สรุปภาวะตลาดหุ้นไทย (SET) วันอังคารที่ 10 มีนาคม 2563 ปิดที่ 1,271.25 จุด ปรับตัวเพิ่มขึ้น +15.31 จุด คิดเป็น +1.22% จุดสูงสุดอยู่ที่ 1,285.65 จุด จุดต่ำสุดอยู่ที่ 1,258.70 จุด โดยมีมูลค่าการซื้อขายอยู่ที่ 74,686.23 ล้านบาท ส่วนดัชนี SET50 ปิดที่ 839.52 จุด ปรับตัวเพิ่มขึ้น +11.67 จุด
ภาวะตลาดหุ้นนิวยอร์ก ดาวโจนส์ปิดร่วง 2,013.76 จุด โดยดัชนีหลักทั้ง 3 ดัชนีทำสถิติดิ่งลงในวันเดียวที่รุนแรงที่สุดนับตั้งแต่เกิดวิกฤตการเงินโลกในปี 2551 ท่ามกลางภาวะการซื้อขายที่เป็นไปอย่างตื่นตระหนก เนื่องจากราคาน้ำมันดิบที่ทรุดตัวลงอย่างหนักและการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ได้ส่งผลให้นักลงทุนวิตกกังวลเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจโลกถดถอย
ตลาดหุ้นยุโรปเปิดตลาดแดนบวก ภายหลังจากที่ร่วงลงอย่างหนักเมื่อวานนี้ โดยนักลงทุนยังคงติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 โดยเฉพาะอิตาลีที่มียอดผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
ดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมันเปิดเพิ่มขึ้น 99.96 จุด
ภาวะตลาดหุ้นจีน เซี่ยงไฮ้คอมโพสิตปิดดีดขึ้น 53.47 จุด หลังจากที่ร่วงหนัก 3.01% วานนี้ เช่นเดียวกับตลาดหุ้นทั่วโลก
ภาวะตลาดหุ้นฮ่องกง ฮั่งเส็งปิดทะยาน 352.05 จุด เนื่องจากนักลงทุนเข้าช้อนซื้อหุ้นหลังดิ่งลงอย่างหนักเมื่อวานนี้
ภาวะตลาดหุ้นโตเกียว นิกเกอิปิดบวก 168.36 จุด ขานรับความหวังมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจญี่ปุ่น,สหรัฐ
โดยหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 หลักทรัพย์ ได้แก่
1. PTT มูลค่าการซื้อขาย 9,395.61 ล้านบาท เพิ่มขึ้น +0.50 บาท คิดเป็น +1.79%
2. PTTEP มูลค่าการซื้อขาย 6,874.80 ล้านบาท ลดลง -4.25 บาท คิดเป็น -5.69%
3. BAM มูลค่าการซื้อขาย 4,996.89 ล้านบาท เพิ่มขึ้น +1.10 บาท คิดเป็น +4.64%
4. CPALL มูลค่าการซื้อขาย 3,995.50 ล้านบาท เพิ่มขึ้น +2.75 บาท คิดเป็น +4.31%
5. PTTGC มูลค่าการซื้อขาย 3,358.36 ล้านบาท ลดลง -0.75 บาท คิดเป็น -2.42%
ดัชนีสามารถประคองตัวปิดในกรอบ BollingerBottom ได้แล้วหลังจากหลุดลงไปเล่นนอกกรอบในวันก่อนหน้าซึ่งเป็นการกระโดดเปิด GAP ที่กว้างมาก หากวันนี้(11) ดัชนีไม่ถอยกลับลงมาทำ New low หรือหลุดต่ำกว่า 1,249 จุดซะก่อน ดัชนีจึงจะมีลุ้นดีดกลับขึ้นต่อได้อีกครั้ง โดยมีแนวต้านสั้นๆ เส้นค่าเฉลี่ย 5 วันแถวๆ 1,310 จุด
บริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก จำกัด