‘ทรงกลด’หวังพลังชาติไทยกวาด 200 ส.ส.-ชู 5 โครงการหาเงินเข้าประเทศ-‘ปลดหนี้’คนไทยทันที

 

เมื่อวันที่ 26 ก.พ. พล.ต.ทรงกลด ทิพย์รัตน์ หัวหน้าพรรคพลังชาติไทย(พพชท.) พร้อมด้วยนายวีระพล รักธรรม โฆษกพรรค และนายรุ่งโรจน์ รุ่งณรงค์รักษ์ รองเลขาธิการพรรค ให้สัมภาษณ์ข่าวสด ถึงนโยบายการหาเสียงเลือกตั้งและความมั่นใจในการเลือกตั้งครั้งนี้

 

พล.ต.ทรงกลด กล่าวว่า พรรคพลังชาติไทยก่อตั้งขึ้นจากการเรียกร้องของประชาชน มาจากจิตอาสาพลังชาติไทย และตนเคยอยู่ในคณะทำงานด้านการปฏิรูปประเทศของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) รับเรื่องราวการร้องทุกข์ทั้งประเทศ ทุกภาคส่วน ทำให้รับรู้ถึงความเดือดร้อนและความทุกข์ยากของประชาชน รู้ถึงสภาพปัญหาและแนวทางการแก้ปัญหาประเทศ มีนโยบายพรรคที่ไม่มีพรรคไหนเหมือนและไม่เหมือนใคร ซึ่งเป็นความต้องการของประชาชนอย่างแท้จริง เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติและคนไทยทุกคน เราไม่ใช้วิธีการเดิมๆที่หวังแค่งบประมาณจากการ“เก็บภาษี” หรือ“รีดภาษี” ของประชาชนแบบปีชนปี เหมือนมนุษย์เงินเดือน ซึ่งที่ผ่านมันพิสูจน์แล้วว่านั่นไม่ใช่ทางออกของการแก้ปัญหาเศรษฐกิจและปากท้องประชาชน และเกิดเป็นวิกฤตทางการเมืองที่ลากยาวมานานกว่า 10 ปี

นโยบายของพรรคพลังชาติไทยคือ “หาเงินมาก่อน ทำนโยบาย” เกิดขึ้นเป็นครั้งแรกของประเทศ หากทำไม่ได้ เท่ากับ“หลอกลวงประชาชน” ดังนั้น นโยบายทุกข้อนำมาจากความต้องการของประชาชนอย่างแท้จริงและทำได้จริง ซึ่งประกอบด้วย 2 องค์ประกอบ คือ มี“เงิน” และ“รู้วิธีการทำ” พรรคพลังชาติไทยจึงได้ข้อสรุปว่าต้อง“หาเงินมาก่อน” โดยรวบรวมไว้ทั้งหมด 5 วิธีการ ปีละ 18 ล้านล้านบาท ซึ่งทุกข้อของนโยบายสามารถทำได้จริง ไม่ใช่นโยบายแบบประชานิยมที่สอนให้แบมือขอ แต่เป็น“รัฐสวัสดิการ” ที่สอนให้คนไทยทุกคนต้องทำงานและพึ่งพาตนเองได้ อันจะนำไปสู่ความเข้มแข็งและยั่งยืน ดึงเอาศักยภาพของประเทศออกมาใช้ประโยชน์ให้เต็มประสิทธิภาพสูงสุด อาศัยภูมิประเทศและภูมิอากาศที่เพรียบพร้อมทุกด้านโดยไม่ต้องสร้างความเดือดร้อนให้ประชาชนแบกรับภาษีอีกต่อไป ดังนี้

1.ขุดคลองไทย(Thai Canal) สร้างรายได้ไม่ต่ำกว่า 4 ล้านล้านบาท/ปี ไม่มีผลกระทบใดๆต่อความมั่นคงประเทศ โดยขุดแนวทางเส้น 9A พาดผ่านจังหวัดกระบี่ ตรัง พัทลุง นครศรีธรรมราชและสงขลา ให้เป็นเส้นทางลัดการเดินเรือของโลกและเป็นเส้นทางยุทธศาสตร์การเดินเรือของโลกที่หลายประเทศพร้อมลงทุน 100% จะเกิดการจ้างงานกว่า 2 ล้านคนทั่วประเทศ เศรษฐกิจหมุนเวียนและผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ(จีดีพี)พุ่งสูงขึ้น ส่งผลให้เกิดความมั่นคงและแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจของประเทศอย่างยั่งยืน

2.เปิดสถานบันเทิงครบวงจร สร้างรายได้ไม่ต่ำกว่า 4 ล้านล้านบาท/ปี จากนักท่องเที่ยวต่างชาติ ยกตัวอย่างเช่น ลาสเวกัส ในสหรัฐอเมริกา มาเก๊า ในจีน และประเทศเพื่อนบ้าน มีเพียงประเทศไทยที่ยังไม่มีบ่อนถูกกฎหมาย แต่กลับมีบ่อนผิดกฎหมายทั่วประเทศ เมื่อเปิดบ่อนถูกกฎหมายพร้อมการบังคับใช้กฎหมายเด็ดขาด เปิดเฉพาะจังหวัดหนึ่งจังหวัดใดเท่านั้น ที่สำคัญรัฐบาลไทยไม่ต้องลงทุน เจ้าของบ่อน เจ้าของสถานบันเทิง เจ้าของโรงแรม สร้างอาคารและสถานที่เอง เกิดการจ้างงานหลายล้านคน ส่งผลให้เศรษฐกิจดีขึ้นตามไปด้วย

3.เกษตรอินทรีย์(Organic) ต้องไม่มีคนไทยที่เสียชีวิตหรือเกิดโรคร้ายจากสารเคมีอีกต่อไป ไม่ว่าปุ๋ย ยาฆ่าแมลง ยาฆ่าหญ้า ฮอร์โมน สารเร่ง ผงชูรส ฯลฯ ที่ทำลายสุขภาพและธรรมชาติสิ่งแวดล้อม ทั้งหมดต้องถูกเปลี่ยนให้เป็นอินทรีย์ (Organic) เท่านั้น เกิดผลผลิตทางการเกษตรที่มีคุณภาพตลอดทั้งปี ให้ประเทศไทยไม่ใช่แค่ “ครัวโลก” แต่เป็น “คลังอาหารโลก” นอกจากนี้ ไม่เกิน 5 ปี รถเลิกใช้น้ำมันทั้งหมด และหันมาใช้ไฟฟ้าแทน เมื่อพัฒนาให้เป็นทั้งศูนย์กลางแหล่งผลิตอาหารและเลิกใช้น้ำมัน ไทยจะมีรายได้ไม่ต่ำกว่า 20 ล้านล้านบาท/ปี

4.การท่องเที่ยวต้องปรับปรุงและเปลี่ยนแปลงให้ได้มาตรฐานสากล สร้างรายได้ไม่ต่ำกว่า 4 ล้านล้านบาท/ปี ประเทศไทยมีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติและวัฒนธรรมมากที่สุดในโลก เที่ยวได้ทั้งปี สภาพภูมิประเทศ และภูมิอากาศเอื้อประโยชน์ให้ทุกด้าน ขอเพียงรู้วิธีการปรับปรุงและเปลี่ยนแปลงให้ได้มาตรฐานสากล เช่น ทำกระเช้าลอยฟ้า ทำถนน 4 เลน ที่จอดรถสะดวกสบาย มีห้องน้ำรองรับที่เพียงพอ ร้านอาหารสวยงามได้มาตรฐาน อร่อย สะอาด ปลอดภัย สอดรับกับ“รถไฟจรวด” ที่กำลังเกิดขึ้นเพื่อเชื่อมเส้นทางคมนาคมทั่วประเทศ ลดการใช้รถบรรทุกคันใหญ่ที่ทำลายถนนและสูญเสียงบประมาณซ่อมแซมมากมาย และหันมาใช้การขนส่งระบบรางแทน

5.ศูนย์กลางการเงินของโลก สร้างรายได้หลายแสนล้านบาทต่อปี เพียงมีเงื่อนไขที่ดีและปลอดภัยต่อทรัพย์สินของผู้ฝากพร้อมทำเขตเศรษฐกิจพิเศษเฉพาะ โดยจัดตั้งที่เกาะเกิดขึ้นใหม่ จากการนำดินจากคลองไทยมาถมในอ่าวไทยให้มีขนาดใหญ่กว่าเกาะภูเก็ต รัฐบาลต้องให้อิสระจัดทำแบบเกาะฮ่องกง ไม่ขึ้นกับรัฐบาล และให้ตัดสินใจดำเนินธุรกิจและธุรกรรมการเงินเองทั้งหมด

พล.ต.ทรงกลด กล่าวว่า นอกจากนี้ การพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด โดยเฉพาะ“นโยบายการปลดหนี้” โดยจะคืนโฉนดและเลิกหนี้ให้เกษตรกรทันที กรณีนี้หากรัฐไม่เอาเงินคืนสามารถทำได้ทันที เลิกหนี้ กยศ. เพราะเราจะไปคิดกำไร-ขาดทุนกับกำลังของชาติและอนาคตของชาติได้อย่างไร เลิกหนี้กองทุนหมู่บ้าน ที่สร้างภาระให้ประชาชนเป็นหนี้พอกพูนไม่จบสิ้น เลิกหนี้ให้คนไทยทุกคน ยืนยันจะทำเสร็จภายใน 6 เดือน รวมไปถึง เลิกการเกณฑ์ทหาร ยกเว้น อาสาสมัคร ที่มีความต้องการเข้ารับราชการเอง

“นโยบายของพรรคพลังชาติไทย ทั้ง 5 ประการนี้ คณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)ได้รับรองว่าถูกต้องตามกฎหมาย ไม่ผิดต่อกฎหมายฉบับใด ไม่ขัดต่อยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี สิ่งสำคัญคือไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่หรือเป็นสิ่งเพ้อฝันจับต้องไม่ได้ หรืออยู่แค่ในกระดาษ หลายประเทศที่เจริญเขาทำกันมาก่อนแล้ว เรามาทำทีหลังด้วยซ้ำไป นี่จึงเป็นสิ่งที่เราต้องทำและทำได้จริง”พล.ต.ทรงกลด กล่าว

พล.ต.ทรงกลด กล่าวว่า พลังชาติไทยเป็นพรรคที่เพิ่งเกิดใหม่ แต่เราคิดใหญ่ โดยมีเป้าหมายสูงสุดคือ 1.พรรคพลังชาติไทยต้องเป็นพรรคที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ 2.พรรคนี้ต้องเป็นพรรคของประชาชนอย่างแท้จริง 3.พรรคนี้ต้องเป็นสถาบันการเมือง 4.พรรคนี้ต้องเป็นพรรคที่เป็นสากล จัดการบริหารพรรคในระบบสากล 5.พรรคนี้ต้องเป็นความหวังใหม่ของคนทั้งประเทศ ไม่ใช่พรรคทางเลือก ไม่ใช่พรรคเฉพาะกิจ หรือพรรคทหารที่อยู่ชั่วคราว และไม่ได้เป็นนอมินีของคสช.

“พรรคพลังชาติไทย ส่งผู้สมัครส.ส.แบบแบ่งเขตครบ 350 คน แต่ถูกตัดสิทธิ์เพราะคุณสมบัติไม่ครบ 26 คน จึงเหลือ 324 คน ส่วนผู้สมัครแบบบัญชีรายชื่อ(ปาร์ตี้ลิสต์)ส่งทั้งหมด 77 คน จาก 150 คน เนื่องจากต้องการเน้นที่ส.ส.เขต ซึ่งมั่นใจว่าจะได้ส.ส.เขตอย่างน้อย 50 คน โดยคาดว่าจะได้จากภาคใต้มากที่สุดราว 20 คน และหากพลังเงียบที่มีอยู่ 30 ล้านคนออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งกันมาก พรรคพลังชาติไทยอาจจะได้ส.ส.ถึง 200 คน ส่วนแบบปาร์ตี้ลิสต์ยังไม่สามารถคาดการณ์ได้ และหลังการเลือกตั้งพรรคพลังชาติไทยสามารถร่วมงานกับพรรคใดก็ได้ เพราะเราเดินสายกลาง เปิดใจคุยกับทุกพรรค และหากต้องโหวตเลือกนายกฯจากพรรคอื่นก็ต้องการคนที่จริงใจ ซื่อสัตย์ ทำงานเพื่อประเทศชาติและประชาชนอย่างแท้จริง”พล.ต.ทรงกลด กล่าว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน