ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการซื้อขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ในวันที่ 25 ก.พ. โดยเปิดซื้อขายช่วงเช้าดัชนีอยู่ในแดนบวกได้ไม่นานก่อนที่จะปรับลดลงไปทำจุดต่ำสุดของวันที่ระดับ 1,416.40 จุด ในช่วงการซื้อขายช่วงเช้า หลังจากนั้นเปิดการซื้อขายช่วงบ่ายดัชนีค่อยๆ ปรับตัวดีขึ้น และสามารถไปอยู่ในแดนบวกได้ โดยทำจุดสูงสุดของวันที่ระดับดัชนี 1,446.63 จุด ก่อนจะปิดตลาดที่ระดับ 1,439.10 จุด เพิ่มขึ้น 3.54 จุด หรือบวก 0.25% ด้วยมูลค่าซื้อขายหนาแน่นที่ 80,966 ล้านบาท

โดยมูลค่าการซื้อขายตามกลุ่มนักลงทุน สถาบันในประเทศ ซื้อสุทธิ 3,279.23 ล้านบาท บัญชีบริษัทหลักทรัพย์ ขายสุทธิ 2,447.20 ล้านบาท นักลงทุนต่างประเทศ ขายสุทธิ 1,256.96 ล้านบาท และนักลงทุนทั่วไปในประเทศ ซื้อสุทธิ 424.93 ล้านบาท

นายชัยยศ จิวางกูร ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.กรุงศรี กล่าวว่า ดัชนีหุ้นไทยปรับขึ้นในช่วงเปิดการซื้อขายช่วงบ่าย เกิดจากเทคนิคเคิลรีบาวด์ หลังจากที่ได้ปรับตัวลงไปมากช่วงเปิดซื้อขายเมื่อวันก่อนหน้า อย่างไรก็ดี การปรับขึ้นของตลาดหุ้นไทย เป็นไปในทิศทางเดียวกับตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียที่ส่วนใหญ่ก็ปรับขึ้น รวมถึงตลาดหุ้นในยุโรปก็เปิดบวกด้วยเช่นกัน

ทั้งนี้ ยังต้องติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ที่ขณะนี้แพร่ระบาดไปทั่วโลกแล้ว รวมถึงปัจจัยการเมืองในประเทศที่อยู่ระหว่างการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ซึ่งเท่าที่ติดตามก็ยังไม่มีประเด็นอะไรมาทำให้รัฐบาลสั่นคลอนได้ ดังนั้น จึงยังไม่มีน้ำหนักต่อตลาดในขณะนี้

นายคมศร ประกอบผล หัวหน้าศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจและกลยุทธ์ทิสโก้ เปิดเผยว่า ยังคงแนะนำให้นักลงทุนถือทองคำต่อ หลังจากในช่วงที่ผ่านมาราคาทองคำโลกและทองคำไทยปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างโดดเด่น เพราะได้รับปัจจัยบวกจากการกลับมาอัดฉีดสภาพคล่องของหลายประเทศ เช่น ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) ความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นจากประเด็นการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ ที่จะมีขึ้นช่วงปลายปีนี้ และการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ยังคงยืดเยื้อและเริ่มทวีความรุนแรงมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม มองว่าราคาทองคำในปัจจุบันอาจปรับตัวเพิ่มขึ้นได้ไม่มากนัก เนื่องจากสถานะเก็งกำไรสะสมของทองคำอยู่ในระดับสูงมาก ชี้ให้เห็นว่าตลาดมีการประเมินความเสี่ยงไว้ในระดับที่สูงมากแล้ว โดยรายงานสถานะการลงทุนของนักเก็งกำไรในตลาดซื้อขายล่วงหน้า ซึ่งสะท้อนมุมมองของนักลงทุนประเภทเฮจ ฟันด์ เป็นรายสัปดาห์ สิ้นสุด ณ วันที่ 18 ก.พ. 2563 พบว่านักเก็งกำไรเข้าซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะทองคำ หลังการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ยังคงยืดเยื้อและเริ่มทวีความรุนแรงมากขึ้น ทำให้นักลงทุนกังวลต่อการชะลอตัวทางเศรษฐกิจ

อย่างไรก็ดี การปรับเพิ่มขึ้นของราคาทองคำ ส่งผลดีต่อตัวเลขการส่งออกของไทยในเดือนม.ค. 2563 ที่ผ่านมา เติบโตที่ระดับ 3.4% สูงกว่าที่ตลาดคาด และเป็นการกลับมาเติบโตครั้งแรกในรอบ 6 เดือน ซึ่งส่วนหนึ่งจากฐานต่ำเป็นปัจจัยที่ช่วยหนุนตัวเลขและมาจากการเพิ่มขึ้นอย่างมากของการส่งออกทองคำ แต่หากไม่รวมการส่งออกทองคำจะพบว่า ตัวเลขการส่งออกของไทยในเดือนม.ค.2563 ยังคงหดตัวประมาณ 1.5% และทั้งปีนี้ทิสโก้ คาดการณ์ว่าการส่งออกไทยจะติดลบที่ระดับ 1.6% จากต้นปีที่ประเมินว่าจะติดลบ 0.5% โดยอิงจากผลกระทบการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ซึ่งเป็นปัจจัยใหม่ที่คุกคามต่อกิจกรรมของเศรษฐกิจโลกที่กระทบทั้งห่วงโซ่การผลิตและอุปสงค์จากประเทศคู่ค้าที่อ่อนแอลง อีกทั้งยังมีหลายปัจจัยสำคัญที่ยังยากจะคาดเดาว่าจะสามารถควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัสได้แค่ไหน

ทั้งนี้ หากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 รุนแรงต่อเนื่องไปจนถึงไตรมาสที่ 2/2563 ก็มีโอกาสที่ทิสโก้ จะปรับประมาณการเศรษฐกิจไทย หรือ จีดีพี ลงอีกได้ จากปัจจุบันประเมินว่าในปี 2563 จีดีพีไทยจะเติบโตได้ในระดับ 1.7%

ส่วนแนวโน้มการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายนั้น ยังคงจับตาดูการประมาณจีดีพี ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ซึ่งจะเผยแพร่ในวันที่ 25 มี.ค. 2563 นี้ เพราะจะเป็นสิ่งที่ชี้นำต่อการเคลื่อนไหวของ ธปท. โดยหากประมาณการบ่งชี้ถึงแนวโน้มเศรษฐกิจที่อ่อนแอมากขึ้น ก็มีโอกาสที่การปรับลดอัตราดอกเบี้ยครั้งต่อไปจะเกิดขึ้นอีกอย่างช้าไม่เกินไตรมาส 2 นี้

อย่างไรก็ดี ผู้สื่อข่าวรายงานว่าราคาทองคำตามประกาศของ สมาคมค้าทองคำ วันที่ 25 ก.พ. โดยราคาประกาศครั้งแรกร่วงลงจากวันก่อนหน้าถึงบาทละ 450 บาท โดยราคาทองคำแท่ง รับซื้อบาทละ 24,700.00 บาท ขายออกราคา 24,800.00 บาท สำหรับทองรูปพรรณ รับซื้อ 24,256.00 บาท ขายออก 25,300.00 บาท ทั้งนี้ ระหว่างวัน ราคาทองคำตามประกาศของสมาคมค้าทองคำ มีการเปลี่ยนแปลงรวมแล้ว 13 ครั้ง ปรับขึ้นลงครั้งละ 50 บาท และมาปิดที่ราคาตามประกาศครั้งที่ 1

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน