นายภากร ปีตธวัชชัย กรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) กล่าวในงานอำลาตำแหน่งผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ฯ คนที่ 13 ว่า ช่วงที่ผ่านมาตลาดหลักทรัพย์มีการพัฒนาในหลายด้าน โดยเฉพาะ 3 ด้านหลักๆ ที่พัฒนาอย่างต่อเนื่อง ประกอบด้วยการให้บริการด้านตลาดทุน ไม่ว่าจะเป็นการระดมทุน และการลงทุน ซึ่งจะเห็นได้ว่าตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาตลท.ได้พยายามทำให้มีประสิทธิภาพในการทำธุรกิจด้านนี้ให้ดี และแข่งขันได้ในตลาดโลก ถัดมาคือ การให้ความสำคัญกับการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานในตลาดทุน เพื่อให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องสามารถขยายธุรกิจได้ด้วยต้นทุนที่ต่ำ สุดท้ายคือการส่งเสริมให้มีความยั่งยืนด้านการเงิน ไม่ว่าจะเป็นการให้ความรู้ด้านการลงทุน การมีทักษะ ความรู้ ด้านการวางแผนทางการเงิน รวมถึงการทำธุรกิจอย่างยั่งยืน

ยิ่งไปกว่านั้นจากการที่โลกเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว อีกทั้งเทคโนโลยี และพฤติกรรมของนักลงทุนที่เปลี่ยนแปลง ทำให้การทำงานของตลาดทุนต้องปรับตัวโดยเฉพาะในระยะ 2-3 ปีที่ผ่านมา จะเห็นว่าตลท.ได้มีการปรับวิธีการทำงาน และ ปรับกฏเกณฑ์ต่างๆ โดยมั่นใจว่าจะทำให้ตลาดทุนไทยสามารถพัฒนาได้อย่างต่อเนื่องไปได้อย่างยั่งยืน

นายภากร ยังกล่าวถึงบรรยากาศการลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ของไทยที่เริ่มกลับมาคึกคัก โดยเฉพาะมีกระแสเงินลงทุนจากต่างประเทศ ซึ่งเป็นผลมาจากทั้งปัจจัยภายในและภายนอกประเทศ โดยปัจจัยจากภายนอก แนวโน้มอัตราดอกเบี้ยเริ่มลดลง ทำให้สภาพคล่องในตลาดโลกดีขึ้น รวมถึงเศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัวดีขึ้นในหลายประเทศ แม้ว่ายังคงมีความขัดแย้งทางการเมืองบ้างแต่ก็ลดลง ส่วนปัจจัยในประเทศ จะเห็นได้เลยว่าเศรษฐกิจเริ่มกลับมาฟื้นตัวดีขึ้น จากการที่นักท่องเที่ยวที่เดินทางมามากขึ้น ตลอดจนสถานการณ์ส่งออกของไทยในเดือนก.ค. 2567 ขยายตัวดีขึ้น 15% และค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้น 6% ในช่วง 2-3 สัปดาห์ที่ผ่านมา รวมไปถึงดัชนีตลาดหุ้นไทยที่ปรับเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นผลมาจากความสามารถในการทำกำไรของบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ช่วง 2 ไตรมาสแรก 2567 โดยเติบโตขึ้นเกือบ 10% ใกล้เคียงห่อนเกิดโควิด ประกอบกับปัจจุบันรัฐบาลมีนโยบายที่ชัดเจน ทั้งกองทุนวายุภักษ์ กองทุนรวมไทยเพื่อความยั่งยืน หรือ Thai ESG เชื่อว่าน่าจะทำให้กระแสเงินลงทุนจากต่างประเทศไหลกลับเข้ามาอย่างต่อเนื่อง และหากเศรษฐกิจฟื้นตัวต่อ จะยิ่งทำให้เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ ซึ่งอยากฝากให้นักลงทุนติดตามข้อมูลอย่างใกล้ชิดต่อไปด้วย

นายภากร ยังฝากถึง นายอัสสเดช คงสิริ กรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ฯ คนที่ 14 ว่า ยังมีความท้าทายจากเศรษฐกิจโลกที่เปลี่ยนแปลงไปมาก ผลกระทบที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ฉะนั้นการปรับเปลี่ยนในอนาคตจะต้องติดตามและวิเคราะห์ข้อมูล เพื่อนำมาออกกฎเกณฑ์ที่เหมาะสม ยิ่งกว่านั้นตลาดที่เชื่อมต่อกันทั่วโลกทำให้การแข่งขันสูงขึ้น จะทำอย่างไรให้ตลาดทุนไทยสามารถเทียบเคียงกับต่างประเทศได้ และเป็นตลาดที่มีคนอยากมาระดมทุน

ทั้งนี้ เชื่อว่าจากความท้าทายดังกล่าว ผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์คนใหม่จะต้องนำพาตลาดหลักทรัพย์ฯ ให้เติบโตอย่างยั่งยืนต่อไป

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน