนวทางท่องเที่ยวยั่งยืน หมุดหมายสูงสุดของการท่องเที่ยวไทย

รายงานพิเศษ

บูธอาหารฟิวเจอร์ฟู้ด

 

โดยจัดทำ E-book 20 เส้นทางท่องเที่ยว Low Carbon สอดคล้องกับธีมของการจัดงานที่มุ่งนำเสนอแนวคิด “Thailand Connecting Lives for Greatest Happiness” ของพาวิลเลียนประเทศไทยที่นำเสนอความเป็นไทยผ่านการผสมผสานระหว่างภูมิปัญญาโบราณและนวัตกรรมสมัยใหม่ เพื่อแสดงศักยภาพของประเทศไทยในด้านการแพทย์ การดูแลสุขภาพ และการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน

สำหรับนิทรรศการชั่วคราว ททท. ตั้งเป้าหมายจำนวนผู้เข้าชมในคูหาจัดแสดงของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยประมาณ 1,000 คนต่อวัน รวม 12 วัน เป็น 12,000 คน สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการโปรโมตประเทศไทยให้เป็นจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวยอดนิยมในใจของนักท่องเที่ยว

อย่างไรก็ตาม งาน World Expo ครั้งต่อไปที่จะจัดขึ้นในอีก 5 ปีข้างหน้า ที่กรุงริยาด ประเทศซาอุดีอาระเบีย ททท.วางแผนที่จะเสนอชื่อตนเองให้เป็นเจ้าภาพจัดงานศาลาไทย เพราะงานมหกรรมระดับโลกแบบนี้ ถือเป็นโอกาสอันดีในการส่งเสริมการท่องเที่ยวไทยให้กับนักท่องเที่ยวกว่า 40 ล้านคนในซาอุดีอาระเบีย ซึ่งเป็นตลาดเกิดใหม่ของไทยในตะวันออกกลาง โดยเชื่อมั่นว่าททท. จะสามารถออกแบบนิทรรศการที่สอดคล้องกับแนวคิด “Foresight for Tomorrow” ได้

น.ส.มธุรส วัฒนโกเมร ผู้อำนวยการสำนักงานททท.โอซาก้า กล่าวว่า การฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของประเทศญี่ปุ่นภายหลังสถานการณ์โควิดเกิดขึ้นช้า เนื่องจากเปิดประเทศในปี 2565 ค่าเงินเยนอ่อนตัวอย่างต่อเนื่อง จาก 1 บาทเท่ากัน 3.511 เยน ในปี 2562 เป็นอัตรา 4.614 เยน ในปี 2568 หรือมีการอ่อนค่าลงในอัตรา 30% ส่งผลในเชิงความรู้สึกของตลาดต่อราคาสินค้าท่องเที่ยวในประเทศไทย

สำหรับการสำรวจพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวญี่ปุ่น มีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยที่เดินทางเที่ยวไทย มีค่าใช้จ่าย 25,967 บาท/คน/ทริป ลดลงจากปีก่อน 3.97% ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อวัน 4,045 บาท/คน/วัน โดยค่าห้อง 10,495 บาท/คน/ทริป ลดลง 13.13% ค่าช็อปปิ้ง 6,271 บาท/คน/ทริป เพิ่มขึ้น 32% ค่ากิจกรรมและความบันเทิง 2,271 บาท/คน/ทริป ลดลง 16.42% และค่าเดินทางในประเทศ 2,190 บาท/คน/ทริป ลดลง 15%

รายงานพิเศษ

ญี่ปุ่นโชว์นวัตกรรมเครื่องอาบน้ำ

 

นักท่องเที่ยวญี่ปุ่นมีกิจกรรมที่ชื่นชอบ ดังนี้ การรับประทานอาหารไทย แบบคนท้องถิ่น ซื้อผลิตภัณฑ์อาหารไทย ซื้อของที่ระลึกแบบไทยๆ แต่เมื่อพิจารณาผลกระทบค่าเงินที่มีต่อการท่องเที่ยวไทยในตลาดญี่ปุ่น พบว่าไม่ใช่ปัจจัยสำคัญที่จะกระทบต่อการเดินทางท่องเที่ยว เนื่องจากตลาดญี่ปุ่นมีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้นทุกเดือนระหว่าง ม.ค.-มี.ค.2568 เพิ่มขึ้นประมาณ 15-18% แม้ว่าจำนวนนักท่องเที่ยวจะหดตัวในเดือนเม.ย.จากสถานการณ์แผ่นดินไหว และในเดือนมิ.ย.-ก.ค. จากเหตุความขัดแย้งชายแดนไทย-กัมพูชา

การฟื้นตัวกลับมาเพิ่มขึ้นแทบจะเป็นปกติ เมื่อนักท่องเที่ยวติดตามสถานการณ์และมีความมั่นใจมากขึ้น แต่ในเรื่องของความปลอดภัยเป็นประเด็นที่ค่อนข้างอ่อนไหวสำหรับตลาดญี่ปุ่น เนื่องจากญี่ปุ่นเป็นตลาดที่มีความระมัดระวังสูง แต่หากเมื่อพิจารณาว่าสถานการณ์คลี่คลายและเสถียรแล้ว ก็จะเดินทางกลับมาท่องเที่ยวตามปกติ

ททท. ยังคงเดินหน้าเสริมสร้างแรงบันดาลใจให้แก่นักท่องเที่ยวทั่วโลก ด้วยการถ่ายทอดเสน่ห์อันโดดเด่นของประเทศไทยสู่สายตานานาชาติ พร้อมต่อยอดสู่การนำเสนอ “ศาลาไทย” ในงาน World Expo 2030 ที่กรุงริยาด ประเทศซาอุดีอาระเบีย เพื่อยกระดับภาพลักษณ์การท่องเที่ยวไทยบนเวทีโลกอย่างต่อเนื่อง

พัทธ์ธีรา วงษ์อัศวกรณ์

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน