สรุปภาวะตลาดหุ้นไทย (SET) วันพุธที่ 26 กุมภาพันธ์ 2563 ปิดที่ 1,366.41 จุด ปรับตัวลดลง -72.69 จุด คิดเป็น -5.05% จุดสูงสุดอยู่ที่ 1,428.35 จุด จุดต่ำสุดอยู่ที่ 1,366.41 จุด โดยมีมูลค่าการซื้อขายอยู่ที่ 93,189.41 ล้านบาท ส่วนดัชนี SET50 ปิดที่ 917.49 จุด ปรับตัวลดลง -50.43 จุด
ภาวะตลาดหุ้นนิวยอร์ก ดาวโจนส์ปิดร่วง 879.44 จุด หลังจากเจ้าหน้าที่ระดับสูงของศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งสหรัฐ (CDC) ได้ออกมาเตือนให้ชาวอเมริกันเตรียมพร้อมกับมือกับไวรัสโควิด-19 ที่อาจแพร่ระบาดอย่างหนักในสหรัฐ
ตลาดหุ้นยุโรปเปิดตลาดปรับตัวลง เนื่องจากความกังวลเกี่ยวกับการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในยุโรป
ดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมันเปิดลดลง 108.33 จุด ภาวะตลาดหุ้นจีน เซี่ยงไฮ้คอมโพสิตปิดลบ 25.12 จุด ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับการระบาดของไวรัสโควิด-19 ในประเทศต่างๆ
ภาวะตลาดหุ้นฮ่องกง ฮั่งเส็งปิดลบ 196.74 จุด ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับการระบาดของไวรัสโควิด-19
ภาวะตลาดหุ้นโตเกียว นิกเกอิปิดลบ 179.22 จุด แตะระดับต่ำสุดในรอบ 4 เดือนในวันนี้ ตามทิศทางตลาดหุ้นทั่วโลกที่ถูกเทขายอย่างต่อเนื่อง
โดยหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 หลักทรัพย์ ได้แก่
1. AOT มูลค่าการซื้อขาย 5,292.64 ล้านบาท ลดลง -2.25 บาท คิดเป็น -3.47%
2. CRC มูลค่าการซื้อขาย 4,673.96 ล้านบาท ลดลง -4.75 บาท คิดเป็น -12.75%
3. KBANK มูลค่าการซื้อขาย 4,416.40 ล้านบาท ลดลง -12.50 บาท คิดเป็น -9.77%
4. PTT มูลค่าการซื้อขาย 3,841.76 ล้านบาท ลดลง -1.00 บาท คิดเป็น -2.35%
5. BAM มูลค่าการซื้อขาย 3,742.36 ล้านบาท ลดลง -1.25 บาท คิดเป็น -4.39%
ดัชนีปรับตัวลงแรงตามทิศทางตลาดโลก โดยมีเหตุมาจากไวรัสที่กำลังระบาดรอบใหม่นอกประเทศจีนที่มีแนวโน้มรุนแรงขึ้น อีกทั้งในประเทศไทยก็เริ่มมีการติดเชื้อเพิ่มมากขึ้นในหลายพื้นที่ ทำให้นักลงทุนเริ่มไม่เชื่อมั่นในภาวะเศรษฐกิจของประเทศ จึงเกิดแรงขายออกมาทั้งทำกำไรระยะสั้นและขายขาดทุนก็ยอม เกิดภาวะ Panic ดังนั้นวันนี้(27) หากดัชนีรีบาวด์กลับขึ้นมาแถวๆ 1,400 จุด +/- 10 จุดไม่ได้อีก ดัชนีอาจซึมลงต่อทำ New low แถวๆ 1,350 จุดหรือต่ำกว่าได้ต่อไป
บริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก จำกัด