นายเทิดศักดิ์ ทวีธีระธรรม ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการสายงานวิจัย บล.เอเซีย พลัส กล่าวว่า วันที่ 9 มี.ค. 2563 ตลาดหุ้นไทยเปิดตลาดรัชนีราคาหุ้นปรับตัวลดลงทันทีกว่า 90 จุด ซึ่งนับว่ารุนแรงโดยนอกจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่ยังมีอิทธิพลกดดันตลาดหุ้น ยิ่งกว่านั้นสถานการณ์ล่าสุดมีพัฒนาการการแพร่ระบาดนอกเหนือประเทศจีน ส่งผลให้มีความกังวลในการเดินทางและมีผลต่อการเติบโตของเศรษฐกิจโดยเฉพาะไทยล่าสุดมีการประเมินของบางสถาบัน โดยปรับลดประมาณการเติบโตเศรษฐกิจ หรือจีดีพีลงเหลือต่ำกว่า 1% ขณะที่บริษัทได้ประเมินตั้งแต่ต้นปีว่าจะอยู่ที่ 1.6% ซึ่งขณะนั้นมองว่าต่ำแล้วแต่ล่าสุดน่าจะมีการทบทวนปรับลดจีดีพีลงอีก

นอกจากนี้ ดัชนีหุ้นที่ปรับลดลงตอนนี้ มาถูกซ้ำเติมจากปัญหาน้ำมันตลาดโลก โดยในสัปดาห์ที่ผ่านมามีการเก็งกำไรน้ำมันในตลาดโลก เพราะคาดหวังเชิงบวกจากการประชุมของโอเปก ต่อประเด็นที่จะปรับลดการผลิตน้ำมันในตลาดลง แต่ผลพลิกกลับ คือ ประเทศรัสเซีย ไม่ยอมปรับลดกำลังการผลิต ขณะที่ซาอุดีอาระเบีย นอกจากจะไม่ปรับลดการผลิตน้ำมันแล้วยังปรับเพิ่มกำลังการผลิตขึ้นอีก ฉะนั้นหากเอา 2 สถานการณ์มารวมกันคือโควิด-19 กดดันในด้านความต้องการใช้น้ำมันลดลง ขณะที่ปริมาณการผลิตน้ำมันทั่วโลกกลับเพิ่มขึ้นจากการเจรจาที่ไม่ได้ข้อยุติระหว่างผู้ผลิตน้ำมันในตลาดโลก ฉะนั้นส่งผลให้ราคาน้ำมันปัจจุบันปรับลงแรงต่อเนื่อง ซึ่งก็ทำให้มีผลต่อหุ้นในกลุ่มพลังงานให้ปรับลดลงแรงมาก

อย่างไรก็ดี ทางฝ่ายวิจัยฯ ได้มีการประเมินว่าการปรับตัวลงของราคาน้ำมันทุก 5 เหรียญสหรัฐ จะส่งผลทำให้ประมาณการณ์กำไรของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ลดลงประมาณ 10,000 ล้านบาท โดยจะมีผลทำให้กำไรต่อหุ้นของบริษัทจดทะเบียนลดลงหุ้นละ 0.93 บาท ทั้งนี้ ประเมินว่าราคาน้ำมัน ณ สิ้นปีนี้อยู่ที่ 42.5 เหรียญสหรัฐฯต่อบาร์เรล จากน้นปีประเมินไว้ที่ 65 เหรียญต่อบาร์เรล ดังนั้นเท่ากับว่าประมาณการราคาน้ำมันที่ปรับลง จะมีผลต่อกำไรบริษัทจดทะเบียนประมาณ 50,000 ล้านบาท หรือกำไรต่อหุ้นลดลงจาก 85.59 บาท เหลือ 80.93 บาท ทำให้ดัชีหุ้นไทยปรับลดลงตามลำดับ โดยต้นปีบริษัทประเมินดัชนีหุ้นไทยปีนี้ที่ 1,455 จุด แต่จากสถานการณ์ราคาน้ำมันที่มีแนวโน้มลดลง ทำให้ดัชนีหุ้นลดลงมาอยู่ที่แถวๆ 1,376 จุด หรือประมาณการดัชนีปีนี้ลดลงกว่า 70 จุด ซึ่งใกล้เคียงกับดัชนีหุ้นที่ปรับลดลงมาในขณะนี้

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน