สนธิรัตน์ ลั่น ‘บิ๊กตู่’ ถูกสกัดหาเสียง กลัวชนะทุกเขตถล่มทลาย
ชี้เลือก พปชร. หมดหนี้ ไม่ถูกหลอก
เมื่อเวลา 19.00 น. วันที่ 9 มี.ค. ภายในบริเวณพุทธมณฑลอีสาน ริมถนนเลี่ยงเมืองสายขอนแก่น-กาฬสินธุ์ ต.ศิลา อ.เมือง จ.ขอนแก่น นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ พร้อมด้วย นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานยุทธศาสตร์ภาคอีสาน นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล โฆษกพรรค และ นายเอกราช ช่างเหลา แกนนำพรรคพลังประชารัฐภาคอีสาน ขึ้นเวทีปราศรัย เพื่อเปิดตัวผู้สมัคร ส.ส.ขอนแก่น ทั้ง 10 เขตเลือกตั้ง และผู้สมัคร ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ ท่ามกลางประชาชนชาวขอนแก่นที่ให้ความสนใจมาร่วมรับฟังการปราศรัยในครั้งนี้รวมกว่า 30,000 คน
นายสุริยะ นำปราศรัยว่า ขอเชิญชวนให้ประชาชนเลือกพรรคพลังประชารัฐเป็นรัฐบาล เพื่อผลักดันนโยบายที่เป็นประโยชน์กับประชาชน โดยเฉพาะนโยบายเร่งด่วน คือ แก้ปัญหาหนี้สินให้ประชาชนที่กู้เงินผ่านกองทุนหมู่บ้าน และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนผ่านนโยบายของพรรคพลังประชารัฐ
ด้านนายสนธิรัตน์ กล่าวว่า ตนลงพื้นที่ต่างๆ ในฐานะตัวแทน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เนื่องจากมีหลายฝ่ายไม่ต้องการให้ พล.อ.ประยุทธ์ ลงพื้นที่ เพราะกลัวคะแนนนิยมของพล.อ.ประยุทธ์ จะทำให้พรรคพลังประชารัฐชนะทุกเขตเลือกตั้งแบบถล่มทลาย ซึ่งพรรคพลังประชารัฐเตรียมสานต่อนโยบายสำคัญของรัฐบาลชุดปัจจุบัน โดยเฉพาะบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ นอกจากนี้ยังมีนโยบายที่ดีเพื่อประชาชน หากพรรคได้เป็นรัฐบาลต่อไปจะมีโครงการ “มารดาประชารัฐ” เพื่อลูกหลานที่จะเกิดขึ้นมาในอนาคต คือถ้าลูกหลานตั้งครรภ์ให้มารับเงินบัตรสวัสดิการคนท้อง
“พรรคพลังประชารัฐไม่ขี้โม้ และไม่เคยมีเรื่องคดโกง เห็นได้จากนโยบายบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ที่เงินในบัตรส่งตรงถึงมือประชาชนอย่างแท้จริงทุกสตางค์ ทั้งนี้วันที่ 24 มี.ค. เป็นวันเปลี่ยนแปลงประเทศ หากเลือกแบบเก่าจะได้แบบเก่า แต่หากอยากได้ของใหม่ อยากได้ความสงบและนโยบายที่เป็นประโยชน์กับประชาชน แล้วจะได้คนที่รักชาติบ้านเมืองมาบริหารประเทศ ได้นายกรัฐมนตรีที่ซื่อสัตย์สุจริต ลูกหลานมีอนาคตในการศึกษา ประชาชนหมดหนี้หมดสิน ไม่มีใครมาหลอกได้ ต้องเลือกพรรคพลังประชารัฐ ” นายสนธิรัตน์ กล่าว
ขณะที่นายอนุชา กล่าวว่า ขอเชิญชวนให้ประชาชนเลือกพรรคพลังประชารัฐ เพื่อให้เป็นรัฐบาลแก้ปัญหาความยากจนของประชาชน ทั้งนี้วันที่ 24 มี.ค. ไม่มีใครบังคับให้ประชาชนเลือกพรรคการเมืองใดได้ เพราะเป็นการใช้สิทธิตามระบอบประชาธิปไตย และหากพรรคพลังประชารัฐจะได้เป็นรัฐบาล เป็นเพราะความต้องการของประชาชน
“ผลการเลือกตั้ง คือคำตอบจากคนทั้งประเทศ ไม่มีประเด็นที่บอกว่าเลือกฝ่ายประชาธิปไตยหรือฝ่ายเผด็จการ เพราะหลังการเลือกตั้ง คือการตัดสินใจของประชาชน ขอให้ประชาชนเลือกพรรคพลังประชารัฐ เพื่อร่วมมือพาประเทศไปสู่การพัฒนา และจับมือประชาชนก้าวพ้นความยากจน ไปพร้อมกับพรรคพลังประชารัฐ” นายอนุชา กล่าว
ส่วนนายกอบศักดิ์ กล่าวว่า จากการลงพื้นที่ที่เขื่อนอุบลรัตน์ และรับฟังข้อมูลว่า ปี 2562 น้ำจะแล้งหนัก ชาวนาไม่สามารถทำนาปรังได้ ซึ่งการแก้ปัญหาน้ำแล้ง พล.อ.ประยุทธ์ รับฟังและพร้อมแก้ปัญหา ขณะที่พรรคพลังประชารัฐพร้อมขับเคลื่อน ผ่านโครงการโขง-ชี-มูล เพื่อผันน้ำจากแม่น้ำโขงลงสู่แม่น้ำชี และผลักดันเข้าสู่เขื่อนอุบลรัตน์ เพื่อให้เกษตรกรได้รับประโยชน์ รวมถึงจะสร้างโครงการประตูระบายน้ำ, โครงการเติมน้ำในเขื่อน เช่น ผลักดันน้ำจากเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ สู่ลำตะคอง ให้ประชาชนได้รับประโยชน์
“ในวันที่ 24 มี.ค. ขอให้ประชาชนเลือกผู้สมัคร ส.ส.ของพรรคพลังประชารัฐ เพื่อให้ได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล และ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกรัฐมนตรี รวมถึงได้ ส.ส.เขต และ ได้ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อเข้าไปมีส่วนร่วมพัฒนาประเทศ” นายกอบศักดิ์กล่าว