สรุปภาวะตลาดหุ้นไทย (SET) วันอังคารที่ 9 มิถุนายน 2563 ปิดที่ 1408.37 จุด ปรับตัวลดลง -30.29 จุด คิดเป็น -2.11% จุดสูงสุดอยู่ที่ 1448.13 จุด จุดต่ำสุดอยู่ที่ 1400.87 จุด โดยมีมูลค่าการซื้อขายอยู่ที่ 115,559.91 ล้านบาท ส่วนดัชนี SET50 ปิดที่ 941.69 จุด ปรับตัวลดลง -23.43 จุด

ภาวะตลาดหุ้นนิวยอร์ก ดาวโจนส์ปิดพุ่ง 461.46 จุด ขานรับมุมมองบวกที่ว่า เศรษฐกิจสหรัฐจะฟื้นตัวหลังจากทั้ง 50 รัฐของสหรัฐได้มีการผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์ โดยความหวังเกี่ยวกับการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจได้ช่วยหนุนหุ้นกลุ่มค้าปลีกและกลุ่มสายการบินดีดตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่ง

ตลาดหุ้นยุโรปเปิดผันผวน เนื่องจากนักลงทุนชะลอการเข้าซื้อ หลังตลาดปรับตัวขึ้นแข็งแกร่งในสัปดาห์ที่ผ่านมา

ดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมนีเปิดที่ 12,859.83 จุด เพิ่มขึ้น 40.24 จุด

ภาวะตลาดหุ้นจีน เซี่ยงไฮ้คอมโพสิตปิดบวก 18.34 จุด ตามทิศทางตลาดหุ้นอื่นๆ ในภูมิภาคเอเชีย ขณะที่นักลงทุนจับตาข้อมูลเงินเฟ้อของจีนซึ่งมีกำหนดเปิดเผยในวันพรุ่งนี้

ภาวะตลาดหุ้นฮ่องกง ฮั่งเส็งปิดบวก 280.45 จุด ตามทิศทางดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กที่ปิดทะยานขึ้นกว่า 400 จุดเมื่อคืนนี้ ขานรับมุมมองบวกที่ว่าเศรษฐกิจสหรัฐจะฟื้นตัวหลังจากทั้ง 50 รัฐ

ภาวะตลาดหุ้นโตเกียว นิกเกอิปิดลบ 87.07 จุด หลังบวกขึ้นติดต่อกัน 6 วัน โดยหุ้นกลุ่มส่งออกถูกกดดันจากการที่เงินเยนแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ

โดยหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 หลักทรัพย์ ได้แก่
1. MINT มูลค่าการซื้อขาย 8,152.65 ล้านบาท เพิ่มขึ้น +0.80 บาท คิดเป็น +3.46%
2. BAM มูลค่าการซื้อขาย 5,841.31 ล้านบาท ลดลง -1.00 บาท คิดเป็น -3.85%
3. PTT มูลค่าการซื้อขาย 4,596.76 ล้านบาท ลดลง -1.75 บาท คิดเป็น -4.29%
4. PTTEP มูลค่าการซื้อขาย 3,505.26 ล้านบาท ลดลง -6.00 บาท คิดเป็น -5.91%
5. CPALL มูลค่าการซื้อขาย 3,436.22 ล้านบาท ลดลง -0.75 บาท คิดเป็น -1.04%

ดัชนีมีการปรับตัวลดลงกลับเข้ามาในกรอบ BollingerTop ในที่สุด หลังจากปรับตัวขึ้นแรงติดต่อกัน อีกทั้งดัชนียังอ่อนตัวลงมาหลุดเส้นค่าเฉลี่ย 5 วันด้วยและปิดเหนือไม่ได้ในช่วงท้ายตลาด ส่วนหนึ่งจากแรงเทขายทำกำไรระยะสั้น อีกส่วนจากดัชนีดาวน์โจนฟิวเจอร์ที่ลงมาติดลบมากกว่า 300 จุด พร้อมกับดัชนีตลาดหุ้นยุโรปที่เปิดติดลบมากกว่า 1%

ดังนั้นวันนี้(10) หากดัชนีอ่อนตัวลงต่อ น่าจะลงมาทดสอบแนวรับรับถัดไปซึ่งเป็นบริเวณเส้นค่าเฉลี่ย 10 วันที่ 1,385 จุดหากดัชนียืนหรือปิดเหนือเส้นดังกล่าวไม่ได้อาจลงมาปิด GAP ที่ 1,374 จุดได้ต่อไป สำหรับแนวต้านสั้นๆ คือเส้นค่าเฉลี่ย 5 วันที่ 1,420 จุด ต้องปิดเหนือให้ได้ก่อนจึงจะมีลุ้นดีดกลับรอบใหม่ได้ต่อไป

บริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก จำกัด

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน