น.ส.ฐิภา นววัฒนทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG) ตัวแทนซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้าในตลาดล่วงหน้า เปิดเผยว่า ตั้งต้นปีราคาทองคำปรับตัวเพิ่มขึ้นมาแล้ว 6% จากที่เปิดตลาดประมาณ 1,823 ดอลลาร์สหรัฐต่อทรอยออนซ์ โดยมีแรงซื้อจากจีนที่ฟื้นตัวรับการเปิดประเทศหนุนเงินหยวนที่แข็งค่ากดดันเงินดอลลาร์ บวกกับการคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะชะลอขึ้นดอกเบี้ยในปีนี้ จึงมองว่าทิศทางการเคลื่อนไหวของทองคำในช่วงต้นปีจะยังคงเป็นขาขึ้นเกือบตลอดทั้งไตรมาส 1
นอกจากนี้ เทศกาลตรุษจีนก็ส่งผลให้ตลาดทองคำคึกคักเช่นกัน ดังนั้นระยะสั้นวายแอลจีมองเป้าหมายราคาทองคำมีโอกาสขึ้นไปที่ 1,960 ดอลลาร์สหรัฐต่อทรอยออนซ์ หรือ ประมาณ 30,500 บาทต่อบาททองคำ
สำหรับนักลงทุนที่ต้องการลงทุนทองคำในช่วงนี้หากต้องการเข้าซื้อสามารถทำได้แบบเก็งกำไรระยะสั้น บริเวณ 1,800 ดอลลาร์สหรัฐต่อทรอยออนซ์ เพราะมีโอกาสที่ราคาจะขยับขึ้นได้ตามเป้าที่มองไว้ 2,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อทรอยออนซ์ แต่ถ้าต้องการซื้อสะสม แนะนำให้รอราคาปรับตัวลง แถวๆ 1,650-1,700 ดอลลาร์สหรัฐต่อทรอยออนซ์ คิดเป็นเงินไทยประมาณ กรอบแนวรับ 25,500-26,400 บาทต่อบาททองคำ ซึ่งแนวรับนี้เป็นกรอบของทั้งปี เพราะมองว่าไตรมาสแรกทองคำจะทะยานขึ้นไป แต่หลังจากนั้นก็มีโอกาสเกิดแรงขายทำกำไร
รวมถึงครึ่งปีแรกแม้เฟด ส่งสัญญาณปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายน้อยลง แต่ก็อาจจะสร้างแรงกดดันเป็นระยะทำให้ราคาทองคำมีโอกาสปรับฐานได้ ดังนั้นมองว่าราคาทองคำจะเป็นขาขึ้นในไตรมาสแรกและจะเป็นขาขึ้นอีกครั้งในช่วงปลายปี ที่อัตราดอกเบี้ยไม่ใช่ขาขึ้นอีกต่อไปเพราะเริ่มได้รับแรงกดดันจากข่าวภาวะเศรษฐกิจถดถอย หากเป็นเช่นนั้นก็จะส่งผลบวกต่อทองคำ
สำหรับคำแนะนำพอร์ตลงทุนที่ดีควรมีทองคำ 5-10% เพื่อลดความผันผวนของพอร์ตลงทุนรวม โดยในช่วงปีที่ผ่านมาซึ่งเป็นช่วงดอกเบี้ยขาขึ้น ทองคำได้พิสูจน์ให้เห็นว่ายังทรงตัวในระดับสูง แม้จะมีบางช่วงที่ราคาปรับฐาน แต่ถือว่าไม่มากเมื่อเทียบกับสินทรัพย์ประเภทอื่น
ส่วนราคาทองคำในประเทศปีนี้ มิงว่าจะปรับขึ้นไม่หวือหวาเพราะเงินบาทเริ่มกลับมาแข็งค่าเมื่อเทียบกับเงินดอลลาร์สหรัฐ โดยนักลงทุนสามารถปิดความเสี่ยงด้วยการลงทุนทองคำผ่านตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้า ทั้งการลงทุนโกลด์ออนไลน์ฟิวเจอร์ส ที่เป็นการซื้อขายทองคำล่วงหน้าในรูปแบบดอลลาร์สหรัฐ ทำให้นักลงทุนไม่ต้องมีความกังวลด้านความเสี่ยงจากการผันผวนของค่าเงินบาท
นอกจากนี้ วายแอลจียังเพิ่มทางเลือกให้นักลงทุนด้วยการจับมือกับ CME Group ตลาดซื้อขายสัญญาล่วงหน้ารายใหญ่ที่สุดในสหรัฐ เพิ่มทางเลือกให้ผู้ที่สนใจลงทุนในตลาดล่วงหน้าที่มีสินค้าให้เลือกลงทุน ทั้งสินค้าโภคภัณฑ์ สกุลเงิน หุ้น ไปจนถึงสินทรัพย์ดิจิทัล อย่างไรก็ตามการลงทุนมีความเสี่ยง นักลงทุนต้องศึกษาให้เข้าใจก่อนการลงทุน โดย สามารถดูรายละเอียดได้ทาง www.ylgfutures.co.th