ธรรมนัส สั่งเร่งเสนอ 4 โครงการช่วยชาวนาเข้าครม. อัด 6.1 หมื่นล้านบาท พยุงราคาข้าว – สหกรณ์ทั่วประเทศพร้อมรับซื้อข้าวกว่า 4 ล้านตัน เริ่มต้นพ.ย.นี้
วันที่ 22 ต.ค.2568 ร.อ. ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรีและรมว.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยการประชุมขับเคลื่อนโครงการตามมาตรการรักษาเสถียรภาพราคาข้าวเปลือก ปีการผลิต 2568/69 ว่า ในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายและบริหารข้าวแห่งชาติ (นบข.) ให้นำมติที่ประชุมที่ให้มีการดำเนินโครงการรักษาเสถียรภาพข้าวเปลือก เสนอที่ประชุม นบข. ในวันวันจันทร์ที่ 27 ต.ค.2568 เพื่อเร่งนำมติเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) และ แก้ปัญหาราคาผลผลิตข้าวตกต่ำในระยะเร่งด่วน
นายนเรศ ธำรงทิพยคุณ รมช.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า โครงการตามมาตรการรักษาเสถียรภาพราคาข้าวเปลือก ปีการผลิต 2568/69 ที่ประชุมได้ผลักดันการขับเคลื่อน“มาตรการรักษาเสถียรภาพราคาข้าวเปลือก ปีการผลิต 2568/69“ ที่เป็นไปตามมติ ครม.เมื่อวันที่ 19 ส.ค. 2568 ซึ่งประดอบด้วย โครงการ 4 โครงการเพื่อช่วยพยุงราคาข้าว ซึ่งในจำนวนนี้มี 3 โครงการ ที่เป็นของกระทรวงเกษตรฯ
“ ทั้ง 4 โครงการ ใช้เงินกว่า 61,000 ล้านบาท แบ่งเป็นเงินกู้ 51,000 ล้านบาท และอีก 10,000 ล้านบาท เป็นเงินให้เปล่า เพื่อแก้ไขปัญหาราคาข้าวตกต่ำ เนื่องจากช่วงเดือนพ.ย. -ธ.ค.ของทุกปีเป็นช่วงที่ผลผลิตข้าวออกสู่ตลาดมากสุดกว่า 72 % ของปริมาณข้าวทั้งหมด ซึ่งปีนี้คาดผลผลิตข้าวจะมากกว่าปีก่อน คาดว่าจะมีผลผลิตกว่า 29 ล้านตันข้าวเปลือก หรือประมาณ 20 ล้านตันข้าวสาร ”
1. โครงการสินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือกนาปี ปีการผลิต 2568/69 โดยกรมส่งเสริมสหกรณ์ ซึ่งมีสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรแสดงความประสงค์เข้าร่วมจำนวนแล้ว 133 แห่ง ในพื้นที่ 37 จังหวัด ใช้วงเงินสินเชื่อรวม 7,638.19 ล้านบาท เพื่อรองรับปริมาณข้าวเปลือกที่จะเข้าร่วมโครงการ 763,819 ตัน ซึ่งจะช่วยลดแรงกดดันจากผลผลิตที่ออกสู่ตลาดในช่วงฤดูเก็บเกี่ยว และรักษาเสถียรภาพราคาข้าวในระดับที่เหมาะสม
2. โครงการสินเชื่อเพื่อรวบรวมข้าวและสร้างมูลค่าเพิ่มโดยสถาบันเกษตรกร ปีการผลิต 2568/69 โดยกรมส่งเสริมสหกรณ์ ได้สำรวจมีสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรประสงค์เข้าร่วม 170 แห่ง ใน 40 จังหวัด รวมวงเงินสินเชื่อ 13,766.90 ล้านบาท รองรับข้าวเปลือกกว่า 1.37 ล้านตัน
“ขณะนี้สหกรณ์มีความพร้อมในการรวบรวมข้าวเปลือกตามมาตรการรักษาเสถียรภาพราคาข้าวเปลือก 428 แห่ง ใน 57 จังหวัด เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 30% รองรับการรับซื้อจากเกษตรกร เป้าหมาย 4 ล้านตันข้าวเปลือก ใช้วงเงินสินเชื่อรวม ประมาณ 40,000 ล้านบาท ซึ่งสหกรณ์ทุกแห่งมีความพร้อมรับซื้อผลผลิตจากเกษตรกรตั้งแต่ต้นเดือนพฤศจิกายนนี้เป็นต้นไป”
นายนเรศ กล่าวว่า สำหรับปัญหาและอุปสรรคที่ทางสหกรณ์เสนอในวันนี้ ส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับค่าใช้จ่ายในการวิเคราะห์สินเชื่อ ซึ่ง ธ.ก.ส. ได้เห็นชอบยกเว้นค่าธรรมเนียมวิเคราะห์สินเชื่อโครงการฯ ให้กับสหกรณ์ทั่วประเทศ ซึ่งถือเป็นการลดภาระต้นทุนและเพิ่มสภาพคล่อง ช่วยให้สหกรณ์กว่า 400 แห่งที่เข้าร่วมโครงการสามารถปล่อยสินเชื่อและรับซื้อข้าวจากเกษตรกรได้รวดเร็วขึ้น ถือเป็นอีกกลไกสำคัญที่จะทำให้การพยุงราคาข้าวในปีนี้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ
3. โครงการชดเชยดอกเบี้ยผู้ประกอบการค้าข้าวในการเก็บสต็อก ปีการผลิต 2568/69 ดำเนินการโดยกรมการค้าภายในและสมาคมโรงสี เพื่อเสริมสภาพคล่องให้ผู้ประกอบการค้าข้าวสามารถรับซื้อและเก็บสต๊อกข้าว 2–6 เดือน มีเป้าหมายปริมาณข้าวเปลือก 4 ล้านตัน โดยภาครัฐสนับสนุนดอกเบี้ยในอัตราปีละ 3 % วงเงินงบประมาณจ่ายขาด 642 ล้านบาท โดยจะเริ่มรับซื้อตั้งแต่ 1 พ.ย. 2568 ถึง 31 มี.ค. 2569 และสิ้นสุดในวันที่ 31 ต.ค. 2570