พาณิชย์ ชี้ส่งออก ก.ย.พุ่งพรวด 19% มั่นใจทั้งปีโตเกินเป้า ที่10.4% มูลค่าสูงสุดเป็นประวัติการณ์
นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผอ.สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.)เปิดเผยถึงตัวเลขการส่งออกของไทยในเดือนก.ย.2568ว่า มีมูลค่า 30,970.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัว19.0% สูงสุดในรอบ 42 เดือน การนำเข้า มีมูลค่า 29,695.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัว17.2% ส่งผลให้เกินดุลการค้า 1,275.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
ส่วนการส่งออกช่วง 9 เดือนแรก(ม.ค.-ก.ย.)มีมูลค่า 254,146.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัว13.9 % การนำเข้า มีมูลค่า 254,575.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัว 11.9% ส่งผลให้ดุลการค้า ขาดดุล 429.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
การส่งออกในเดือนก.ย.ที่เติบโตสูง 19% เป็นผลมาจาก1.สินค้าอุตสาหกรรมการเกษตรขยายตัว4.1% เช่นน้ำตาลทราย ขยายตัว42.8% ไขมันและน้ำมันจากพืชอละสัตว์ ขยายตัว 37.8% ผลิตภัณฑ์ข้าวสาลี ขยายตัว 11 % 2.สินค้าอุตสาหกรรมขยายตัว 26.4% เช่น เครื่องโทรศัพท์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ ขยายตัว 64.9% เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ ขยายตัว 57.9% หม้อแปลงไฟฟ้า ขยายตัว 33.1% อัญมณีและเครื่องประดับ16.9 % และ3.สินค้าเกษตร หดตัว 18.2% เช่น ผลไม้สด หดตัว 55.5 % ข้าวหดตัว31.4% ยางพารา หดตัว 15.4%
ส่วนตลาดส่งออกที่ขยายตัวดี ได้แก่ สวิตเซอร์แลนด์ 490.4% รองลงมาคือ สหรัฐฯ 35.3% รัสเซีย และCIS 32.5% ลาติอเมริกา 31.7% และเอเชียใต้ 28.6 %
นายนันทพงษ์กล่าวว่าการส่งออกเดือน ก.ย. ยังขยายตัวสูง เนื่องจากตลาดสหรัฐฯยังขายตัวได้ดี จากแรงกดดันมาตรการภาษีทรัปม์ที่ลดลงทำให้การค้าโลกเริ่มฟื้นตัว สะท้อนจากตัวเลขดัชนีภาคการผลิตหรือPMIของโลกที่อยู่ที่ระดับ 50.8 รวมทั้งจีดีพีไตรมาส2/2568ของสหรัฐฯปรับเพิ่มขึ้นทำให้มีความต้องการนำเข้า อัตราภาษีนำเข้าของไทยในตลาดสหรัฐยังแข่งขันกับอาเซียนได้ นอกจากนี้ ยังเป็นช่วงของวัฏจักรการนำเข้าสินค้าอิเล็คทรอนิกส์เพื่อตอบสนองเทคโนโลยีเอไอ และโทรศัพท์ อีกด้วย
“การส่งออกช่วง3เดือนที่เหลือคาดว่ายังโตต่อเนื่องส่งออกได้เฉลี่ยเดือนละ25,000-26,000 ดอลลาร์สหรัฐ จากแรงหนุนจากการเติบโตของอุตสาหกรรมเทคโนโลยีดิจิทัล รวมถึงสินค้าเกษตรแปรรูปและอาหารที่ยังคงมีความต้องการในตลาดโลก คาดว่าการส่งออกของไทยในปีนี้จะเติบโตได้สูงกว่าเป้าหมายที่ 2-3% โดยจะเติบโตได้ 9.4-10.4% ถือเป็นอัตราเติบโตที่สูงที่สุดในรอบ4ปี โดยมีมูลค่าการส่งออกรวม ทั้งสิ้น 329,146.5-332,146.5ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็นมูลค่ารูปเงินบาท 10.53-10.67 ล้านล้านบาท ถือว่าเป็นมูลค่าส่งออกที่สูงสุดเป็นประวัติการณ์ทั้งในรูปเงินดอลลาร์สหรัฐและเงินบาท
อย่างไรก็ตาม ยังมีปัจจัยเสี่ยงที่ต้องติดตาม ได้แก่ มาตรการตอบโต้ทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีนที่สร้างแรงกดดันและความผันผวนต่อห่วงโซ่อุปทานโลก ความเสี่ยงจากภาวะชัตดาวน์ของสหรัฐฯ ที่อาจยืดเยื้อและส่งผลกระทบต่อการขนส่งสินค้า ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์ได้เร่งขับเคลื่อนนโยบายหลายด้าน ทั้งการเจรจากับคู่ค้าเพื่อเพิ่มการนำเข้า เร่งปิดดีล FTA ที่อยู่ระหว่างเจรจา เข้มงวดการตรวจสอบถิ่นกำเนิดสินค้าในกลุ่มเฝ้าระวัง รวมถึงสร้างความเป็นธรรมให้ผู้ประกอบการไทย เพื่อให้บรรลุเป้าหมายการส่งออกที่ตั้งไว้