นางสุภาพร ลีนะบรรจง กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กรุงศรี จำกัด(บลจ.กรุงศรี) เปิดเผยว่า ปีนี้บรรยากาศการลงทุนทั่วโลกมีความชัดเจนมากขึ้น Earnings ของตลาดหุ้นโลกมีแนวโน้มฟื้นตัว โดยตลาดคาดว่าจะโตที่ 10% ซึ่งตลาดหุ้นประเทศกำลังพัฒนายังมีแนวโน้มฟื้นตัวจากแรงหนุนของการเติบโตทางเศรษฐกิจที่สูงกว่าฝั่งประเทศที่พัฒนาแล้ว แนะลงทุนกองทุนตรสารหนี้ กองทุนหุ้นประเทศกำลังพัฒนา และหุ้นกลุ่มที่มีปัจจัยหนุนเฉพาะตัว
สำหรับภาพรวมเศรษฐกิจโลกในปีนี้กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) คาดการณ์ว่ามีแนวโน้มขยายตัวได้ 2.9% โดยเศรษฐกิจของกลุ่มประเทศพัฒนาแล้วมีแนวโน้มขยายตัวได้ 1.4% นำโดยสหรัฐ ในส่วนของจีดีพี กลุ่มประเทศกำลังพัฒนามีแนวโน้มเติบโต 4% ซึ่งปรับลดจากคาดการณ์เดิมจากความกังวลในภาคอสังหาริมทรัพย์ของประเทศจีน อย่างไรตาม ความเสี่ยงที่อาจจะกระทบต่อการเติบโตของเศรษฐกิจโลกก็น้อยลงเช่นกัน ด้านค่าเงินดอลลาร์สหรัฐมีแนวโน้มอ่อนค่าจากการปรับลดดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ที่จะเกิดขึ้นในปีนี้
นอกจากนี้ คาดว่าไทยจะมีการเกินดุลบัญชีเดินสะพัดในปีนี้มากขึ้นจากการท่องเที่ยวและการส่งออกที่ดีขึ้น ทำให้ค่าเงินบาทมีแนวโน้มแข็งค่าขึ้น โดยคาดว่าสิ้นปี 2567 เงินบาทจะอยู่ที่ 34.0 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ
“แนวโน้มการปรับลดดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐส่งผลให้ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลง ถือเป็นปัจจัยบวกต่อตลาดหุ้นประเทศกำลังพัฒนาเพราะมีแนวโน้มที่เม็ดเงินลงทุนจะไหลเข้ามาลงทุนเพิ่มมากขึ้น นอกจากนี้ ตลาดหุ้นประเทศกำลังพัฒนายังมีแนวโน้มฟื้นตัวจากแรงหนุนของการเติบโตทางเศรษฐกิจที่สูงกว่าฝั่งประเทศที่พัฒนาแล้ว และการฟื้นตัวของ Earnings ช่วยสนับสนุนให้ตลาดหุ้นโดยรวมปรับเพิ่มขึ้นได้อีกด้วย” นางสุภาพร กล่าว
นายศิระ คล่องวิชา ประธานเจ้าหน้าที่กลุ่มการลงทุน บลจ.กรุงศรี กล่าวว่า คาดการณ์เฟด จะปรับลดดอกเบี้ยในช่วงกลางปี 2567 เป็นต้นไป โดยอยู่ระหว่าง 0.75-1.5% หลังผ่านพ้นช่วงอัตราดอกเบี้ยขาขึ้น 1-2 ปีที่ผ่านมา เป็นปัจจัยสนับสนุนการลงทุนในทรัพย์สินหลายประเภท ตราสารหนี้ทั้งในประเทศ และต่างประเทศ ซึ่งมีโอกาสสร้างผลตอบแทนที่ดีขึ้น รวมถึงตลาดหุ้นไทยด้วยหากเศรษฐกิจยังมีแนวโน้มเติบโต ดังนั้นภาพรวมการลงทุนในปีนี้
แนะนำการลงทุนในตราสารหนี้เพราะได้ประโยชน์จากการที่ดอกเบี้ยสหรัฐกลับตัวเป็นขาลง โดยมีกองทุนแนะนำ KFTRB และ KF-CSINCOM การลงทุนในตลาดประเทศกำลังพัฒนาซึ่งคาดว่าจะมีเม็ดเงินลงทุนไหลเข้าจากค่าเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่า โดยมีกองทุนแนะนำ KF-EM, KFINDIA และ KFVIET การลงทุนหุ้นคุณภาพสูงที่มีหนี้ต่ำ มีอัตราทำกำไรสูง กระแสเงินสดดี และมีความทนทานในสภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวได้ดี โดยแนะนำกองทุน KFGBRAND รวมถึงการลงทุนในกลุ่มที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัว เช่น หุ้นกลุ่มเทคโนโลยี ที่ได้รับแรงหนุนจากผลประกอบการที่มีแนวโน้มเติบโตได้สูงกว่าตลาด รวมถึงปัจจัยขับเคลื่อนการเติบโตในระยะยาวเกี่ยวกับปัญญาประดิษฐ์ (AI) และการฟื้นตัวของตลาดเซมิคอนดักเตอร์ โดยมีกองทุนแนะนำ คือ KFHTECH และการลงทุนในหุ้นไทยที่มีแนวโน้มการฟื้นตัวที่ดี
โดยนักลงทุนควรระจายการลงทุนในหลากหลายสินทรัพย์เพื่อลดความผันผวนซึ่งคำแนะนำสำหรับการจัดพอร์ตลงทุน
แนะนำให้สร้างพอร์ตการลงทุนหลัก ด้วยกองทุนกรุงศรี The One The One โดดเด่นด้วยการผสานจุดแข็งของกลุ่มกรุงศรีและพันธมิตรด้านการลงทุนระดับโลก มีการคัดสรรกองทุนเด่นที่มีผลงานดีเข้ามาอยู่ในพอร์ตการลงทุน มีการกระจายการลงทุนทั่วโลก ปรับพอร์ตอย่างรวดเร็ว โดยกรุงศรี The One มี 3 กองทุนให้เลือกลงทุนตามเป้าหมายผลตอบแทนที่ต้องการและระดับความเสี่ยงตั้งแต่ความเสี่ยงต่ำไปถึงสูง ได้แก่ KF1MILD ที่มีเป้าหมายผลตอบแทนในการชนะเงินเฟ้อ KF1MEAN เน้นรักษาสมดุลของผลตอบแทนและความเสี่ยง และ KF1MAX เน้นโอกาสสร้างผลตอบแทนเพิ่มสูงขึ้น
ทั้งนี้ การกระจายการลงทุนในสินทรัพย์ที่หลากหลายและลงทุนตามธีมที่โดดเด่นจะช่วยเพิ่มโอกาสสร้างการเติบโตที่ดีได้ในระยะยาว