เมื่อเวลา 17.30 น. วันที่ 23 มี.ค. 2563 นายภากร ปีตธวัชชัย กรรมการและผู้จัดการ ได้แถลงผ่าน Live Facebook ต่อภาวะตลาดหุ้นไทยที่ร่วงลงแรงและทำให้ต้องมีการใช้มาตรการหยุดการซื้อขายชั่วคราว เป็นเวลา 30 นาที (เซอร์กิตเบรกเกอร์) ก่อนที่ดัชนีราคาหลักทรัพย์จะปิดตลาดร่วงลง 9.12% หรือ ลบ -102.78 จุด โดยมาอยู่ที่ระดับลงถึง มาอยู่ที่ 1,024.46 จุด ซึ่งการปรับลงครั้งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในตลาดหุ้นไทย แต่ร่วงลงทั้งตลาดหุ้นเอเชีย ซึ่งบางประเทศร่วงลงถึง 12% มากกว่าตลาดหุ้นไทยด้วยซ้ำ รวมถึงตลาดหุ้นในยุโรปก็ปรับลงเช่นกัน ซึ่งจะเห็นได้ว่าการที่ยลาดหลักทรัพย์ฯ ปรับเกณฑ์เซอร์กิตเบรกเกอร์ลงจาก 10% มาอยู่ที่ 8% อย่างน้อยทำให้ดัชนีหุ้นไทยไม่ปรับลงไปถึง 10%
สำหรับปัจจัยที่ส่งผลกระทบกับตลาดหุ้นในช่วงนี้ มาจากการที่ในช่วงวันอาทิตย์ที่ 22 มี.ค. ที่ผ่านมา ทางกรุงเทพมหานคร ได้ทำการปิดล็อกดาวน์กรุงเทพฯ ซึ่งมีผลกระทบกับหุ้นที่เกี่ยวกับห้างสรรพสินค้าห้างร้านต่างๆ และร้านอาหาร ที่ทำธุรกิจในกรุงเทพฯค่อนข้างมาก นอกจากนี้ ปัจจัยที่ 2 มาจากราคาน้ำมันโลกที่ปรับตัวลงไปอีกประมาณ 10% จากการที่สหรัฐอเมริกากับซาอุดีอาระเบียไม่สามารถตกลงกันได้ ทำให้หุ้นกลุ่มพลังงานมีการปรับตัวลงเช่นกัน
อีกทั้ง มีการรายงานข้อมูลคนติดเชื้อโควิด-19 มากขึ้น ก็ทำให้มีความกังวลเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว แต่ในเวลาเดียวกันก็มีข่าวดีจาก 3 หน่าวยงานที่เกี่ยวข้องได้แก่ กระทรวงการคลัง ธนาคารแห่งประเทศไทย และสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) มีมาตรการดูแลผู้ถือตราสารหนี้ของไทย และผู้ถือหน่วยลงทุน
นายภากร กล่าวด้วยว่า จากการปรับตัวลงของตลาดหุ้นไทยนั้นตลาดหลักทรัพย์ฯ ไม่มีนโยบายที่จะปิดทำการซื้อขาย ทั้งนี้ ต้องขึ้นอยู่กับ ธนาคารพาณิชย์มีการปิดการให้บริการหรือไม่ สำหรับการเรียกความเชื่อมั่นนักลงทุนตลาดหลักทรัพย์ได้มีมาตรการหลายอย่างที่ออกไปก่อนหน้านี้แล้ว แต่อย่างไรก็ดีมีอีกหลายมาตรการที่ตลาดหลักทรัพย์ฯ กำลังดูอยู่ เพียงแต่เท่าที่เรามอง ณ ขณะนี้ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ใช่เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในประเทศไทย แต่เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในทั่วโลกซึ่งสิ่งที่ตลาดหลักทรัพย์กำลังพยายามทำคือการซื้อเวลาเพื่อให้ได้ข่าวใหม่ๆ ที่เป็นข่าวดีๆ เข้ามาในตลาดเพื่อให้ตลาดฟื้นตัวและอีกส่วนหนึ่งคือตลาดหลักทรัพย์ฯ พยายามให้ข้อมูลที่สำคัญต่างๆ สำหรับให้ผู้ลงทุนสามารถเริ่มมองโอกาสในอนาคตในการลงทุน
ขณะเดียวกันขณะนี้ตลาดหลักทรัพย์ฯ กำลังพิจารณาอยู่ว่าจะมีมาตรการต่างๆ ที่มีประสิทธิภาพอย่างไรบ้างซึ่งกองทุนพยุงหุ้นก็เป็นอีกหนึ่งมาตรการ แต่ปัจจุบันพบว่าสิ่งที่ตลาดหลักทรัพย์ได้ออกมาตรการไปยังใช้ ทำให้ตลาดหุ้นไทยเคลื่อนไหวน้อยกว่าตลาดหุ้นประเทศอื่นๆ