‘ปิยบุตร’ ร้อง กกต. เผยผลคะแนน ถ้าโปร่งใสไม่ต้องปกปิด จี้ทุกพรรคแสดงจุดยืนให้ชัด

เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 27 มี.ค. ที่ทำการพรรคอนาคตใหม่ นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ และน.ส.พรรณิการ์ วานิช โฆษกพรรคอนาคตใหม่ ร่วมกันแถลงข่าวถึงการลงสัตยาบันร่วมกับ 6 พรรคการเมืองฝ่ายประชาธิปไตย และการไปยื่นเรื่องร้องเรียนให้ กกต. เปิดผลคะแนนการเลือกตั้ง

นายปิยบุตร กล่าวว่า พรรคอนาคตใหม่ได้ร่วมแถลงการณ์กับพรรคการเมืองอื่นทั้ง 6 พรรค โดยร่วมลงนามในสัตยาบันว่า จะยุติและต่อต้านการสืบทอดอำนาจอง คสช. ยืนยันว่า พรรคที่ได้ที่นั่ง ส.ส. ในสภาเป็นอันดับที่ 1 มีความชอบธรรมสูงสุดในการเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล และเสนอชื่อนายกฯ ของตัวเอง จึงอยากจะเชิญวนพรรคเการเมืองต่างๆ ที่เคยพูดเอาไว้ก่อนการรณรงค์หาเสียงและก่อนการลงคะแนนเลือกตั้งว่า ต่อต้านการสืบทอดอำนาจของ คสช. ขอให้ออกมาร่วมกัน ซึ่งวันนี้เรารวมกันได้เแล้วเกิน 255 เสียงแน่นอน

นายปิยบุตร กล่าวต่อว่า การร่วมกันแถลงการณ์ในวันนี้มีสิ่งที่น่าสนใจคือเป็นมิติการเมืองใหม่ ที่พรรคการเมืองแต่ละพรรคตัดสินใจมาร่วมกัน โดยไม่ได้คิดกันถึงเรื่องจัดตั้งรัฐบาล หรือการคิดกันว่าใครจะได้คุมกระทรวงไหน ใครจะได้เป็นรัฐมนตรี แต่เป็นแค่เรื่องเดียวเท่านั้น คือการร่วมมือจับมือกันให้มั่นทั้ง 6 พรรคการเมือง ยืนยันว่าเราจะต่อต้านการสืบทอดอำนาจของ คสช. ถ้าพรรคการเมืองแต่ละพรรค และส.ส.ทุกคน ร่วมมือร่วมใจกันแบบนี้ ไม่มีทางที่รัฐประหารจะกลับมาได้อีก และไม่มีทางที่ คสช.จะสืบทอดอำนาจได้

“ถ้าพวกเราทำสำเร็จ ไม่มีทางที่ ส.ว. 250 คน จะเข้ามามีบทบาทในการกำหนดตัวนายกฯ และไม่มีทางที่กลไกการสืบทอดที่วางเอาไว้ในรัฐธรรมนูญจะสามารถทำงานได้ อยากให้ทุกพรรคร่วมมือกันต่อต้านการสืบทอดอำนาจ คสช.ให้สำเร็จ หลังจากนั้นจะมีการตั้งรัฐบาลกัน ใครเป็นรัฐบาล ใครเป็นฝ่ายค้าน พรรคไหนจะได้อยู่ส่วนไหน เป็นอีกเรื่อง”

นายปิยบุตร กล่าวต่อว่า ส่วนเรื่องการประกาศคะแนนของ กกต. อย่างที่ทราบกว่า วันนี้ กกต. นับคะแนนเสร็จแล้ว แต่ไม่ยอมบอกว่า คะแนนที่นับได้มีเท่าไหร่ วันก่อนเพียงแต่แถลงว่า ผู้สมัครคนไหนชนะเลือกตั้งในเขตใด แต่ไม่บอกคะแนนดิบ เรื่องนี้เป็นแปลกประหลาดอย่างที่สุด สื่อมวลชนที่เคยผ่านประสบการณ์การเลือกตั้งเป็นพยานได้ว่า ไม่มีการเลือกต้งครั้งไหนแปลกประหลาดเท่าครั้งนี้ ปกติเลือกเสร็จจะทราบคะแนนอย่างไม่เป็นทางการทันทีเราคาดการณ์ได้ทันทีว่าพรรคไหนจะร่วมกับพรรคไหนตั้งรัฐบาล แต่การเลือกตั้งครั้งนี้ผ่านมาแล้ว 2 วัน จนวันนี้แต่ละพรรคยังคำนวณที่นั่งของตัวเองไม่ถูก

นายปิยบุตร กล่าวอีกว่า เราจำเป็นต้องแยกเรื่องการนับคะแนน การประกาศคะแนน และการรับรองผลการเลือกตั้ง ทั้ง 3 เรื่องนี้เป็นคนละขั้นตอน สำหรับการนับคะแนน วันนี้นับคะแนนเสร็จหมดแล้ว ส่วนการประกาศคะแนน คือการประกาศคะแนนอย่างไม่เป็นทางการออกมาว่าผู้สมัครได้คะแนนเท่าไหร่ และการรับรองผล คือรับรองว่า ส.ส.คนนี้จะได้เข้าสภา

“วันนี้นับเสร็จ แต่ไม่ยอมประกาศคะแนน ซึ่งตามกฎหมายบอกว่ามีเวลา 2 เดือน จะรับรองผลการเลือกตั้งได้ ซึ่งวันสุดท้ายที่เราจะได้ ส.ส.ทั้งหมด คือวันที่ 9 พ.ค. กฎหมายเขียนเอาไว้ว่า ถ้ารับรองผลการเลือกตั้ง ส.ส. ได้ร้อยละ 95 แล้ว เมื่อถึง 60 วันก็สามารถเปิดประชุมสภาได้ก่อน แต่ปรากฏว่า กกต.ไปออกระเบียบฉบับหนึ่งขึ้นมา ในกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ระบุว่า เลือกตั้งเสร็จแล้วก็นับคะแนนให้หมด แต่ กกต.ออกระเบียบฉบับหนึ่งว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. ในข้อ 169 เขียนไว้ว่า เมื่อนับคะแนนเสร็จแล้ว ให้กกต.แสดงผลอย่างไม่เป็นทางการ ไม่เกินร้อยละ 95 ทั้งที่นับเสร็จแล้ว ไม่ทราบว่าทำไมออกระเบียบนี้ขึ้นมา มีวัตถุประสงค์อะไร”

นายปิยบุตร กล่าวต่อว่า กกต.กำลังปฏิบัติหน้าที่อยู่ท่ามกลางการจับตาของประชาชนและสื่อมวลชน ภายใต้การเคลือบแคลงสงสัยตลอดเวลา เพราะกกต. ชุดนี้มาจาก สนช. ที่ตั้งโดย คสช. วิธีที่จะพิสูจน์ว่า กกต.เป็นองค์อิสระอย่างแท้จริง ทำหน้าที่จัดการเลือกตั้งอย่างเสรีและเป็นธรรม นี่คือบทพิสูจน์สำคัญของ กกต.

“พี่น้องประชาชนซึ่งเป็นเสียงสวรรค์ได้ทำหน้าที่ของตัวเองแล้วในการออกไปใช้สิทธิ พรรคการเมืองแต่ละพรรคทำหน้าที่ของตัวเองแล้วในการหาเสียง และลงรับสมัครเลือกตั้ง เหลือแต่ กกต. ต้องทำหน้าที่ของตัวเองให้สำเร็จ ถ้าทำไม่สำเร็จ ประเทศไทยจะติดขัดเรื่องนี้ไปอีกนาน และไม่มีเหตุผลอะไรที่ กกต.ต้องปิดคะแนนไว้ เลือกตั้งที่ผ่านมาไม่เคยมีปัญหา ทำไมครั้งนี้มีปัญหา ถ้าโปร่งใส บริสุทธิ์ ยุติธรรมจริง ไม่จำเป็นต้องปกปิดเอาไว้ ต้องเปิดออกมาให้หมด ไม่เข้าใจว่ามันยากตรงไหน” นายปิยบุตร กล่าว

ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกับ ไลน์@ข่าวสด ที่นี่
เพิ่มเพื่อน

เมื่อถามว่าพรรคพลังประชารัฐบอกว่า ทางฝั่งนี้ใช้วาทกรรมว่าเป็นฝั่งประชาธิปไตย ทั้งที่เค้าลงมาเลือกตั้งเป็นประชาธิปไตยเหมือนกัน นายปิยบุตร กล่าวว่า การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นการเลือกตั้งที่รู้ดีว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ออกแบบมาเป็นอย่างไร ซึ่งเป็นสิ่งที่ คสช. นำมาใช้เเป็นเครื่องมือในการสืบทอดอำนาจต่อ เปลี่ยนจากรัฐบาลที่มาจากการยึดอำนาจ มาเป็นรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง กลไกก็ใช้เหมือนหนังม้วนเดิม มีรัฐธรรมนูญที่มีกฎหมายการเลือกตั้งออกแบบให้เอื้อการสืบทอดอำนาจ และมีพรรคการเมืองมาสนับสนุนการสืบทอดอำนาจ ทั้งในการเลือกตั้งปี 2535 และการเลือกตั้งปี 2512

นายปิยบุตร กล่าวต่อว่า เราจึงใช้การเลือกตั้งครั้งนี้หยุดยั้งการสืบทอดอำนาจ ยืนยันว่าการรวมตัวกันของ 6 พรรคคือแนวร่วม เพื่อต่อต้านอำนาจของ คสช. และแนวร่วมนี้ยังเปิดกว้างให้ทุกพรรคการเมืองมาร่วมกัน สะท้อนเจตจำนงของประชาชนที่ต้องการเอารัฐประหารออกจากประเทศไทย ต้องการหยุดความผิดปกติที่เกิดขึ้นมา 5 ปี เชื่อว่าเราทำสำเร็จแน่นอน ถ้านักการเมืองที่เป็นผู้แทนราษฎรไม่ร่วมมือกัน ไม่มีทางสำเร็จแน่ โดยเฉพาะพรรคที่รณรงค์หาเสียงเอาไว้ว่าไม่สืบทอดอำนาจ ต้องแสดงเจตจำนงให้ชัดเจน


ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน