สรุปภาวะตลาดหุ้นไทย (SET) วันอังคารที่ 14 เมษายน 2563 ปิดที่ 1,256.35 จุด ปรับตัวเพิ่มขึ้น +19.57 จุด คิดเป็น +1.58% จุดสูงสุดอยู่ที่ 1,267.55 จุด จุดต่ำสุดอยู่ที่ 1,241.10 จุด โดยมีมูลค่าการซื้อขายอยู่ที่ 76,434.03 ล้านบาท ส่วนดัชนี SET50 ปิดที่ 845.32 จุด ปรับตัวเพิ่มขึ้น +12.16 จุด
ภาวะตลาดหุ้นนิวยอร์ก ดาวโจนส์ปิดลบ 328.60 จุด เนื่องจากนักลงทุนวิตกกังวลว่า การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 จะส่งผลกระทบต่อรายได้ของบริษัทจดทะเบียน
ตลาดหุ้นยุโรปเปิดตลาดพุ่งขึ้น ขานรับความหวังผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์หลังจากที่ยอดผู้ติดเชื้อรายใหม่ชะลอตัวลง
ดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมนีเปิดเพิ่มขึ้น 169.23 จุด
ภาวะตลาดหุ้นจีน เซี่ยงไฮ้คอมโพสิตปิดพุ่ง 44.23 จุด ภายหลังจากที่รัฐบาลจีนได้จัดสรรงบประมาณเพื่อช่วยเหลืออุตสาหกรรมยานยนต์
ภาวะตลาดหุ้นฮ่องกง ฮั่งเส็งปิดบวก 135.07 จุด เนื่องจากข้อมูลที่บ่งชี้ว่าการค้าระหว่างประเทศของจีนในเดือนมี.ค. เริ่มส่งสัญญาณที่มีเสถียรภาพ โดยยอดส่งออกและยอดนำเข้าต่างก็อยู่ในระดับสูงกว่าการคาดการณ์ของตลาด
ภาวะตลาดหุ้นโตเกียว นิกเกอิปิดพุ่ง 595.41 จุด ขณะที่นักลงทุนคลายความวิตกเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจถดถอยทั่วโลก หลังจากจีนเปิดเผยข้อมูลการค้าเดือน มี.ค.ดีเกินคาด
โดยหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 หลักทรัพย์ ได้แก่
1. BAM มูลค่าการซื้อขาย 4,279.45 ล้านบาท เพิ่มขึ้น +0.20 บาท คิดเป็น +0.92%
2. CPALL มูลค่าการซื้อขาย 3,279.57 ล้านบาท เพิ่มขึ้น +0.50 บาท คิดเป็น +0.78%
3. PTT มูลค่าการซื้อขาย 2,886.08 ล้านบาท เพิ่มขึ้น +0.25 บาท คิดเป็น +0.70%
4. GULF มูลค่าการซื้อขาย 2,598.50 ล้านบาท ลดลง -2.00 บาท คิดเป็น -1.13%
5. ADVANC มูลค่าการซื้อขาย 2,413.69 ล้านบาท ลดลง -3.00 บาท คิดเป็น -1.54%
ดัชนีดีดกลับขึ้นทำ New high ต่อเนื่องและผ่านขึ้นปิด GAP ที่ 1,238 จุดได้แล้ว แต่มีการเปิด GAP เอาไว้เล็กน้อย ซึ่งมีโอกาสที่วันนี้(15) ดัชนีจะแกว่งตัวลงมาปิด GAP ดังกล่าวแถวๆ 1,237 จุดได้ แต่ถ้าดัชนีไม่ถอยกลับลงมาปิดต่ำกว่าแถวๆ เส้นค่าเฉลี่ย 5 วันซะก่อนที่ 1,237 จุด ดัชนีน่าจะได้ลุ้นแกว่งตัวขึ้นทดสอบเส้น BollingerTop แถวๆ 1,284-1,285 จุดได้ต่อไป โดยมีแนวรับสำคัญ 1,200 จุด
บริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก จำกัด