สรุปภาวะตลาดหุ้นไทย (SET) วันพุธที่ 22 เมษายน 2563 ปิดที่ 1,261.81 จุด ปรับตัวเพิ่มขึ้น +8.89 จุด คิดเป็น +0.71% จุดสูงสุดอยู่ที่ 1,262.43 จุด จุดต่ำสุดอยู่ที่ 1,231.58 จุด โดยมีมูลค่าการซื้อขายอยู่ที่ 76,817.44 ล้านบาท ส่วนดัชนี SET50 ปิดที่ 848.81 จุด ปรับตัวเพิ่มขึ้น +6.16 จุด
ภาวะตลาดหุ้นนิวยอร์ก ดาวโจนส์ปิดร่วง 631.56 จุด เนื่องจากนักลงทุนยังคงวิตกกังวลเกี่ยวกับการทรุดตัวของราคาน้ำมันและการร่วงลงของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี
ตลาดหุ้นยุโรปเปิดตลาดแดนบวก หลังนลท.ซึมซับสถานการณ์ราคาน้ำมันและไวรัสโควิด-19
ดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมนีเปิดเพิ่มขึ้น 120.40 จุด ภาวะตลาดหุ้นจีน เซี่ยงไฮ้คอมโพสิตปิดบวก 16.97 จุด ขานรับความพยายามของรัฐบาลในการเร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานใหม่ๆ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19
ภาวะตลาดหุ้นฮ่องกง ฮั่งเส็งปิดบวก 99.81 จุด จากแรงช้อนซื้อของนักลงทุน
ภาวะตลาดหุ้นโตเกียว นิกเกอิปิดลบ 142.83 จุด ท่ามกลางการซื้อขายที่เป็นไปอย่างระมัดระวังก่อนการเปิดเผยผลประกอบการของบริษัทชั้นนำ ขณะที่หุ้นกลุ่มพลังงานร่วงลงตามราคาสัญญาน้ำมันดิบนิวยอร์กที่ทรุดตัวลงอย่างหนัก
โดยหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 หลักทรัพย์ ได้แก่
1. GULF มูลค่าการซื้อขาย 5,326.24 ล้านบาท เพิ่มขึ้น +2.50 บาท คิดเป็น +6.85%
2. BAM มูลค่าการซื้อขาย 5,070.85 ล้านบาท เพิ่มขึ้น +0.90 บาท คิดเป็น +4.13%
3. PTT มูลค่าการซื้อขาย 4,801.27 ล้านบาท ลดลง -0.75 บาท คิดเป็น -2.21%
4. GPSC มูลค่าการซื้อขาย 4,593.00 ล้านบาท เพิ่มขึ้น +5.75 บาท คิดเป็น +8.71%
5. KBANK มูลค่าการซื้อขาย 2,862.58 ล้านบาท ลดลง -6.75 บาท คิดเป็น -6.96%
ดัชนีมีการเปิดลงไปแถวแนวรับเส้นค่าเฉลี่ย 5 และ 10 วัน อีกทั้งในช่วงเช้าดัชนียังหลุดลงไปต่ำกว่าสองเส้นดังกล่าวด้วย ในขณะที่ในช่วงบ่ายดัชนีได้มีการดีดกลับขึ้นมายืนในแดนบวกและยืนปิดเหนือเส้นค่าเฉลี่ย 5 และ 10 วันได้ในที่สุด ทำให้ MACD ที่ทำท่าจะไปไม่ไหวเริ่มปรับตัวขึ้นต่ออีกครั้งไม่หลุดลงไปต่ำกว่าศูนย์ ดังนั้นวันนี้(23) หากดัชนียังประคองตัวยืนปิดเหนือสองเส้นค่าเฉลี่ยดังกล่าวแถวๆ 1,254-1,242 จุดได้ ดัชนีจึงจะพอมีลุ้นดีดกลับแถวๆ 1,273 จุดได้ต่อไป
บริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก จำกัด