กลุ่มงานโกลบอลมาร์เก็ตส์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) ประเมินเงินบาทสัปดาห์ต้อนรับปีใหม่ในสัปดาห์แรกของปีว่า เงินบาทมีแนวโน้มเคลื่อนไหวในกรอบ 34.00-34.65 บาท/ดอลลาร์ เทียบกับในสัปดาห์ที่ผ่านมา เงินบาทปิดแข็งค่าที่ 34.19 บาท/ดอลลาร์ หลังซื้อขายในช่วง 34.11- 34.73 บาท/ดอลลาร์ ในสัปดาห์ส่งท้ายปี ขณะที่เงินบาทแตะระดับแข็งค่าสุดรอบ 5 เดือน ขณะที่เงินดอลลาร์อ่อนค่าเทียบกับสกุลเงินสำคัญส่วนใหญ่ในสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยดัชนีดอลลาร์อ่อนค่าลง 2.1% ในปี 2566 ซึ่งเป็นการลดลงปีแรกนับตั้งแต่วิกฤตโควิดปี 2563

ขณะที่ตลาดคาดการณ์มากขึ้นเกี่ยวกับแนวโน้มการปรับลดดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในปี 2567 นี้ โดยสัญญาล่วงหน้าสะท้อนว่าเฟดจะลดอัตราดอกเบี้ย 25bps ครั้งแรกในเดือนมี.ค. และจะปรับลดดอกเบี้ยทั้งหมดราว 150bps ภายในสิ้นปีนี้ ส่วนเงินยูโรแข็งค่าขึ้น 3.0% ท่ามกลางแรงกดดันด้านราคาพลังงานที่คลายตัวลงเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้าซึ่งรัสเซียเปิดฉากรุกรานยูเครน
ทางด้านเงินเยนอ่อนค่าลง 7.6% ในปี 2566 เนื่องจากทางการญี่ปุ่นยังแสดงท่าทีลังเลที่จะปรับนโยบายการเงิน สวนทางธนาคารกลางชั้นนำอื่นๆ ที่เดินหน้าขึ้นดอกเบี้ยในช่วงครึ่งปีแรก อย่างไรก็ดี เงินเยนลดช่วงลบอย่างมีนัยสำคัญในเดือนธ.ค. ขณะที่ตลาดคาดว่าธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ) ใกล้จะตัดสินใจยุตินโยบายผ่อนคลายมากเป็นพิเศษ ทั้งนี้ ปี 2566 เงินบาทแข็งค่าขึ้น 1.0% ส่วนนักลงทุนต่างชาติขายหุ้นและพันธบัตรไทยสุทธิ 192,490 ล้านบาท และ 146,148 ล้านบาท ตามลำดับ ในปีที่ผ่านมา

สำหรับภาพรวมในสัปดาห์นี้ กลุ่มงานโกลบอลมาร์เก็ตส์ กรุงศรี เผยว่า ตลาดจะติดตามข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐ อาทิ การจ้างงาน รวมถึงรายงานประชุมเฟดเมื่อวันที่ 12-13 ธ.ค. ขณะที่การอ่อนค่าของเงินดอลลาร์เร่งตัวในไตรมาสสุดท้ายของปี 2566 จากการคาดการณ์ว่าเฟดจะเป็นธนาคารกลางหลักแห่งแรกที่เริ่มลดดอกเบี้ย หากข้อมูลบ่งชี้ว่าเงินเฟ้อยังคงชะลอตัวช่วงต้นปี ตลาดจะมองว่าเป็นเรื่องยากขึ้นที่เฟดจะตรึงนโยบายในระดับเข้มงวดเป็นเวลานาน อนึ่ง ประเด็นอื่นๆ นำโดยภาวะเศรษฐกิจจีน และความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ซึ่งส่งผลต่อต้นทุนค่าขนส่งสำหรับประเทศกำลังพัฒนาอาจจำกัดแรงขายเงินดอลลาร์ได้เช่นกัน

สำหรับปัจจัยในประเทศ นักลงทุนจะให้ความสนใจกับดัชนีราคาผู้บริโภคเดือนธ.ค. ขณะที่ไทยขาดดุลบัญชีเดินสะพัด 1.2 พันล้านดอลลาร์ ในเดือนพ.ย. โดยธปท. ให้ความเห็นว่าเศรษฐกิจจะยังคงเติบโตได้ต่อเนื่อง และมีแรงส่งทางเศรษฐกิจที่ครบเครื่องมากขึ้น ในภาพรวมเราคาดว่าปี 2567 ความไม่แน่นอนยังอยู่ในระดับสูงทั้งจากในและนอกประเทศ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน