“สรวิศ” คาด IPO ปี 69 เข้าเทรดไม่เกิน 10 บริษัท มองปี 70 ตลาดหุ้น IPO ฟื้นตัวตั้งแต่หลัง มี.ค. รับอานิสงส์ประกาศงบปี 69 เดินหน้าปรับเกณฑ์รับ New Economy
นายสรวิศ ไกรฤกษ์ รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานการตลาด ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยว่า ภาพรวมตลาดเสนอขายหุ้นต่อประชาชนเป็นครั้งแรก (IPO) ในปี 2569 คาดจะมีบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ไม่เกิน 10 บริษัท โดยปัจจุบันมีหุ้น IPO เข้าซื้อขายแล้ว 5 บริษัท และเตรียมเข้าเทรดเพิ่มเติมอีกประมาณ 1-2 บริษัท
ขณะที่บริษัทซึ่งอยู่ระหว่างกระบวนการพิจารณาของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) มีจำนวน 13 บริษัท ซึ่งต้องติดตามความพร้อมและความคืบหน้าของแต่ละแห่งก่อนเข้าสู่ตลาดทุน
สำหรับแนวโน้มตลาด IPO ปี 2570 คาดจะกลับมาคึกคักมากขึ้น โดยเฉพาะตั้งแต่ช่วงหลังเดือนมีนาคมเป็นต้นไป ภายหลังบริษัทต่าง ๆ ประกาศผลประกอบการประจำปี 2569 ซึ่งจะช่วยให้ผู้ประกอบการประเมินสถานะทางธุรกิจและตัดสินใจเกี่ยวกับแผนระดมทุนได้ชัดเจนยิ่งขึ้น
ใน Pipeline ปี 2570 มีทั้งหุ้นขนาดใหญ่และกองทุนขนาดใหญ่ที่มีมูลค่าระดับกว่า 50,000 ล้านบาท ซึ่งยื่นไฟลิ่งแล้ว ปัจจุบันอยู่ระหว่างเตรียมความพร้อมด้านการตลาด โดยบริษัทผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์กำลังทดสอบความต้องการลงทุน (Market Sounding) จากนักลงทุนสถาบันทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพื่อประเมินกระแสตอบรับก่อนดำเนินการในขั้นตอนถัดไป
การฟื้นตัวของตลาด IPO ยังขึ้นอยู่กับภาวะตลาดทุน ความเชื่อมั่นของนักลงทุน และความพร้อมของบริษัทที่จะระดมทุน โดยมองว่าการประกาศงบการเงินประจำปีจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้ผู้ประกอบการซึ่งเคยชะลอแผนเข้าจดทะเบียนกลับมาพิจารณาเดินหน้าอีกครั้ง
นายสรวิศ กล่าวว่า ตลาดหลักทรัพย์ฯ ยังให้ความสำคัญกับการส่งเสริมธุรกิจเศรษฐกิจใหม่ (New Economy) เข้าสู่ตลาดทุน ผ่านความร่วมมือกับสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ภายใต้โครงการ BOI to IPO เพื่อสนับสนุนบริษัทที่มีศักยภาพให้สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนผ่านตลาดหลักทรัพย์ฯ
ขณะเดียวกัน อยู่ระหว่างทบทวนนิยามกลุ่มอุตสาหกรรมเทคโนโลยี (Sector Tech) รวมถึงพิจารณาปรับเกณฑ์มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (Market Capitalization) สำหรับธุรกิจ New Economy ให้สอดคล้องกับรูปแบบการดำเนินธุรกิจและโครงสร้างอุตสาหกรรมที่เปลี่ยนแปลงไป โดยคาดว่าจะประกาศรายละเอียดได้ภายในปี 2569
ส่วนกรณีหุ้น IPO กลุ่มเทคโนโลยีที่เข้าซื้อขายล่าสุดและราคาปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างโดดเด่น มองว่าเป็นปัจจัยเฉพาะตัวของแต่ละบริษัท แต่กระแสตอบรับดังกล่าวถือเป็นสัญญาณเชิงบวกต่อตลาด IPO โดยเฉพาะธุรกิจเทคโนโลยีและเศรษฐกิจใหม่
“การปรับปรุงหลักเกณฑ์ครั้งนี้มุ่งเพิ่มความเหมาะสมในการรองรับธุรกิจรูปแบบใหม่ พร้อมเปิดโอกาสให้บริษัทที่มีศักยภาพสามารถระดมทุนผ่านตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้มากขึ้น” นายสรวิศ กล่าว
สำหรับบรรยากาศการลงทุนในตลาดทุนไทย เริ่มมีปัจจัยบวกเข้ามาสนับสนุน ทั้งจากพัฒนาการเศรษฐกิจโลกภายหลังการประชุม IMF-World Bank รวมถึงผลการเดินทางไปโรดโชว์ที่ประเทศอังกฤษร่วมกับนายกรัฐมนตรี ซึ่งได้รับความสนใจจากนักลงทุนสถาบันต่างชาติเป็นอย่างมาก
โดยนักลงทุนต่างชาติได้สอบถามข้อมูลเกี่ยวกับปัจจัยพื้นฐานเศรษฐกิจไทย สะท้อนถึงความสนใจติดตามโอกาสการลงทุนและศักยภาพของตลาดทุนไทย ซึ่งตลท.มองว่าบรรยากาศการลงทุน (Sentiment) ที่เริ่มปรับตัวดีขึ้น จะเป็นแรงสนับสนุนความเชื่อมั่นของภาคธุรกิจ และช่วยกระตุ้นให้บริษัทที่เคยชะลอแผน IPO กลับมาพิจารณาระดมทุนในปีหน้า
@แจง TNCC ไฟลิ่งหมดอายุ ไม่ใช่ถอน IPO
นายสรวิศ ยังกล่าวถึงกรณีบริษัท ไทยน้ำทิพย์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ TNCC ว่า การที่ไฟลิ่งฉบับเดิมหมดอายุเมื่อครบกำหนด 1 ปี ตามหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง ไม่ได้หมายความว่าบริษัทตัดสินใจถอนแผนเสนอขายหุ้น IPO แต่เป็นการสิ้นสุดอายุของเอกสารตามระเบียบ ส่งผลให้รายชื่อบริษัทออกจากระบบการพิจารณา
หาก TNCC มีความพร้อมและประสงค์จะกลับมายื่นแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์ (Filing) ใหม่ สามารถดำเนินการได้ทันที โดยไม่จำเป็นต้องเว้นระยะเวลาหลังจากไฟลิ่งเดิมหมดอายุ
ปัจจุบัน ตลาดหลักทรัพย์ฯ ยังอยู่ระหว่างหารือและชักชวนให้ TNCC กลับมายื่นไฟลิ่งเพื่อเดินหน้าเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ อีกครั้ง อย่างไรก็ตาม กำหนดเวลาและการตัดสินใจขั้นสุดท้ายขึ้นอยู่กับความพร้อมของบริษัทเป็นสำคัญ