สรุปภาวะตลาดหุ้นไทย (SET) วันพฤหัสบดีที่ 28 พฤษภาคม 2563 ปิดที่ 1,337.51 จุด ปรับตัวลดลง -7.60 จุด คิดเป็น -0.57% จุดสูงสุดอยู่ที่ 1,358.60 จุด จุดต่ำสุดอยู่ที่ 1,337.50 จุด โดยมีมูลค่าการซื้อขายอยู่ที่ 85,819.92 ล้านบาท ส่วนดัชนี SET50 ปิดที่ 888.84 จุด ปรับตัวลดลง -6.29 จุด
ภาวะตลาดหุ้นนิวยอร์ก ดาวโจนส์ปิดพุ่ง 553.16 จุด ขานรับความหวังที่ว่าเศรษฐกิจสหรัฐและประเทศอื่นๆ ทั่วโลกจะฟื้นตัวขึ้น หลังจากรัฐบาลเดินหน้าผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์
ตลาดหุ้นยุโรปเปิดตลาดแดนบวก ขณะที่นักลงทุนยังคงจับตาสถานการณ์ตึงเครียดระหว่างจีนและสหรัฐ รวมทั้งติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19
ดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมนีเปิดเพิ่มขึ้น 89.09 จุด
ภาวะตลาดหุ้นจีน เซี่ยงไฮ้คอมโพสิตปิดบวก 9.42 จุด ขณะที่ตลาดหุ้นในภูมิภาคปรับตัวสูงขึ้นเช่นกัน
ภาวะตลาดหุ้นฮ่องกง ฮั่งเส็งปิดลบ 168.60 จุด หลังจากที่ประชุมสภาประชาชนแห่งชาติจีน (NPC) มีมติเห็นชอบให้มีการบังคับใช้กฎหมายความมั่นคงแห่งชาติฉบับใหม่ในฮ่องกง
ภาวะตลาดหุ้นโตเกียว นิกเกอิปิดพุ่ง 497.08 จุด โดยปรับตัวขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 3 เดือน เนื่องจากนักลงทุนมีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก
โดยหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 หลักทรัพย์ ได้แก่
1. BAM มูลค่าการซื้อขาย 4,178.06 ล้านบาท ไม่เปลี่ยนแปลง
2. BBL มูลค่าการซื้อขาย 3,752.04 ล้านบาท เพิ่มขึ้น +7.00 บาท คิดเป็น +6.83%
3. KBANK มูลค่าการซื้อขาย 3,692.86 ล้านบาท เพิ่มขึ้น +5.50 บาท คิดเป็น +6.08%
4. PTT มูลค่าการซื้อขาย 2,676.50 ล้านบาท ลดลง -1.00 บาท คิดเป็น -2.74%
5. AOT มูลค่าการซื้อขาย 2,611.69 ล้านบาท ลดลง -0.25 บาท คิดเป็น -0.41%
ดัชนีดีดกลับขึ้นต่อเนื่องในลักษณะกระโดดเปิด GAP และขยับออกไปเล่นนอกกรอบ BollingerTop ตลอดทั้งวันแต่ก็ยังไม่ผ่านแนวต้านที่ 1,362 จุด ในขณะที่ช่วงบ่ายใกล้ปิดตลาดเริ่มมีแรงขายทำกำไรออกมา ส่งผลให้ดัชนีไหลลงมาปิด GAP ดังกล่าวในที่สุดและลงมาในแดนลบโดยที่ดัชนีขยับลงมาปิดในกรอบ BollingerTop อีกครั้ง
หากวันนี้(29) ดัชนีประคองตัวยืนปิดเหนือเส้นค่าเฉลี่ย 5 วันแถวๆ 1,338-1,337 จุดได้ ดัชนีจึงจะมีลุ้นดีดกลับขึ้นทดสอบแนวต้านแถวๆ 1,362 จุดได้อีกครั้ง ในขณะที่แนวรับถัดไปอยู่แถวๆ 1,323-1,322 จุด
บริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก จำกัด