‘หญิงหน่อย’ ลุยสุโขทัย ชูราคาสินค้าเกษตรเพิ่มขึ้น 30% ภายใน 6 เดือน
ขอชนะทุกเขต สู้ 250 ส.ว.
เมื่อวันที่ 25 ก.พ. คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธ์ ประธานยุทธศาสตร์เลือกตั้ง และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย ลงพื้นที่ จ.สุโขทัย ช่วยผู้สมัคร ส.ส.ของพรรคทั้ง 3 เขตหาเสียง ประกอบด้วย เขต 1 นายประศาสตร์ ทองปากน้ำ เขต 2 นายอรุณ สุภาพร และเขต 3 น.ส.ประภาพร ทองปากน้ำ ซึ่งมีนายอารยะ ชุมดวง อดีตส.ส. สุโขทัย 6 สมัย มาร่วมด้วย โดยมีชาวสุโขทัยต้อนรับอย่างอบอุ่น และมาขอถ่ายรูป พร้อมนำดอกไม้มามอบให้กำลังใจ
จุดแรก คณะของคุณหญิงสุดารัตน์ ได้เดินทางไปนมัสการพระมงคลพัฒนพิธาน เจ้าคณะอำเภอทุ่งเสลี่ยม ที่วัดพิพัฒน์มงคล (พระทองคำ) และเยี่ยมชมความสวยงามภายในวัด ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวศิลปวัฒนธรรมล้านนาที่ขึ้นชื่อของอำเภอทุ่งเสลี่ยม และทักทายประชาชนที่มาให้กำลังใจ
จากนั้นเดินทางไปยังวัดโบสถ์ ต.บางเมืองขลัง อ.สวรรคโลก ร่วมทำพิธีบายศรีสู่ขวัญพระพุทธรูปปูนปั้นปางมารศรีวิชัยอายุเก่าแก่ และพรมน้ำหอมที่ประตูมงคล เชื่อว่าเมื่อขอพรแล้วจะประสบความสำเร็จ โดยชาวบ้านอวยพรให้คุณหญิงสุดารัตน์เป็นนายกฯ เพื่อเข้ามาแก้ปัญหาราคาพืชผลการเกษตรตกต่ำ ขอให้ข้าวราคาสูงกว่าตันละ 1 หมื่นบาท อ้อยราคาสูงกว่าตันละ 1 พันบาท
ขณะที่คุณหญิงสุดารัตน์ กล่า่วกับชาวบ้านว่า จะต้องทำให้พรรคเพื่อไทยชนะทุกเขตเลือกตั้งของสุโขทัย เพื่อมีคะแนนสู้กับ 250 ส.ว. ที่คณะรักษาความสงบเเห่งชาติ หรือคสช.เเต่งตั้ง และหากได้เป็นนายกรัฐมนตรี ตนจะกลับมาที่วัดนี้อีกครั้ง
ต่อมา คุณหญิงสุดารัตน์ เดินทางไปสักการะศาลแม่ย่า ภายในเทศบาลเมืองสุโขทัยธานี และสักการะอนุเสาวรีย์พ่อขุนรามคำแหง ที่อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย ต.เมืองเก่า อ.เมือง ก่อนเปิดเวทีปราศรัยใหญ่ช่วงเย็นร่วมกับนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ คณะทำงานด้านเศรษฐกิจและแคนดิเดตนายกฯ ของพรรค ที่ ต.วังใหญ่ อ.ศรีสำโรง
จากนั้น คุณหญิงสุดารัตน์ ให้สัมภาษณ์ว่า พรรคเพื่อไทยเห็นปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนในภาคการเกษตร โดยเฉพาะที่ จ.สุโขทัย ซึ่งปลูกข้าวและยาสูบ ที่ผ่านมารัฐบาลปรับลดการรับซื้อใบยาสูบลง 48 % แต่ไม่มีมาตรการรองรับ ทำให้ผลกระทบตกอยู่ที่เกษตรกร
ปกติการปรับลดการรับซื้อ ราคาจะต้องเพิ่มขึ้น แต่กรณีของใบยาสูบ ราคากลับเท่าเดิม พรรคเพื่อไทยจึงอยากให้ทบทวนนโยบายยาสูบ โดยเฉพาะการนำเข้าบุหรี่จากต่างประเทศ เพราะถือว่าเป็นการผลักภาระให้กับเกษตรกร นำบุหรี่จากนอกประเทศมาแข่งขันกับบุหรี่ไทย
คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวต่อว่า พรรคมีนโยบายเรื่องข้าวที่เตรียมไว้แล้ว หลังจากนี้จะมีการแถลงเปิดนโยบายภาคการเกษตร เบื้องต้นจะทำให้ภาคการเกษตรของไทยมุ่งสู่การเป็นอาหารสุขภาพให้กับคนทั้งโลก โดยจะปรับเปลี่ยนการผลิตหน้าดิน มีกองทุนปรับหน้าดินมุ่งสู่ออแกนิคอินทรีย์ พักชำระหนี้ 3 ปีเพื่อให้เกษตรกรตั้งตัวได้ เพิ่มโอกาสในการแข่งขัน
และมีนโยบายผลักดันราคาสินค้าการเกษตรแบบแม่นยำ โดยเป็นการช่วยเหลือค่าใช้จ่ายในลักษณะตันหรือ เกวียนละ 5,000 บาท ไม่เกิน 15 เกวียน จะทำให้เกษตรกรมีรายได้ 75,000 บาทต่อราย และหากเป็นเกษตรกรรายเล็ก มีผลผลิตไม่เกิน 7 เกวียน จะได้เงินช่วยเหลือ 36,000 บาท เพื่อเตรียมการพัฒนาการผลิตให้สินค้ามีคุณภาพ ลดการใช้ปุ๋ยเคมี
สำหรับภาพรวมยืนยันว่า จะผลักดันราคาสินค้าเกษตรให้เพิ่มขึ้นอย่างน้อย 30 เปอร์เซ็นต์ภายใน 6 เดือน นอกจากนี้จะมีการอบรมพัฒนาภาคการผลิต และหาตลาดจากต่างประเทศมารองรับ ขณะเดียวกันจะส่งเสริมกองทุนหมู่บ้านและวิสาหกิจชุมชนให้รับซื้อข้าวมาแปรรูปและขายในพื้นที่ ซึ่งจะทำให้ประชาชนได้ข้าวคุณภาพดีมาบริโภค