สรุปภาวะตลาดหุ้นไทย (SET) วันอังคารที่ 21 เมษายน 2563 ปิดที่ 1,252.92 จุด ปรับตัวลดลง -13.48 จุด คิดเป็น -1.06% จุดสูงสุดอยู่ที่ 1,260.96 จุด จุดต่ำสุดอยู่ที่ 1,243.58 จุด โดยมีมูลค่าการซื้อขายอยู่ที่ 58,676.75 ล้านบาท ส่วนดัชนี SET50 ปิดที่ 842.65 จุด ปรับตัวลดลง -12.80 จุด
ภาวะตลาดหุ้นนิวยอร์ก ดาวโจนส์ปิดร่วง 592.05 จุด โดยตลาดถูกกดดันจากราคาน้ำมันดิบ WTI ที่ทรุดตัวลงแตะระดับติดลบเป็นครั้งแรก ซึ่งได้ฉุดราคาหุ้นกลุ่มพลังงานร่วงลงด้วย
ตลาดหุ้นยุโรปเปิดตลาดร่วงลง เหตุวิตกโควิด-19 และราคาน้ำมัน WTI ร่วงลงปิดที่ระดับติดลบ
ดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมนีเปิดลดลง 156.46 จุด
ภาวะตลาดหุ้นจีน เซี่ยงไฮ้คอมโพสิตปิดลบ 25.54 จุด เช่นเดียวกับตลาดหุ้นในภูมิภาคที่วิตกกังวลเกี่ยวกับราคาน้ำมัน และสถานการณ์โควิด-19
ภาวะตลาดหุ้นฮ่องกง ฮั่งเส็งปิดร่วง 536.47 จุด โดยได้รับแรงกดดันจากราคาน้ำมันดิบ WTI ที่ทรุดตัวลง เนื่องจากนักลงทุนวิตกกังวลว่าการที่รัฐบาลทั่วโลกใช้มาตรการล็อกดาวน์จะส่งผลให้ความต้องการใช้น้ำมันดิ่งลง
ภาวะตลาดหุ้นโตเกียว นิกเกอิปิดร่วง 388.34 จุด เนื่องจากนักลงทุนวิตกเกี่ยวกับการที่สัญญาน้ำมันดิบสหรัฐร่วงลงสู่ระดับติดลบเป็นครั้งแรกเมื่อคืนนี้ และความไม่แน่นอนเกี่ยวกับสถานการณ์ในคาบสมุทรเกาหลีหลังจากสื่อรายงานว่า นายคิม จอง อึน ผู้นำเกาหลีเหนือมีอาการป่วยอยู่ในขั้นวิกฤต
โดยหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 หลักทรัพย์ ได้แก่
1. PTT มูลค่าการซื้อขาย 3,739.11 ล้านบาท ลดลง -1.25 บาท คิดเป็น -3.55%
2. GULF มูลค่าการซื้อขาย 3,240.14 ล้านบาท เพิ่มขึ้น +0.50 บาท คิดเป็น +1.39%
3. AOT มูลค่าการซื้อขาย 2,631.27 ล้านบาท ลดลง -1.50 บาท คิดเป็น -2.42%
4. CPALL มูลค่าการซื้อขาย 1,794.14 ล้านบาท ลดลง -0.50 บาท คิดเป็น -0.76%
5. PTTEP มูลค่าการซื้อขาย 1,775.89 ล้านบาท ลดลง -2.75 บาท คิดเป็น -3.48%
ดัชนีมีความพยายามประคองตัวปิดเหนือเส้นค่าเฉลี่ย 5 และ 10 วันต่อเนื่อง แม้ว่าในช่วงเช้าดัชนีจะมีลักษณะเปิดกระโดดลงมาก็ตาม แต่ในระหว่างวันดัชนียังสามารถดีดกลับได้พอสมควรทำให้ติดลบเล็กน้อย และปิดเหนือเส้นค่าเฉลี่ย 2 เส้นดังกล่าวได้ หากวันนี้ดัชนีไม่ถอยกลับลงมาปิดต่ำกว่าแถวๆ 1,243-1,238 จุดซะก่อน ดัชนีจึงจะมีลุ้นดีดกลับผ่าน 1,267-1,273 จุด ก่อนปรับตัวขึ้นต่อได้แถวๆ 1,311 จุดได้ต่อไป
บริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก จำกัด