สรุปภาวะตลาดหุ้นไทย (SET) วันพฤหัสบดีที่ 30 เมษายน 2563 ปิดที่ 1,301.66 จุด ปรับตัวเพิ่มขึ้น +18.98 จุด คิดเป็น +1.48% จุดสูงสุดอยู่ที่ 1,301.66 จุด จุดต่ำสุดอยู่ที่ 1,292.97 จุด โดยมีมูลค่าการซื้อขายอยู่ที่ 79,146.24 ล้านบาท ส่วนดัชนี SET50 ปิดที่ 873.56 จุด ปรับตัวเพิ่มขึ้น +15.93 จุด

ภาวะตลาดหุ้นนิวยอร์ก ดาวโจนส์ปิดพุ่ง 532.31 จุด หลังจากนายเจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ให้คำมั่นว่าเฟดจะใช้เครื่องมือทุกอย่างเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจและลดผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19

ตลาดหุ้นยุโรปเปิดตลาดปรับตัวขึ้น ขานรับการพัฒนายารักษาโควิด-19

ดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมนีเปิดเพิ่มขึ้น 87.47 จุด

ภาวะตลาดหุ้นจีน เซี่ยงไฮ้คอมโพสิตปิดพุ่ง 37.64 จุด ภายหลังจากที่จีนได้เปิดเผยข้อมูลดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคบริการที่ปรับตัวสูงขึ้น

ภาวะตลาดหุ้นโตเกียว นิกเกอิปิดพุ่ง 422.50 จุด แตะระดับ 20,000 จุดเป็นครั้งแรกในรอบกว่า 1 เดือนที่ผ่านมา โดยได้แรงหนุนจากข้อมูลภาคการผลิตในเชิงบวกของจีน และการพุ่งขึ้นอย่างแข็งแกร่งของตลาดหุ้นสหรัฐเมื่อคืนนี้

โดยหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 หลักทรัพย์ ได้แก่
1. BAM มูลค่าการซื้อขาย 6,966.11 ล้านบาท ลดลง -0.50 บาท คิดเป็น -2.04%
2. PTT มูลค่าการซื้อขาย 6,377.11 ล้านบาท เพิ่มขึ้น +1.50 บาท คิดเป็น +4.41%
3. PTTEP มูลค่าการซื้อขาย 4,485.56 ล้านบาท เพิ่มขึ้น +6.25 บาท คิดเป็น +7.99%
4. CPALL มูลค่าการซื้อขาย 3,284.76 ล้านบาท เพิ่มขึ้น +2.25 บาท คิดเป็น +3.27%
5. AOT มูลค่าการซื้อขาย 3,234.53 ล้านบาท เพิ่มขึ้น +2.25 บาท คิดเป็น +3.75%

ดัชนีปรับตัวขึ้นต่อโดยขยับขึ้นมาแตะระดับ 1,300 จุด ก่อนที่จะถูกแรงขายทำกำไรกลับลงมาเล็กน้อย อีกทั้งมีการเปิด GAP เล็กๆ เอาไว้อีกด้วย จนในที่สุดสามารถดีดกลับทะลุขึ้นมาปิดเหนือ 1300 จุดได้

ดังนั้นวันที่ 5 พ.ค. 2563 หากดัชนีประคองตัวปิดเหนือระดับ 1,300 จุดได้ต่อเนื่อง ดัชนีอาจปรับตัวขึ้นต่อได้แถวๆ 1,330 จุดซึ่งเป็นบริเวณเส้นค่าเฉลี่ย 75 วัน ในขณะที่แนวรับอยู่แถวๆ เส้นค่าเฉลี่ย 5 วันและ GAP ที่เปิดเอาไว้ที่ 1,286-1,285 จุด

บริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก จำกัด

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน