เพื่อไทย เปิดนโยบายแก้จน โค้งสุดท้าย 3 ระยะ ลั่นใช้ 180 วันพลิกฟื้น ปัญหาเศรษฐกิจ

เพื่อไทย เปิดนโยบายแก้จน โค้งสุดท้าย 3 ระยะ
เพื่อไทย เปิดนโยบายแก้จน โค้งสุดท้าย 3 ระยะ

เพื่อไทย เปิดนโยบายแก้จน โค้งสุดท้าย 3 ระยะ ลั่นใช้ 180 วันพลิกฟื้น ปัญหาเศรษฐกิจ

เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 4 มี.ค. ที่พรรคเพื่อไทย (พท.) มีการประชุมเพื่อเปิดนโยบายโค้งสุดท้ายก่อนการเลือกตั้งเพื่อแก้ปัญหาเศรษฐกิจ 3 ระยะ นำโดยคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธ์ ประธานยุทธศาาสตร์การเลือกตั้งพรรค นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ และนายชัยเกษม นิติสิริ แคนดิเดตนายกฯ ของพรรค พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ หัวหน้าพรรค นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง นายปลอดประสพ สุรัสวดี รองหัวหน้าพรรค นายภูมิธรรม เวชยชัย เลขาธิการพรรค นายชูศักดิ์ ศิรินิล ประธานคณะทำงานฝ่ายกฎหมาย รวมถึงแกนนำผู้สมัครทั่วประเทศ และสมาชิกพรรคเข้าร่วมประชุม

นายชัชชาติ กล่าวว่า ปัญหาเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นคือ ประชาชนส่วนใหญ่เป็นหนี้ แม้จะมีเงินทุนสำรองมาก 6 ล้านล้านบาท แต่กลับไม่สามารถดึงออกมาใช้เพื่อคนตัวเล็กได้ ดังนั้นจำเป็นที่เราจะต้องหาเงินและเติมเงินไปพร้อมๆกัน เพื่อให้ประชาชนสามารถสร้างธุรกิจ และสร้างปัญญาในการทำธุรกิจ หัวใจของการแก้ปัญหาคือการพลิกวิกฤติเป็นโอกาส จัดสรรทรัพยากรทางเศรษฐกิจใหม่

ก่อนปี 54 เราเคยใช้นโยบายเศรษฐกิจ 4 ปีซ่อม 4 ปีสร้าง แต่วันนี้เราต้องใช้นโยบาย 4 ปีซ่อมและสร้างไปพร้อมๆกัน เพราะปัจจุบันเศรษฐกิจไทยติดหล่ม ต้องใช้รถโฟร์วีลไดรฟ์ พาประเทศออกจากหล่ม โดยล้อแรก จะเน้นการขับเคลื่อนการส่งออกและการท่องเที่ยว ล้อที่ 2 คือการส่งเสริมการลงทุน ซึ่งหัวใจคือเรื่องของความมั่นใจ พรรคพท.ต้องกลับมาสร้างความมั่นใจให้นักลงทุน เอาเงินลงทุนกลับเข้ามา

ล้อที่ 3 คือกระตุ้นการบริโภคในประเทศ จากเมื่อก่อนอยู่ที่ 52% ตอนนี้ลดเหลือเพียง 48% ซึ่งปัจจัยหลักอยู่ที่ราคาพืชผลทางการเกษตร ต้องเข้าไปเพิ่มเติมการปรับหนี้ เติมเงิน ลดภาษี สร้างเศรษฐีใหม่

ล้อที่ 4 คือกระตุ้นการลงทุนภาครัฐ ในภาพรวมเราจะเพิ่มรายได้ประชาชนทั้งเรื่องการค้าขายออนไลน์ โอทอป ต้องมีการสร้างโอกาส ทำสินค้าให้มีคุณภาพ เพิ่มประสิทธิภาพในการผลิต

เราจะต้องทำให้เกษตรกรขายสินค้าในราคาดีขึ้นในต้นทุนที่ถูกลง และผลักดันการท่องเที่ยว เราต้องเพิ่มมูลค่าการท่องเที่ยวให้ได้ 3 ล้านล้านบาทให้ได้ใน 4 ปี เราต้องหาจุดแข็งของแต่ละจังหวัด สร้างโอกาสให้กับพี่น้องประชาชนต่อไป

นายชัชชาติ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้เราต้องสร้างโอกาสให้พี่น้องประชาชนผ่านโลกออนไลน์ให้ได้ ปัญหาต่อมาคือ อุปสรรคจากหน่วยงานราชการ การจะขออนุญาตอะไรทำได้ยากเพราะระเบียบปิดกั้นเราอยู่ ต้องทลายระเบียบเพื่อสร้างโอกาสให้ชุมชน

สุดท้ายคือเรื่อง ภาษี ซึ่งคนตัวเล็กตัวน้อยโดนหนัก ต้องเก็บภาษีบริษัทให้สมเหตุสมผล รวมถึงบริษัทข้ามชาติต้องเก็บภาษีให้เหมาะสม หัวใจของเราไม่ใช่เรื่องแจกเงิน เราต้องสร้างและแจกโอกาสให้ประชาชน ทำมาหากินได้พรรคพท.เราพร้อมที่จะซ่อม และสร้างใน 4 ปี ข้างหน้านี้

ไม่พลาดข่าวสำคัญ การเมือง เลือกตั้ง62 แอดไลน์ @ข่าวสด ที่นี่
เพิ่มเพื่อน

ขณะที่คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวว่า เราให้คำมั่นว่าเราจะแก้ปัญหาเศรษฐกิจให้ได้ภายใน 180 วัน เราจะทำทันทีด้วยการ “ปรับหนี้ เติมเงิน ลดภาษี สร้างเศรษฐกิจใหม่” โดยเริ่มจาก 1.พลิกฟื้นเศรษฐกิจด้วยการตรวจโรค

โดยเราต้องสำรวจและตรวจสอบความเสียหายจากโครงสร้างที่บิดเบี้ยว ซึ่งทำให้โครงสร้างทางเศรษฐกิจบิดเบี้ยวไปด้วยภายใน 30 วัน และต้องตรวจสภาพหนี้ของรัฐบาล ทรัพยากรของรัฐต้องถูกใช้จ่ายให้เกิดประโยชน์สูงสุด

ที่ผ่านมามีการใช้เงินในลักษณะของไขมันส่วนเกิน คือนำไปใช้ในสิ่งที่ไม่เกิดประสิทธิภาพ จากนั้นต้องตรวจสอบกฎหมายที่ทำให้เกิดความเสียหายต่างๆ เช่น พ.ร.บ.ไซเบอร์ฯ พ.ร.บ.ข้าว เรื่องการประมง (ไอยูยู) เป็นต้น นอกจากนี้ เราต้องตรวจสอบกลไกคอร์รัปชั่นของเจ้าหน้าที่รัฐ เพราะตลอด 4-5 ปีที่ผ่านมา มีการนำกฎหมายทางเทคนิคมาใช้ เช่น การจำกัดหาบเร่แผงลอย

คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวต่อว่า 2.แผนรักษาประเทศใน 100 วัน โดยเริ่มจากการปรับหนี้ พร้อมกับการเพิ่มรายได้ การพักหนี้เกษตรกร 3 ปี ปรับโครงสร้างหนี้เอสเอ็มอีหรือธุรกิจรายย่อยให้เดินได้ ต้องปรับหนี้ครู นักเรียนและประชาชน

เริ่มจากการจัดตั้งสถาบันพัฒนารายได้ทุกจังหวัด เพื่อให้ผู้ประกอบการรายเล็กเข้าถึงแหล่งทุนได้ง่ายและเร็ว มีทุนให้เบื้องต้น 5 ล้านบาท และเราจะเร่งขยายศักยภาพให้มีการเข้าถึงสินเชื่อธุรกิจรายย่อย ขยายเพดานวงเงินจาก 50,000 บาทเป็น 100,000 บาท ปรับเงินเดือนและค่าแรงขั้นต่ำ 15% ในทุกระดับโดยไม่ให้กระทบกับผู้ประกอบการ

สนับสนุนเงินทุนในการพัฒนาการผลิตให้เกษตรกร โดยเราจะสนับสนุนต้นทุนการผลิตให้กับชาวนา เช่น ข้าว 5,000 บาทต่อเกวียน ไม่เกิน 15 เกวียนหรือ 75,000 บาทต่อราย และ 3.ต่อมาคือการให้วัคซีนให้คนไม่กลับไปป่วยอีก โดยการเร่งทลายอุปสรรคจากกฎหมายที่ล้าหลัง

เปิดโอกาสสร้างธุรกิจใหม่ภายใน 6 เดือน เช่น การทำคราฟเบียร์ หรือสุรากลั่นชุมชน รวมถึงเราต้องเจรจาการค้าเสรีระหว่างประเทศ เพราะหลังการเลือกตั้งแล้วต่างชาติจะเปิดโอกาสให้เราเข้าไปเจรจา และนี่คือจุดแข็งของพรรคพท.ที่เราสามารถเจรจาการค้าเสรีระหว่างประเทศได้

เราต้องหยุดการรีดภาษีจากประชาชน และธุรกิจทั้งหมดโดยการปรับลดภาษีน้ำมัน ต่อมาคือปรับลดภาษีเงินได้ของเกษตรกร เพิ่มยอดหักค่าใช้จ่ายจากหักภาษีได้ 65% เป็น 85% รวมทั้งปรับสิทธิพิเศษนอกอีอีซี 4 รายการ โดยเอสเอ็มอีรายย่อยที่ยอดขายไม่เกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี

เราจะปรับให้เสียภาษีเหมาจ่ายเพียง 1% เพื่อให้คนเหล่านี้เข้าไปเป็นคู่ค้าของบริษัทใหญ่ๆได้ ยกเว้นภาษีออนไลน์ 2 ปี งดเว้นภาษี 2 ปีให้กับสินค้าและบริการที่มีชื่อว่า “ไทยทำ” และพรรคพท.จะนำสินค้าที่ไทยทำไปขายในต่างประเทศภายใต้ชื่อแบรนด์เดียวกัน และยกเว้นภาษี 2 ปีให้สตาร์ทอัพไทย

คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวอีกว่า เราต้องสร้างฐานเศรษฐกิจใหม่ภายใน 6 เดือน โดยราคาสินค้าเกษตรจะดีขึ้นทุกตัวภายใน 180 วัน ตั้งเป้าให้ราคาข้าวขาว 5% ราคาอย่างน้อย 10,000 บาทต่อเกวียน ข้าวหอมมะลิ 15,000 บาทต่อเกวียน ยาง 60 บาทขึ้นไป ปาล์มต้อง 4.50 บาทขึ้นไป โดยการนำมาผลิตไบโอดีเซล และข้าวโพด 7 บาทขึ้นไป พท.รู้กลไกที่จะทำให้เกิดจริง

เราจะผลักดันให้ประเทศไทยเป็นผู้ผลิตสินค้าเกษตรป้อนโลกให้ได้ นอกจากนี้เราต้องเพิ่มรายได้จากการท่องเที่ยวต่างชาติให้เป็น 50 ล้านคนต่อปี และรายได้เพิ่มเป็น 3 ล้านล้านบาทต่อปี เอาแค่ยกเลิกวีซ่าจีน จะมีนักท่องเที่ยวจีนเพิ่มขึ้น 50% คือ 5 ล้านคน

สุดท้ายคือเราต้องสร้างฐานรองรับเศรษฐกิจยุคใหม่ เพราะโลกเปลี่ยน เราต้องเตรียมความพร้อมให้เด็กไทยที่กำลังจะจบ และคนที่เสี่ยงต่อการตกงาน โดยเราจะมีกองทุนเสริมสร้างผู้ประกอบการรุ่นใหม่ (เถ้าแก่ใหม่) ทั้งในกทม. และภูมิภาค

รวมทั้งกองทุนคนเปลี่ยนงาน ที่จะให้ทั้งเงินทุน ทักษะ และความรู้ และให้โลกทั้งโลกเป็นตลาดสินค้าของคนไทยด้วยระบบอี คอมเมิร์ซ หากเราเป็นรัฐบาลจะให้สถาบันการเงินปล่อยกู้โดยคิดดอกเบี้ยอัตราพิเศษสำหรับคนที่เป็นเจ้าของธุรกิจคนเดียว

“วันนี้หลายท่านเวลาลงพื้นที่จะเจอปัญหาว่าพรรคต่างๆเสนอตัวเลขจำนวนเท่านั้นเท่านี้ เราต้องคิดต่าง การให้สวัสดิการต่างๆในวันที่ประชาชนยากลำบากเราไม่ขัด แต่สิ่งที่เราคิดต่างไปคือเราไม่คิดแจกเงินอย่างเดียว ไม่มีพรรคไหนพูดถึงการสร้างรายได้เลย และสิ่งที่เราพูดมาทั้งหมดคือการเติมรายได้ เราไม่ได้คิดสั้นๆ เราคิดว่าทุกคนอยากทำมาหากิน และมีรายได้ด้วยจนเอง

ดังนั้นคนที่อยากทำงานต้องได้ทำงาน คนที่อยากรวย ต้องได้รวย เราจะไม่มีการตัดสิ่งที่พี่น้องเคยได้รับ หากเศรษฐกิจดีเราจะช่วยเพิ่มด้วยซ้ำ แต่สิ่งที่ประชาชนจะได้จากพท.คือการแก้ไขปัญาเศรษฐกิจที่รวดเร็ว และมีรายได้อย่างยั่งยืน เราจะไม่แก้หนี้ด้วยหนี้ แต่เราจะแก้หนี้ด้วยรายได้ เราเชื่อว่าเราจะสามารถพลิกฟื้นเศรษฐกิจได้ตั้งแต่ 6 เดือนขึ้นไป

ทั้งนี้ วันที่ 24 มี.ค.มีความสำคัญสำหรับทุกท่าน และอนาคตของประเทศไทย ช่วยกันนำสิ่งดีๆไปให้ชาวบ้าน และช่วยกันถามว่า 4-5 ปีที่ผ่านมา พี่น้องมีความสุขไหม ถ้าพี่น้องไม่มีความสุข และมีความทุกข์ คนของพรรคพท.ทุกเขต คือคำตอบในการที่จะนำพี่น้องประชาชนออกจากความทุกข์ ดังนั้น 19 วันที่เหลือนี้ ขอให้ทุกคนทำให้เต็มที่ เต็มกำลัง และหวังว่าทุกคนจะได้เข้าสู่สภาฯ ” คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าว

บทความก่อนหน้านี้ทำร้ายผู้หญิงห้ามเข้าออสเตรเลีย! ออสซี่เข้มกฎใหม่สกัดต่างชาติประวัติด่างพร้อย
บทความถัดไปหม่อมเจ้าจุลเจิม เดือด! ซัดอนาคตใหม่ สืบทอด 2475 ยึดโมเดลปฏิวัติล้มสถาบันฯ ฝรั่งเศส