สรุปภาวะตลาดหุ้นไทย (SET) วันพฤหัสบดีที่ 12 มีนาคม 2563 ปิดที่ 1,114.91 จุด ปรับตัวลดลง -134.98 จุด คิดเป็น -10.80% จุดสูงสุดอยู่ที่ 1,187.39 จุด จุดต่ำสุดอยู่ที่ 1,095.37 จุด โดยมีมูลค่าการซื้อขายอยู่ที่ 101,652.00 ล้านบาท ส่วนดัชนี SET50 ปิดที่ 726.73 จุด ปรับตัวลดลง -96.26 จุด
ภาวะตลาดหุ้นนิวยอร์ก ดาวโจนส์ปิดร่วง 1,464.94 จุด โดยตลาดเข้าสู่ “ภาวะหมี” เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เกิดวิกฤตการเงินโลกในปี 2551 หลังจากองค์การอนามัยโลก (WHO) ประกาศว่า ไวรัสโควิด-19 ได้เข้าสู่ภาวะแพร่ระบาดไปทั่วโลกแล้ว
ตลาดหุ้นยุโรปเปิดร่วงหนัก เหตุวิตกสหรัฐประกาศระงับการเดินทางจากประเทศยุโรปทั้งหมด ยกเว้นอังกฤษ เป็นเวลา 30 วัน
ดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมันเปิดลดลง 574.69 จุด
ภาวะตลาดหุ้นจีน เซี่ยงไฮ้คอมโพสิตปิดร่วง 1.52% ภายหลังจากที่องค์การอนามัยโลก (WHO) ออกแถลงการณ์ระบุว่า ไวรัสโควิด-19 ได้เข้าสู่ภาวะแพร่ระบาดไปทั่วโลก หลังมีการลุกลามไปยังหลายประเทศในภูมิภาคต่างๆ
ภาวะตลาดหุ้นฮ่องกง ฮั่งเส็งปิดร่วง 3.66% เนื่องจากนักลงทุนยังคงวิตกกังวลเกี่ยวกับการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19
ภาวะตลาดหุ้นโตเกียว นิกเกอิปิดร่วง 856.43 จุด โดยดัชนีนิกเกอิดิ่งลงมากกว่า 5% ขณะที่ดอลลาร์ร่วงลงอย่างหนักเมื่อเทียบกับเยน
โดยหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 หลักทรัพย์ ได้แก่
1. AOT มูลค่าการซื้อขาย 7,068.79 ล้านบาท ลดลง -7.75 บาท คิดเป็น -12.81%
2. PTT มูลค่าการซื้อขาย 6,872.21 ล้านบาท ลดลง -2.75 บาท คิดเป็น -9.40%
3. CPALL มูลค่าการซื้อขาย 6,830.03 ล้านบาท ลดลง -4.25 บาท คิดเป็น -6.44%
4. BAM มูลค่าการซื้อขาย 6,360.81 ล้านบาท ลดลง -3.20 บาท คิดเป็น -13.62%
5. GULF มูลค่าการซื้อขาย 4,526.51 ล้านบาท ลดลง -20.50 บาท คิดเป็น -13.53%
ดัชนีมีการกระโดดเปิด GAP ลงต่อตั้งแต่เปิดตลาดลงไปทำ New low ต่อเนื่อง และหลุดออกไปนอกกรอบ BollingerBottom เล็กน้อยก่อนที่ดัชนีจะประคองตัวไม่ไหวและหลุดลงไปนอกกรอบเต็มที่ในที่สุดและเกิด Circuit Breaker เป็นครั้งที่ 4 ในช่วงเปิดตลาดภาคบ่ายเล็กน้อย หลังจากตลาดกลับมาซื้อขายปกติดัชนียังคงร่วงต่อไปจนกระทั่งปิดตลาดที่ -1,114.91 จุด
ดังนั้นวันนี้(13) หากดัชนีรีบาวด์กลับขึ้นมายืนปิดแถวๆ เส้น BollingerBottom ประมาณ 1,155-1,182 จุดไม่ได้ ดัชนีอาจซึมลงต่อแถวๆ 1,061 จุดต่อไป แนวต้าน 1,200 จุด
บริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก จำกัด