ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ดัชนีตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย วันที่ 26 ก.พ. ดัชนีปิดการซื้อขายที่ระดับ 1,366.41 จุด ลดลง -72.69 จุด หรือ -5.32% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 93,189.41 ล้านบาท โดยนักลงทุนสถาบัน ขายสุทธิ 4,494.27 ล้านบาท บัญชีบริษัทหลักทรัพย์ ซื้อสุทธิ 507 ล้านบาท นักลงทุนต่างชาติ ขายสุทธิ 833.93 ล้านบาท นักลงทุนทั่วไป ซื้อสุทธิ 4,821.20 ล้านบาท
ทั้งนี้ ดัชนีหุ้นที่ปรับลดลงถึง -72 จุด ถือเป็นการปิดลดลงมากสุดในรอบกว่า 13 ปี นับตั้งแต่เมื่อวันที่ 19 ธ.ค. 2549 ซึ่งดัชนีปรับลดลงในวันเดียว 99.71 จุด หรือ 13.81% จากระดับเปิดที่ 721.85 จุด มาปิดที่ 622.14 จุด จากการที่ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ประกาศใช้นโยบายกันสำรอง 30% ส่งผลให้ดัชนีหุ้นไทยปรับลดลงอย่างหนัก มีผลให้ตลาดหลักทรัพย์ฯ ต้องใช้มาตรการหยุดการซื้อขายชั่วคราว หรือ เซอร์กิตเบรกเกอร์
ขณะที่ดัชนีตลาดหุ้นไทยในปีนี้ปรับลดลงจากระดับสูงสุดที่ 1604.43 จุด ลดลงมาแล้ว 238 จุด หรือลดลงแล้ว 14.83%
น.ส.รื่นวดี สุวรรณมงคล เลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) กล่าวว่า การปรับตัวลดลงของดัชนีตลาดหลักทรัพย์ในวันนี้ (26 ก.พ. 2563) เป็นผลจากความวิตกกังวลต่อการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ซึ่งน่าจะมีผลต่อบางอุตสาหกรรม และเป็นการปรับตัวไปในทิศทางเดียวกันกับตลาดหุ้นทั่วโลก ก.ล.ต. ได้ประสานงานกับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และพบว่าระบบการซื้อขายและชำระราคาของธุรกิจหลักทรัพย์สามารถดำเนินการได้ตามปกติ ทั้งนี้ พระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 ที่ได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาในวันนี้ (26 ก.พ. 2563) จะช่วยให้เกิดการลงทุนและส่งผลดีต่อเศรษฐกิจ จึงขอแนะนำให้ผู้ลงทุนติดตามและศึกษาข้อมูลเพื่อประกอบการตัดสินใจในการลงทุนอย่างรอบคอบ
ด้านนายกรภัทร วรเชษฐ์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยและบริการการลงทุน-กลยุทธ์การลงทุน บล.โนมูระ พัฒนสิน กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยปรับตัวลงแรง โดยดัชนีต่ำสุดในรอบ 4 ปี รับจิตวิทยาเชิงลบ จากการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ในประเทศไทย หลังพบผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโควิด-19 เพิ่มขึ้น อีกทั้งยังมีการปกปิดข้อมูลในเบื้องต้นด้วย ทำให้วิตกถึงการแพร่กระจายเชื้อไวรัส และส่งผลให้กังวลว่าอาจเข้าสู่ระดับ 3
สำหรับแนวโน้มการลงทุนในวันที่ 27 ก.พ. ประเมินว่าตลาดฯ ยังมีความผันผวนสูง โดยให้แนวรับที่ 1,350-1,330 จุด และแนวต้านที่ 1,400 จุด