สรุปภาวะตลาดหุ้นไทย (SET) วันพฤหัสบดีที่ 14 พฤษภาคม 2563 ปิดที่ 1,280.40 จุด ปรับตัวลดลง -14.15 จุด คิดเป็น -1.09% จุดสูงสุดอยู่ที่ 1,290.24 จุด จุดต่ำสุดอยู่ที่ 1,275.85 จุด โดยมีมูลค่าการซื้อขายอยู่ที่ 46,653.66 ล้านบาท ส่วนดัชนี SET50 ปิดที่ 856.11 จุด ปรับตัวลดลง -11.25 จุด

ภาวะตลาดหุ้นนิวยอร์ก ดาวโจนส์ปิดร่วง 516.81 จุด หลังจากนายเจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เตือนว่า การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ได้ทำให้เศรษฐกิจสหรัฐเผชิญกับความไม่แน่นอนและมีความเสี่ยงในช่วงขาลง

ตลาดหุ้นยุโรปเปิดอ่อนตัวลง เหตุวิตกเศรษฐกิจหลังปธ.เฟด เตือนความเสี่ยงช่วงขาลง

ดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมนีเปิดลดลง 124.62 จุด

ภาวะตลาดหุ้นจีน เซี่ยงไฮ้คอมโพสิตปิดลบ 27.71 จุด เช่นเดียวกับตลาดหุ้นในภูมิภาคเนื่องจากความกังวลเกี่ยวกับแนวโน้มเศรษฐกิจ

ภาวะตลาดหุ้นฮ่องกง ฮั่งเส็งปิดร่วง 350.56 จุด เช่นเดียวกับตลาดหุ้นในภูมิภาค เนื่องจากความกังวลเกี่ยวกับแนวโน้มเศรษฐกิจทั่วโลก

ภาวะตลาดหุ้นโตเกียว นิกเกอิปิดร่วง 352.27 จุด เหตุนลท.วิตกเศรษฐกิจสหรัฐชะลอตัว

โดยหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 หลักทรัพย์ ได้แก่
1. CPALL มูลค่าการซื้อขาย 3,097.25 ล้านบาท ลดลง -1.50 บาท คิดเป็น -2.09%
2. BAM มูลค่าการซื้อขาย 2,294.89 ล้านบาท ลดลง -0.40 บาท คิดเป็น -1.70%
3. CPF มูลค่าการซื้อขาย 1,677.62 ล้านบาท เพิ่มขึ้น +0.50 บาท คิดเป็น +1.77%
4. PTT มูลค่าการซื้อขาย 1,614.29 ล้านบาท ลดลง -0.50 บาท คิดเป็น -1.39%
5. AOT มูลค่าการซื้อขาย 1,186.15 ล้านบาท ลดลง -0.50 บาท คิดเป็น -0.83%

ดัชนีอ่อนตัวลงต่อเนื่องหลุดปิดต่ำกว่าเส้นค่าเฉลี่ย 5 และ 10 วันเรียบร้อย ทำให้ MACD ที่กำลังจะดีดกลับเริ่มอ่อนแรงลงอีกครั้ง ซึ่งมีแนวโน้มที่จะหลุดลงมาตัด SIGNAL อีกด้วย อาจต่อเนื่องไปจนถึงสัปดาห์หน้าและจะทำให้ดัชนีมีโอกาสปรับตัวลงได้มากกว่าขึ้นในระยะสั้นๆ นี้ ดังนั้นวันนี้(15) หากดัชนีดีดกลับขึ้นปิดเหนือเส้นค่าเฉลี่ย 5 และ 10 วันแถวๆ 1,283-1,288 จุดไม่ได้เป็นอย่างน้อย ดัชนีน่าจะซึมลงต่อถึงแถวๆ 1,271 จุด ก่อนหลุดลงไปแถวๆ 1,260 จุดได้ต่อไป

บริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก จำกัด

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน