รู้จัก ‘จาตุรนต์’ ทำไม เขาถึงไม่ไปไหน โดนยุบพรรคทีไร ‘ฉายแสง’ สุดท้าย ทุกที!

รู้จัก ‘จาตุรนต์’ ทำไม เขาถึงไม่ไปไหน โดนยุบพรรคทีไร ‘ฉายแสง’ สุดท้าย ทุกที!

จาตุรนต์ ฉายแสง ไทยรักษาชาติ – จากกรณี ที่นายจาตุรนต์ ฉายแสง ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) โพสต์เฟซบุ๊กและทวิตเตอร์ แสดงความเห็น ต่อกรณีพรรค ทษช. ยื่นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี จนหลายคนมองว่านายจาตุรนต์นั้น ทิ้งพรรค โดยนายจาตรุนต์ได้โพสต์โต้ ถึงกรณีนี้

รู้สึกวาทกรรม”เห็บกระโดด ตอนหมาจะตาย” ทำท่าจะฮิต อยากจะบอกแบบสบายๆว่า ผมไม่คิดว่าทษช.จะถูกยุบง่ายๆ แต่ถ้าถูกยุบจริงๆ ผมจะอยู่จนถึงวันยุบเป็นคนสุดท้าย เหมือนที่เคยทำมาแล้วที่ไทยรักไทยครับ

จากโพสต์นี้ของนายจาตุรนต์ ทำให้กระแสของเขากลับมาอีกครั้ง หลังจากที่หายเงียบไปนาน ตั้งแต่ย้ายเข้ามาอยู่ พรรคไทยรักษาชาติ ดำรงตำแหน่ง “ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์ของพรรค” ซึ่งหลายคนมองว่า บทบาทนี้ ทำให้บทบาทนายจาตุรนต์ ลดลง และหลายก็มองว่าเงียบหายไปพักใหญ่

นายจาตุรนต์ เป็นคนแปดริ้วโดยกำเนิด เขาคือบุตรชายคนโตของ อนันต์ ฉายแสง อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรฉะเชิงเทรา และอดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในรัฐบาลหม่อมราชวงศ์คึกฤทธิ์ ปราโมช กับเฉลียว ฉายแสง

จบประถมที่ โรงเรียนเซนต์หลุยส์ จบมัธยมศึกษาจาก โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย โรงเรียนที่ผลิตนักการเมืองชั้นนำ และบุคคลสำคัญ ของประเทศหลายคนเช่น พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ , ดร.ชาญวิทย์ เกษตรศิริ , ดร.ธงชัย วินิจจะกูล , ดร.สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล , วัฒนา เมืองสุข , สมชัย ศรีสุทธิยากร , เนวิน ชิดชอบ เป็นต้น ฯลฯ

หลังจากนั้น เข้าเรียนต่อที่คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้รับการเลือกตั้งเป็นนายกสโมสรนักศึกษามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ขณะเรียนชั้นปีที่ 4 เกิด เหตุการณ์ 6 ตุลา มีการกวาดล้างผู้นำนักศึกษา ทำให้เขาไปใช้ชีวิตในป่าระยะหนึ่ง โดยใช้ชื่อจัดตั้งว่า “สหายสุภาพ”

ภายหลังสถานการณ์คลี่คลายจึงกลับเข้าเมืองและตัดสินใจไปศึกษาต่อจนสำเร็จปริญญาตรี และปริญญาโท ด้านเศรษฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัยแห่งรัฐนิวยอร์ก ที่บัฟฟาโล สหรัฐอเมริกาและได้รับทุน Teaching ของมหาวิทยาลัยอเมริกัน สหรัฐอเมริกา เรียนต่อระดับปริญญาเอก จนสอบประมวลความรู้ (Comprehensive) แต่ไม่ได้ทำวิทยานิพนธ์ เนื่องจากกลับประเทศไทยเพื่อลงสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในปี 2529 และได้รับการเลือกตั้งครั้งแรก ภายใต้ร่มเงา “พรรคประชาธิปัตย์”

ได้รับเลือกตั้งเป็น ส.ส. ฉะเชิงเทราสมัยแรก และสมัยที่ 2 ในปี 2531 และได้ย้ายมาร่วมงานกับพรรคประชาชน ซึ่งนำโดยนายเฉลิมพันธ์ ศรีวิกรม์ ต่อมาได้ย้ายมาสังกัดพรรคความหวังใหม่ และได้รับการเลือกตั้งต่อเนื่องกันมาโดยตลอด

ช่วงเหตุการณ์ พฤษภาทมิฬ ในปี 2535 นายจาตุรนต์ ก็ได้ร่วมเคลื่อนไหวกับผู้ชุมนุม ที่ออกมาขับไล่รัฐบาลเผด็จการในขณะนั้น โดยเป็นสมาชิกสมัชชาประชาธิปไตย และโฆษกพรรคความหวังใหม่

จนกระทั่งในการเลือกตั้งปี 2544 “จาตุรนต์” ถือเป็นอีกหนึ่งขุลพล “ไทยรักไทย” ได้เป็น ส.ส.บัญชีรายชื่อสังกัดพรรคไทยรักไทย ดำรงตำแหน่งทั้ง รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม รองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ จนกระทั่งเกิดรัฐประหาร 19 กันยายน 2549

