เมื่อวันที่ 8 มิ.ย. 2563 นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังประชุมมอบนโยบายให้กับผู้บริหารกระทรวงการคลัง โดยมีนายอุตตม สาวนายน รมว.คลัง ร่วมเข้าประชุม ว่า พระราชการกำหนด (พ.ร.ก.) ให้กู้เงินฉุกเฉิน 1 ล้านล้านบาท พ.ร.ก.ซอฟต์โลน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) 5 แสนล้านบาท และ พ.ร.ก.รักษาเสถียรภาพการเงิน 4 แสนล้านบาท ทั้งหมดผ่านความเห็นชอบจากสภาผู้แทนราษฎรแล้ว การเยียวยาเริ่มแล้ว และต้องมั่นใจว่าเงินเยียวยาทั้งหลายไปสู่ประชาชนครบหรือไม่ ซึ่งกระทรวงการคลังยืนยันว่าได้ตามเป้าแล้วกับประชาชนกลุ่มเป้าหมาย

นอกจากนี้ ยังเหลือในส่วนของประกันสังคมที่ยังร้องเรียนอยู่ ได้มอบปลัดกระทรวงการคลังประสานกองทุนประกันสังคม อาจมีบางส่วนยังไม่ครบก็สั่งให้ติดตามและประสานให้ประชาชนได้รับความช่วยเหลืออย่างครบถ้วน

นายสมคิด กล่าวว่า ได้ฝากที่ประชุมให้ไปพิจารณารายละเอียด พ.ร.ก.ซอฟต์โลน และ พ.ร.ก.การรักษาเสถียรภาพของระบบการเงินและความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศ เพื่อช่วยเหลือเอกชน รวมถึงเรื่องตราสารหนี้ ซึ่งมีปัญหาบางส่วนซึ่งเข้าไม่ถึงสินเชื่อ เพราะว่าลักษณะสำคัญของกองทุนและการปล่อยสินเชื่อ จะทำผ่านระบบธนาคาร ดังนั้นเมื่อผ่านระบบดังกล่าว ก็จะมีธุรกิจติดเงื่อนไขเข้าไม่ถึงมีแน่นอน

ขณะที่ พ.ร.ก.รักษาเสถียรภาพ ที่ให้อำนาจธปท. ตั้งกองทุนไปซื้อหุ้นกู้ 4 แสนล้านบาท ต้องมีจุดประสงค์ไม่ให้ช่วยเฉพาะธุรกิจที่น่าลงทุน หรือ Investment Grade เท่านั้น แต่ต้องการช่วยธุรกิจที่มีศักยภาพ แต่มีปัญหาต้องรักษาเอาไว้ จึงฝากกระทรวงการคลัง ธปท. สำนักงานคณะกรรมกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) หากลไกเข้ามาดูแลส่วนนี้

“ตราสารหนี้ในระดับ Investment Grade ถูกจัดโดย บริษัท ทริสต์ เรตติ้ง และ ฟิทช์ เรตติ้ง ซึ่งเป็นการจัดอันดับในภาวะเศรษฐกิจปกติ แต่ในภาวะที่ไม่ปกติ คุณจะใช้วิธีการ ปกติมาจัดอันดับไม่ได้ มันจะมีกลุ่มธุรกิจที่ยังมีศักยภาพไปได้ แต่ไม่ได้รับการเยียวยา ซึ่งจุดประสงค์ของรัฐบาล ไม่ได้ต้องการช่วยเฉพาะธุรกิจที่มี Investment Grade เท่านั้น แต่ต้องช่วยธุรกิจไทยที่มีศักยภาพและรักษาเขาเอาไว้”นายสมคิด กล่าว

นอกจากนี้ ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา เห็นชอบกรอบมาตรการที่กระทรวงการคลังเสนอ ให้จัดตั้งกองทุนช่วยคนตัวเล็ก ซึ่งยังขาดกลไก ดังนั้นการบริหารจัดการโดยไม่ผ่านระบบธนาคารต้องคิดออกมาให้เร็ว เพราะลำดับถัดไปกลุ่มนี้จะเดือดร้อน มีปัญหา ดังนั้นตรงนี้ต้องออกมาให้เร็ว เพื่อช่วยให้อยู่รอดได้

นายสมคิด กล่าวว่า ขณะเดียวกัน ได้หารือกับ ก.ล.ต. จัดตั้งกองทุนที่สามารถเข้ามาช่วยเหลือบริษัทที่ผ่านมา ได้รับผลกระทบจากโควิด แต่ยังไม่ได้มาตรการช่วยเหลือ โดยมีแนวคิดต้องมีคนมาลงขันในกองเหล่านี้ เพื่อมาลงทุนในบริษัทที่ต้องการช่วยเหลือ ซึ่ง ก.ล.ต.ได้ขอมาตรการทางภาษีที่จูงใจให้สามารถระดมทุนก้อนนี้ ซึ่งรัฐบาลาพยายามปิดช่องโหว่ในส่วนที่ยังไม่ได้รับความช่วยเหลือ ทั้งบุคคลธรรมดา ภาคธุรกิจ ขนาดเล็ก กลาง ทั้งหมด

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน