สรุปภาวะตลาดหุ้นไทย (SET) วันพุธที่ 27 พฤษภาคม 2563 ปิดที่ 1,345.11 จุด ปรับตัวเพิ่มขึ้น +9.02 จุด คิดเป็น +0.68% จุดสูงสุดอยู่ที่ 1,345.53 จุด จุดต่ำสุดอยู่ที่ 1,328.07 จุด โดยมีมูลค่าการซื้อขายอยู่ที่ 78,672.83 ล้านบาท ส่วนดัชนี SET50 ปิดที่ 895.13 จุด ปรับตัวเพิ่มขึ้น +6.60 จุด
ภาวะตลาดหุ้นนิวยอร์ก ดาวโจนส์ปิดพุ่ง 529.95 จุด ขานรับความคืบหน้าในการผลิตวัคซีนต้านไวรัสโควิด-19 รวมทั้งสัญญาณที่บ่งชี้ถึงการฟื้นตัวของเศรษฐกิจทั่วโลก หลังจากรัฐบาลของประเทศต่างๆ เริ่มผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์
ตลาดหุ้นยุโรปเปิดตลาดแดนบวก ขณะที่นักลงทุนยังคงระมัดระวังการซื้อขาย เนื่องจากสถานการณ์ตึงเครียดระหว่างจีนและสหรัฐ
ดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมนีเปิดเพิ่มขึ้น 25.55 จุด
ภาวะตลาดหุ้นจีน เซี่ยงไฮ้คอมโพสิตปิดลบ 9.75 จุด ภายหลังจากที่กำไรบริษัทอุตสาหกรรมของจีนอ่อนตัวลง
ภาวะตลาดหุ้นฮ่องกง ฮั่งเส็งปิดลบ 83.30 จุด ขณะที่กลุ่มผู้ประท้วงจำนวนมากได้ออกมารวมตัวกันเพื่อต่อต้านกฎหมายความมั่นคงของจีน ซึ่งถูกมองว่าเป็นการจำกัดเสรีภาพของชาวฮ่องกง
ภาวะตลาดหุ้นโตเกียว นิกเกอิพลิกปิดบวก 148.06 จุด โดยฟื้นตัวจากการติดลบในช่วงเช้า ขณะที่ความเชื่อมั่นเกี่ยวกับการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจจากผลกระทบของโรคโควิด-19 ทั้งในญี่ปุ่นและประเทศอื่นๆ ได้หนุนหุ้นต่างๆ ปรับตัวขึ้น
โดยหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 หลักทรัพย์ ได้แก่
1. AOT มูลค่าการซื้อขาย 3,552.35 ล้านบาท เพิ่มขึ้น +2.25 บาท คิดเป็น +3.80%
2. CPF มูลค่าการซื้อขาย 3,315.90 ล้านบาท เพิ่มขึ้น +2.25 บาท คิดเป็น +7.76%
3. STA มูลค่าการซื้อขาย 2,937.12 ล้านบาท เพิ่มขึ้น +2.85 บาท คิดเป็น +12.18%
4. MINT มูลค่าการซื้อขาย 2,404.08 ล้านบาท เพิ่มขึ้น +0.50 บาท คิดเป็น +2.60%
5. KBANK มูลค่าการซื้อขาย 2,360.31 ล้านบาท เพิ่มขึ้น +2.25 บาท คิดเป็น +2.55%
ดัชนีมีการปรับตัวลดลงในช่วงเช้าจากแรงขายทำกำไรระยะสั้น เป็นการลดความร้อนแรงของดัชนีไปในตัว ในขณะที่ช่วงบ่ายดัชนีสามารถดีดกลับขึ้นมาปิดเหนือเส้นค่าเฉลี่ย 5 วันได้ อีกทั้งยังดีดกลับขึ้นมาปิดในระดับสูงของวันได้อีกด้วย มีโอกาสที่ดัชนีจะขยับขึ้นทำ New high ต่อ
หากวันนี้(28) ดัชนีไม่ถอยกลับลงมาหรือปิดต่ำกว่าแถวๆ 1,333-1,329 จุดซะก่อน ดัชนีจึงจะมีลุ้นขยับขึ้นทดสอบแนวต้านถัดไปที่ 1,362 จุดต่อไป
บริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก จำกัด