ภายหลังรัฐประหาร 2549 ทักษิณ ชินวัตร ลาออกจากการเป็นหัวหน้าพรรคไทยรักไทย จาตุรนต์ ได้เข้ามาเป็นหัวหน้าพรรครักษาการแทน จุดนี้เอง ที่ทำให้เขามีบทบาทที่โดนเด่น เป็นครั้งแรก

หลังตุลาการรัฐธรรมนูญ มีมติยุบพรรคไทยรักไทย ด้วยมติเอกฉันท์ในวันที่ 30 พฤษภาคม 2550 แล้ว

“จาตุรนต์” คนสุดท้ายของไทยรักไทย ได้เดินทางไปที่ทำการพรรค และปราศรัยว่า “เป็นการตัดสินที่ไม่เป็นธรรม เป็นคำพิพากษาที่มาจากปากกระบอกปืน” ทำให้มีการตั้งข้อสังเกตว่าเป็นการปลุกระดมประชาชนให้ต่อต้าน คมช.

(แฟ้มภาพ) นาจาตุรนต์ ในวันที่ยุบพรรคไทยรักไทย

จากนั้น นายจาตุรนต์ ในฐานะรักการหัวหน้าพรรค และกรรมการบริหารพรรค “ไทยรักไทย” ก็ถูกตัดสิทธิทางการเมือง 5 ปีหลังจากนั้น แต่ถึงกระนั้น นายจาตุรนต์ ยังคงร่วมเคลื่อนไหวทางการเมือง เป็นครั้งคราว เช่น

ไม่พลาดข่าวสำคัญ การเมือง เลือกตั้ง62 แอดไลน์ @ข่าวสด ที่นี่
เพิ่มเพื่อน

ในวันที่ 10 เมษายน 2553 ซึ่งเป็นวันที่มีการ “ขอคืนพื้นที่” สลายการชุมนุมกลุ่มคนเสื้อแดง ซึ่งเหตุการณ์นี้ เกิดขึ้นบริเวณถนนราชดำเนิน ส่งผลทำให้มีผู้เสียชีวิต 24 ศพ มีช่างภาพชาวญี่ปุ่นเสียชีวิตรวมอยู่ด้วย 1 คน และทหารเสียชีวิต 5 นาย ตลอดจนมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีกมากกว่า 800 คน โดยนายจาตุรนต์ ก็ได้ร่วมขึ้นปราศรัย เพื่อคลี่คลายสถาณการณ์ด้วย

หลังจากนายจาตุรนต์ พ้นโทษแบนทางการเมือง ในปี 2555 นายจาตุรนต์ ได้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ในรัฐบาลของ “ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” จนกระทั่งวันรัฐประหาร 22 พฤษภาคม 2557 ทั้งยังเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทย และ ส.ส.บัญชีรายชื่อของพรรค

หลังรัฐประหารในประเทศไทย พ.ศ. 2557 เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม เขาถูกทหารควบคุมตัวที่สมาคมผู้สื่อข่าวต่างประเทศ อาคารมณียาเซ็นเตอร์ ถนนเพลินจิต โดยจาตุรนต์มิได้ขัดขืน ระหว่างการแถลงต่อผู้สื่อข่าวทั้งไทย และต่างประเทศ

เป็นบุคคลแรกที่ถูกไต่สวนในศาลทหาร เนื่องจากไม่ไปรายงานตัวตามคำสั่ง คสช. เขาถูกตั้ง 3 ข้อหา คือ ขัดคำสั่ง คสช., ยุยงให้เกิดความกระด้างกระเดื่องและให้ทำผิดกฎหมาย (ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116) และความผิดต่อความมั่นคงหรือก่อการร้ายตามพระราชบัญญัติคอมพิวเตอร์ ก่อนได้รับการปล่อยตัว ในวันที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2557

ก่อนหน้าที่ “จาตุรนต์” จะย้ายมาอยู่พรรคไทยรักษาชาติ ในฐานะ “ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์ของพรรค” นายจาตุรนต์ เคยทำหน้าที่ “ประธานนโยบายพรรคเพื่อไทย” และเป็นผู้ที่ถูกมองว่าเป็นหนึ่งในแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรค ร่วมกับ “คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์” และ “ชัชชาติ สิทธิพันธุ์”

เขาได้รับการคัดเลือกจากนิตยสารเอเชียวีคให้เป็น 1 ใน 20 ผู้นำชาติเอเชียที่มีบทบาทโดดเด่นในศตวรรษที่ 20 อีกด้วย

จนกระทั่งในวันนี้ ที่เขาประกาศว่า “จะขออยู่เป็นคนสุดท้าย ถ้า ทษช.ถูกยุบ เหมือนตอนที่อยู่ พรรคไทยรักไทย”….


 

 

 

 

 

 

 

 

 

บทความก่อนหน้านี้หวิดเสียโฉม! ดาราสาว แก้มบุ๋ม เลือดอาบหน้า โดนเข้าเต็มๆ แฟนคลับตกใจ
บทความถัดไปโรคซึมเศร้า กับ หมา วิธีสังเกตพฤติกรรม สาเหตแค่ย้ายสิ่งของในบ้าน!