นายชาติชาย พยุหนาวีชัย ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ขณะนี้ธนาคารมีความพร้อมปล่อยกู้สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (ซอฟต์โลน) 150,000 ล้านบาท ให้ธนาคารพาณิชย์ และธนาคารรัฐนำไปปล่อยกู้ต่อเพื่อช่วยเหลือภาคธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากไวรัสโควิดในอัตรา 2% ตามมติ ครม.แล้ว โดยธนาคารมีสภาพคล่องเหลือมากกว่า 3 แสนล้านบาท ซึ่งเพียงพอรองรับได้ และหลังจากนี้จะนัดลงนามบันทึกข้อตกลง (เอ็มโอยู) ร่วมกันกับธนาคารทุกแห่ง เพื่อเริ่มปล่อยเงินลงสู่ระบบได้ภายในเดือนมี.ค.นี้
สำหรับการจัดสรรวงเงินสินเชื่อซอฟต์โลนทั้ง 1.5 แสนล้านบาท จะเป็นของออมสินเอง 10% ประมาณ 15,000 ล้านบาท ส่วนที่เหลือจัดสรรเป็นโควตาให้ธนาคารตามขนาดหากมีลูกค้ามากก็จะได้รับวงเงินมาก ซึ่งแตกต่างจากซอฟต์โลนครั้งก่อนที่ใช้วิธีใครขอกู้ก่อนมีสิทธิก่อน และมั่นใจว่าวงเงินสินเชื่อรอบนี้จะช่วยเหลือเอสเอ็มอีและภาคธุรกิจที่เดือดร้อนได้ทั่วถึงทุกกลุ่ม เพราะมีการจำกัดวงเงินกู้ให้ไม่เกิน 20 ล้านบาทต่อรายเพื่อช่วยเสริมสภาพคล่อง ทำให้วงเงินกระจายออกไปได้หลายราย
นายชาติชาย กล่าวต่อว่า ขณะเดียวกันคณะกรรมการธนาคารออมสินยังเห็นชอบมาตรการช่วยเหลือลูกค้า ด้วยการผ่อนปรนเงื่อนไขการชำระเงินกู้ และแบ่งเบาภาระสินเชื่อ เพื่อช่วยให้ลูกค้ามีเงินสดหมุนเวียนใช้จ่ายเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะการใช้จ่ายซื้อสิ่งของจำเป็นต่อการรับมือเชื้อไวรัส โดยเปิดให้ลงทะเบียนแสดงความจำนงเข้าโครงการที่เว็บไซต์ธนาคารออมสิน www.gsb.or.th ตั้งแต่วันที่ 16 มี.ค. 2563 -31 ธ.ค. 2564
ทั้งนี้ มาตรการ ครอบคลุมกลุ่มลูกค้ารายย่อย สินเชื่อธุรกิจ สินเชื่อบุคคล ตลอดจนสินเชื่อเอสเอ็มอี ประกอบด้วย การพักชำระเงินต้นไม่เกิน 2 ปี ให้ชำระแต่ดอกเบี้ย 50-100% ของดอกเบี้ยประจำงวด (ในอัตราดอกเบี้ยที่กำหนดไว้ในสัญญา แต่ต้องไม่ต่ำกว่า 4% ต่อเนื่อง 1 ปี แล้วธนาคารฯ จะจ่ายคืนดอกเบี้ยให้ 20% ของดอกเบี้ยที่ชำระนั้นคืนให้ลูกค้าทุก 6 เดือน จำนวน 2 ครั้ง ระยะเวลา 1 ปี โดยในส่วนดอกเบี้ยที่ค้างชำระหรือที่ชำระไม่ครบนั้น ให้เฉลี่ยจ่ายคืนสูงสุดไม่เกิน 10 ปี และขยายระยะเวลาชำระหนี้ไม่เกิน 2 เท่าของระยะเวลาพักชำระเงินต้นแต่สูงสุดไม่เกิน 4 ปี โดยการเข้ามาตรการนี้ลูกค้าจะยังคงสถานะเป็นลูกหนี้ปกติ ไม่เข้าติดเครดิตบูโรแต่อย่างใด
“หากลูกค้าพักเงินต้นแล้วจ่ายแต่ดอกเบี้ยทั้งจำนวน เช่น จ่ายดอกเบี้ยเดือนละ 5,000 บาท ต่อเนื่อง 12 เดือน รวมเป็นเงิน 60,000 บาท ธนาคารจะจ่ายคืนเงินสดทุก 6 เดือน รวม 2 งวด เท่ากับ 12,000 บาท เพื่อช่วยเพิ่มสภาพคล่องให้แก่ลูกค้าในภาวะที่อาจต้องใช้จ่ายจำเป็น เพื่อซื้อสิ่งของจำเป็นสำหรับช่วยดำรงชีพในปัจจุบัน นอกจากนี้ ยังมีสินเชื่อโครงการธนาคารประชาชน ช่วยลูกค้าเดิมในวงเงินกู้ไม่เกิน 50,000 บาท อัตราดอกเบี้ย 0.50% ต่อเดือน ชำระคืนเงินกู้ไม่เกิน 5 ปี ไม่ต้องมีหลักประกัน ไม่ต้องมีบุคคลค้ำประกัน และปลอดชำระคืนเงินกู้ใน 6 เดือนแรก”
ทั้งนี้ คุณสมบัติลูกค้าที่สามารถใช้มาตรการนี้ต้องได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจ สงครามการค้า ภัยธรรมชาติ และการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ทำให้ความสามารถในการชำระหนี้ลดลง โดยต้องมีหลักฐานยืนยันชัดเจนสามารถเชื่อมโยงกับผลกระทบได้ ซึ่งรวมถึงลูกค้าปกติจนถึงลูกค้าที่เป็นหนี้เสีย