นายภากร ปีตธวัชชัย กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ภาพรวมตลาดหุ้นทั่วโลกในขณะนี้ยังไม่กลับมาปกติดูได้จากตลาดหุ้นนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา ยังผันผวนโดยปรับขึ้นและลงวันละ 2-3% โดยตลาดหุ้นไทยและเอเชียก็เช่นกัน ฉะนั้นนักลงทุนยังคงต้องติดตามเหตุการณ์ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ที่จะมีผลกระทบจากการทำงานของบริษัทจดทะเบียน ผลกระทบกับดัชนีตลาดหลักทรัพย์ต่างๆ แต่อย่างไรก็ดี โดยส่วนตัวมองว่าเหตุการณ์แพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในขณะนี้ลดความรุนแรงไปมากแล้ว แต่สิ่งที่ควรจะต้องระวังคือ จะมีการระบาดระลอกที่ 2 หรือไม่ ภายหลังจากรัฐบาลเริ่มทยอยปลดล็อกดาวน์ และทำให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจเริ่มกลับมา

ขณะเดียวกันสถิติสำคัญของตลาดหลักทรัพย์ไทยในช่วงไตรมาส 1 ที่ผ่านมา พบว่ามีนักลงทุนรายย่อยหน้าใหม่ที่ไม่เคยเปิดบัญซื้อขายหุ้นเลยเข้ามาเปิดบัญชีสูงถึง 59,000 บัญชี โดยเฉพาะในช่วงเดือนมี.ค. เป็นการแสดงให้เห็นว่านักลงทุนมองว่าเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมสำหรับการเข้ามาลงทุน เนื่องจากต้นทุนราคาหุ้นปรับลดลงไปมากจากต้นปี 30-40% ก็เป็นโอกาสที่จะสามารถเข้ามาลงทุนได้ ยิ่งไปกว่านั้นเริ่มเห็นพัฒนาการของเศรษฐกิจในบางภาคธุรกิจมีการฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว

โดยเฉพาะมีหุ้นบางตัวที่ราคาฟื้นกลับไปอยู่ในจุดก่อนเกิดวิกฤตโควิด ประกอบกับขณะนี้ความผันผวนของตลาดหุ้นไทยก็ลดลงมากแล้ว และกลับมาอยู่ในระดับใกล้เคียงก่อนช่วง 13 มี.ค. ซึ่งเป็นช่วงที่ตลาดปรับลดลงแรงๆ แล้วด้วย ยิ่งไปกว่านั้นสภาพคล่อง รวมถึงความสามารถในการทำกำไร ตลอดจนตัวเลขภาคธุรกิจส่งออกเริ่มออกมาดีขึ้น สิ่งต่างๆ เหล่านี้ทำให้นักลงทุนรายย่อยตอนนี้ที่ต้องการจะลงทุนระยะยาวและได้ประโยชน์จากราคาหุ้นซึ่งภายใน 1 เดือน ปรับตัวขึ้นไป 16-17%

นายภากร กล่าวด้วยว่า ในส่วนของเกณฑ์การกำกับดูแลการซื้อขายหุ้นชั่วคราว อาทิ เกณฑ์การหยุดซื้อขายหุ้นชั่วคราว หรือ เซอร์กิตเบรกเกอร์ เกณฑ์ซิลลิ่งฟอร์ และอื่นๆ ที่กำลังจะสิ้นสุดในวันที่ 30 มิ.ย.นี้ เบื้องต้นทางตลาดหลักทรัพย์จะหารือกับผู้ที่เกี่ยวข้องและสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เพื่อดูความเหมาะสมอีกครั้ง ขณะเดียวกันขณะนี้เริ่มมีบริษัทจดทะเบียนได้เตรียมยื่นขายหุ้นเพิ่มทุนให้ประชาชนเป็นครั้งแรก (ไอพีโอ) ในไตรมาส 3-4 ปีนี้

สำหรับสรุปภาพรวมภาวะตลาดหลักทรัพย์เดือนเม.ย. 2563 โดย ณ สิ้นเดือนเม.ย ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ไทย (SET Index) ปิดที่ 1,301.66 จุด เพิ่มขึ้น 15.6% จากเดือนก่อน ซึ่งสูงเป็นอันดับ 2 ในเอเชีย สอดคล้องกับสถานการณ์โควิด-19 ที่เริ่มคลี่คลาย ส่วนมูลค่าซื้อขายเฉลี่ยต่อวันรวมของ SET และ mai อยู่ที่ 68,093 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 28% จากค่าเฉลี่ยทั้งปี 2562 ด้านผู้ลงทุนต่างชาติมีสถานะขายสุทธิ 46,782 ล้านบาท ในตลาดหลักทรัพย์ไทย โดยเป็นไปในทิศทางเดียวกับตลาดในเอเชีย สำหรับราคาหุ้นกลุ่มที่ปรับเพิ่มขึ้นมากกว่า SET Index ประกอบด้วยสินค้าอุตสาหกรรม กลุ่มทรัพยากร กลุ่มบริการ และกลุ่มอสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน